ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกป่วยบ่อยเพราะติดเพื่อนที่โรงเรียน: ปัญหาคลาสสิกที่คนเป็นพ่อแม่กุมขมับ

ช่วงเปิดเทอมทีไร สิ่งที่พ่อแม่หลายคนต้องเจอเกือบทุกปีคือลูกกลับมาบ้านพร้อมอาการไอ จาม น้ำมูกไหล หรือบางทีก็ไข้ขึ้นสูงจนต้องหยุดเรียนยาว หลายบ้านส่งลูกไปโรงเรียนด้วยความกังวลว่าวันนี้จะรับเชื้ออะไรกลับมาอีก เพราะห้องเรียนเป็นพื้นที่ปิดที่เด็กๆ อยู่ร่วมกัน เล่นด้วยกัน และใช้ของร่วมกันอย่างใกล้ชิด การระบาดของโรคติดต่อในเด็กจึงเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วมาก การวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในโรจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเกราะคุ้ม 555 ที่โรงเรียนและครอบครัวต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง

ทำไมโรงเรียนถึงกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อชั้นดีของเด็กๆ

ในทางการแพทย์ ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กๆ โดยเฉพาะช่วงปฐมวัยยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อมารวมตัวกันอยู่ในห้องเรียนปรับอากาศที่มีการหมุนเวียนของอากาศจำกัด เชื้อโรคที่มากับละอองฝอยจากการไอ จาม หรือแม้แต่การสัมผัสพื้นผิวร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ของเล่น ราวบันได จึงแพร่กระจายจากคนหนึ่งสู่อีกคนได้อย่างรวดเร็ว โรคที่เราพบบ่อยไม่ว่าจะเป็นมือ เท้า ปาก ไข้หวัดใหญ่ RSV หรือโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน จึงมักเริ่มต้นระบาดในโรงเรียนก่อนลามกลับไปติดคนในครอบครัว

ตรวจคัดกรองตั้งแต่หน้าประตูโรงเรียน: ด่านแรกที่ช่วยสกัดโรค

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตัดวงจรการแพร่เชื้อตั้งแต่ต้นทาง การคัดกรองสุขภาพเด็กๆ ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียนหรือหน้าประตูห้องเรียนจึงเป็นมาตรการสำคัญ คุณครูควรสังเกตอาการเบื้องต้น เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หรือมีผื่นขึ้นตามมือเท้าหรือไม่ หากพบเด็กที่มีอาการป่วยควรแยกให้อยู่ในห้องพยาบาลทันทีและติดต่อผู้ปกครองมารรับกลับไปรักษาตัวที่บ้าน การใจอ่อนให้เด็กมาเรียนทั้งที่ป่วยนอกจากจะทำให้อาการของเด็กไม่ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการกระจายเชื้อให้เพื่อนๆ ในห้องอีกด้วย

ล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัย: วิธีพื้นฐานที่ได้ผลจริง

สุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรค โรงเรียนต้องจัดให้มีจุดล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์กระจายอยู่ทั่วบริเวณ พร้อมทั้งปลูกฝังให้เด็กๆ ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำให้เป็นนิสัย นอกจากนี้ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางระบบทางเดินหายใจ การสวมหน้ากากอนามัยและการสอนมารยาทในการไอจามใส่ข้อศอกตัวเองหรือใช้กระดาษทิชชูปิดปากจมูก จะช่วยลดปริมาณละอองฝอยที่กระจายในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จัดการสิ่งแวดล้อมและห้องเรียนให้ปลอดเชื้อโรค

นอกจากการดูแลตัวบุคคลแล้ว สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนก็ต้องสะอาดปลอดภัย แม่บ้านและเจ้าหน้าที่ควรทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้ ของเล่น และจุดสัมผัสร่วมบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ ห้องเรียนควรมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศให้อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรปิดทึบตลอดวันโดยใช้แอร์อย่างเดียว แสงแดดและการระบายอากาศที่ดีช่วยลดความหนาแน่นของเชื้อโรคในอากาศลงได้มาก

เมื่อไหร่ที่ควรประกาศปิดห้องเรียนเพื่อตัดวงจรการระบาด

บางครั้งมาตรการป้องกันเบื้องต้นก็อาจเอาไม่อยู่ หากในห้องเรียนมีเด็กป่วยด้วยโรคเดียวกันติดต่อกันหลายคน โรงเรียนต้องประเมินสถานการณ์ร่วมกับเจ้าสาธารณสุขเพื่อพิจารณามาตรการที่เข้มข้นขึ้น เช่น การทำความสะอาดครั้งใหญ่ หรือการประกาศปิดห้องเรียนนั้นชั่วคราว เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อและให้เด็กๆ ที่ป่วยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จนกว่าจะหายดี การตัดสินใจที่เด็ดขาดในเวลาที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามเป็นการระบาดใหญ่ในโรงเรียนได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down