ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกยืดตัวเร็วผิดหูผิดตา: สัญญาณเตือนที่มาพร้อมกับช่วงโตไว

คุณแม่ท่านหนึ่งพาลูกชายวัย 13 ปีเข้ามาปรึกษาหมอด้วยความกังวลใจ เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา ลูกชายสูงขึ้นเกือบ 10 เซนติเมตร เสื้อผ้ากางเกงเดิมที่เคยใส่กลายเป็นสั้นลอยหมด พ่อแม่หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเรื่องน่ายินดีที่ลูกเจริญเติบโตได้ดี แต่คุณแม่กลับพบว่าลูกเริ่มบ่นปวดขาบ่อยๆ เวลาเล่นกีฬา แถมล่าสุดล้มเบาๆ ในสนามฟุตบอล แต่กลับถึงขั้นกระดูกข้อมือร้าว

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นสิ่งที่หมอพบได้บ่อยในคลินิก ช่วงเวลาที่เด็กยืดตัวอย่างรวดเร็วนี้เรียกว่า ภาวะการเติบโตเร็วในช่วงวัยรุ่น (Pubertal Growth Spurt) ซึ่งแม้จะเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ แต่กลับซ่อนความเสี่ยงเรื่องมวลกระดูกที่หลายครอบครัวอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ทำไมกระดูกถึงโตไม่ทันกัน? เข้าใจกลไกภาวะการเติบโตเร็วในช่วงวัยรุ่น

ในช่วงที่เด็กเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายจะปลดปล่อยฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนการเจริญเติบโตออกมาอย่างมหาศาล ส่งผลให้แผ่นความสูงบริเวณปลายกระดูกเร่งสร้างเซลล์กระดูกใหม่เพื่อเพิ่มความยาว กระบวนการนี้ทำให้เด็กสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

ทว่าการสร้างความยาวของกระดูก กับการดึงแร่ธาตุมาสะสมให้เนื้อกระดูกหนาแน่นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันในอัตราเร็วเท่ากัน โดยปกติแล้ว ความยาวของกระดูกจะนำหน้าการสะสมแร่ธาตุอย่างแคลเซียมอยู่ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน ทำให้เกิดช่องว่างทางธรรมชาติที่เนื้อกระดูกมีความโปร่ง บาง และมีความหนาแน่นต่ำกว่าปกติชั่วคราว

กระดูกยาวขึ้น แต่เนื้อกระดูกยังโปร่ง: ช่วงเวลาเสี่ยงกระดูกหักง่าย

เมื่อกระดูกยืดขยายออกอย่างรวดเร็ว แต่กระบวนการดึงแคลเซียมมาเติมเต็มเนื้อกระดูกยังทำได้ไม่ทัน ผลที่ตามมาคือโครงสร้างกระดูกจะมีความเปราะมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกแขน ข้อมือ และกระดูกท่อนยาวของขา

ประกอบกับในวัยนี้ เด็กมักมีกิจกรรมทางกาย การเล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมโลดโผนที่หนักขึ้น เมื่อเนื้อกระดูกที่ยังไม่หนาแน่นพอมาเจอกับแรงกระแทกจากการเล่นกีฬา จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสถิติการเกิดกระดูกหักในเด็กวัยรุ่นถึงพุ่งสูงที่สุดในช่วงภาวะการเติบโตเร็วนี้นั่นเอง

สารอาหารสำคัญที่ช่วยสะสมมวลกระดูกให้แน่นปึ้ก

ช่วงวัยรุ่นถือเป็น นาทีทอง เพียงครั้งเดียวในชีวิตในการสร้างมวลกระดูก เพราะร่างกายจะสามารถสะสมมวลกระดูกได้มากถึง 90% ของมวลกระดูกทั้งหมดที่มีไปตลอดชีวิต หากปล่อยให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม กระดูกที่ไม่แน่นพอจะไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหักในวัยรุ่นเท่านั้น แต่จะส่งผลยาวไปถึงความเสี่ยงโรคกระดูกพ้องในวัยผู้ใหญ่และวัยชราด้วย

แคลเซียม วิตามินดี และโปรตีน: เลือกกินอย่างไรให้ได้ผลจริง

การเติมสร้างมวลกระดูกต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของสารอาหารหลัก 3 ชนิด:

  • แคลเซียม: เปรียบเสมือนอิฐบล็อกในการสร้างกระดูก เด็กวัยรุ่นต้องการแคลเซียมประมาณ 1,000 - 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน อาหารที่เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นดี ได้แก่ นมวัว นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งก้าง เต้าหู้แข็ง และผักใบเขียวเข้ม
  • วิตามินดี: ทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือด การให้ลูกทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าประมาณ 15-20 นาทีต่อวัน พร้อมทั้งรับประทานไข่แดง ปลาแซลมอน หรือเห็ด จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ
  • โปรตีนคุณภาพดี: โปรตีนคือโครงสร้างคอลลาเจนที่แคลเซียมจะเข้าไปยึดเกาะ การได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ นม และถั่วชนิดต่างๆ จะช่วยให้กระดูกมีความยืดหยุ่นและรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น

ออกกำลังกายแบบไหน ช่วยสร้างกระดูกให้แข็งแรงโดยไม่บาดเจ็บ

หมอมักได้รับคำถามจากพ่อแม่ว่า หากลูกมีภาวะกระดูกบางช่วงโตไว ควรให้ลูกหยุดเล่นกีฬาหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ควรหยุดเล่น เพราะกระดูกต้องการ แรงกด ในระดับที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้เซลล์สร้างกระดูกทำงาน

การออกกำลังกายชนิดที่มีการลงน้ำหนัก (Weight-bearing exercises) เช่น การวิ่ง การกระโดดเชือก บาสเกตบอล แบดมินตัน หรือการเดินเร็ว จะช่วยกระตุ้นการสะสมมวลกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีอาการปวดกระดูกหรือเคยมีประวัติกระดูกร้าว ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการปะทะรุนแรงชั่วคราว และปรับมาเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำกว่าจนกว่ากระดูกจะเริ่มแข็งแรงขึ้น

สังเกตอาการแบบไหน ที่ควรพาลูกมาพบแพทย์เพื่อตรวจมวลกระดูก

แม้ว่าความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลงชั่วคราวในช่วงเติบโตเร็วจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีบางสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาลูกมาปรึกษาแพทย์:

  • ลูกมีอาการปวดกระดูกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอาการปวดที่ทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึก
  • มีอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณข้อต่อหรือข้อสะโพกเรื้อรัง
  • เกิดปัญหากระดูกหักหรือกระดูกร้าวได้ง่ายจากการอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
  • อัตราการเติบโตเร็วผิดปกติมากเกินไป เช่น สูงขึ้นมากกว่า 10-12 เซนติเมตรภายในเวลาไม่กี่เดือน

การเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินระดับฮอร์โมน ตรวจวิเคราะห์โภชนาการ หรือตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก จะช่วยให้ได้รับคำแนะนำในการดูแลที่ตรงจุด ช่วยให้เด็กๆ ผ่านพ้นช่วงการเจริญเติบโตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และมีโครงสร้างกระดูกที่แข็งแรงพร้อมใช้งานไปตลอดชีวิต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down