ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไม่สบายบ่อยตอนไปโรงเรียน เกิดจากอะไรทำไมถึงติดกันง่ายจัง

เวลาส่งลูกรักเข้าโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะต้องทำใจไว้ล่วงหน้าเลยว่า เดี๋ยวไม่นานลูกก็ต้องกลับมาพร้อมกับอาการหวัด น้ำมูกไหล หรือไข้สูง เรียกว่าวนลูปป่วยกันยกห้องเรียนจนแทบไม่ได้หยุดพัก เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเพราะโรงเรียนคือสถานที่รวมตัวของเด็กๆ จำนวนมาก ที่ยังไม่ค่อยระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเท่าผู้ใหญ่ แถมระบบภูมิคุ้มกันของเด็กๆ ก็ยังอยู่ในช่วงพัฒนา การวิ่งเล่นคลุกคลี ใช้ของเล่นร่วมกัน หรือกินข้าวหม้อเดียวกัน จึงกลายเป็นช่องทางให้เชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่ มือ เท้า ปาก หรือโควิด-19 ส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนได้อย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง

ห้องเรียนสะอาดพอหรือยัง: จัดการสิ่งแวดล้อมอย่างไรไม่ให้เชื้อโรคซ่อนตัว

การจะหยุดยั้งการระบาดในโรงเรียน แค่บอกให้เด็กๆ ล้างมืออย่างเดียวคงไม่พอ หัวใจสำคัญเริ่มต้นตั้งแต่การจัดการพื้นที่กายภาพภายในโรงเรียนให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค จุดสัมผัสร่วมต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะเรียน และของเล่นพลาสติก คือแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีที่เด็กๆ ต้องจับต้องอยู่ตลอดเวลา

  • การทำความสะอาดประจำวัน: โรงเรียนควรใช้น้ำยาฆ่าเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ และสื่อการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละสองครั้ง
  • การจัดการของเล่น: ของเล่นที่เป็นผ้าควรซักทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน ส่วนของเล่นพลาสติกควรล้างและผึ่งแดดฆ่าเชื้อโรคให้แห้งสนิท
  • การระบายอากาศ: ห้องเรียนไม่ควรปิดทึบเปิดแอร์ตลอดเวลา ควรเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติและแสงแดดส่องถึงบ้าง เพื่อช่วยลดความหนาแน่นของเชื้อโรคในอากาศ

สอนลูกรักล้างมือและเว้นระยะห่างอย่างไรให้สนุกและทำได้จริง

ต่อให้โรงเรียนจะทำความสะอาดดีแค่ไหน แต่ถ้าตัวเด็กเองยังชอบเอานิ้วเข้าปาก ขยี้ตา หรือหยิบของกินเข้าปากโดยไม่ล้างมือ มาตรการทั้งหมดก็แทบจะไร้ความหมาย การปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีจึงต้องทำควบคู่กันไปทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน

เทคนิคการล้างมือเจ็ดขั้นตอนฉบับเด็กเข้าใจง่าย

การสอนเด็กๆ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดนานอย่างน้อยยี่สิบวินาที ต้องทำให้เป็นเรื่องสนุก เช่น การร้องเพลงช้างจบสองรอบ หรือการชวนกันทำท่าฟอกมือตามจินตนาการ และควรเตรียมเจลแอลกอฮอล์พกพาไว้ให้เด็กใช้ในยามที่หาที่ล้างมือไม่สะดวก

การเว้นระยะห่างแบบไม่ทำลายความสัมพันธ์เพื่อน

ในยามที่มีการระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจ การปรับเปลี่ยนกิจกรรมในห้องเรียนให้มีความห่างกันสักนิด เช่น การจัดโต๊ะเรียนแบบเว้นระยะ การงดใช้แก้วน้ำหรือหลอดดูดน้ำร่วมกัน และการฝึกให้เด็กใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด จะช่วยตัดวงจรการแพร่เชื้อได้อย่างชะงัด

เมื่อไหร่ที่ควรให้ลูกหยุดเรียนอยู่บ้านเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม

ปัญหาคลาสสิกที่คุณหมอพบบ่อยคือ ลูกเริ่มมีอาการไอ จาม หรือมีน้ำมูกใสๆ แต่ผู้ปกครองกลัวลูกเรียนไม่ทัน เลยตัดสินใจป้อนยาลดไข้แล้วส่งไปโรงเรียน การทำแบบนี้เปรียบเสมือนการพาพาหะตัวน้อยไปกระจายเชื้อให้เพื่อนๆ ทั้งห้อง สุดท้ายก็ต้องปิดห้องเรียนทำความสะอาดกันยกใหญ่

หากน้องมีอาการเหล่านี้ ควรให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้านทันที

  • มีไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียส
  • ไอเรื้อรัง เจ็บคอมากจนกลืนไม่ไหว
  • มีผื่นขึ้นตามมือ เท้า หรือลำตัว
  • ท้องเสียหรืออาเจียนมากกว่าหนึ่งครั้ง

การให้ลูกพักผ่อนอยู่ที่บ้านนอกจากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นแล้ว ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกด้วย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down