ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมภูมิคุ้มกันร่างกายถึงเริ่มทำตัวเป็นศัตรูกับลำไส้ของเราเอง

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียบ่อย หรือถ่ายเป็นมูกเลือด ทั้งที่ไม่ได้มีอาการอาหารเป็นพิษ หมอต้องอธิบายให้ฟังเสมอว่า บางครั้งร่างกายเราก็เหมือนคนหลงทาง ระบบภูมิคุ้มกันที่เคยมีหน้าที่ปกป้องเราจากเชื้อโรค กลับเกิดความเข้าใจผิดและหันมาโจมตีเซลล์ในลำไส้ของตัวเองแทน อาการที่เกิดขึ้นนี้คือผลจาก ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังภายในระบบทางเดินอาหาร

สัญญาณเตือนที่บอกว่าภูมิคุ้มกันกำลังมีปัญหา

อาการของความผิดปกติชนิดนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องท้องเสียเท่านั้น แต่มันมักมาพร้อมกับสัญญาณบางอย่างที่น่ากังวล หากใครกำลังเจอกับอาการเหล่านี้ หมอแนะนำว่าอย่าชะล่าใจครับ

  • ปวดท้องบิดรุนแรงหรือปวดต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง หรือมีมูกเลือดปนออกมาในอุจจาระ
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ตั้งใจ หรือเบื่ออาหารอย่างรุนแรง
  • อ่อนเพลียไม่มีแรง เหมือนคนนอนไม่พอตลอดเวลา
  • มีอาการเจ็บข้อหรือตาแดงร่วมด้วย ซึ่งอาจเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ไปกระตุ้นการอักเสบในส่วนอื่นของร่างกาย

กลไกความผิดปกติที่เกิดขึ้นข้างในลำไส้ของเรา

ลองจินตนาการว่าในลำไส้มีกำแพงด่านหน้าคอยคัดกรองสิ่งแปลกปลอม แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาด มันจะมองว่าเซลล์บุผิวลำไส้หรือแบคทีเรียตัวดีในท้องเป็นผู้บุกรุก ผลคือร่างกายจะส่งกองทัพเม็ดเลือดขาวมาโจมตีจุดนั้น เกิดเป็นกระบวนการอักเสบที่กัดกินเนื้อเยื่อลำไส้จนเกิดเป็นแผล ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายนี้อาจนำไปสู่โรคเรื้อรังอย่างโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) เช่น โรคโครห์น (Crohn's disease) หรือโรคลำไส้อักเสบเป็นแผล (Ulcerative colitis) ได้

เราจะรับมือและดูแลตัวเองอย่างไรดี

การรักษาความผิดปกติเหล่านี้ไม่ใช่แค่การกินยาแก้ปวด แต่เป็นการปรับจูนระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาสมดุล หมอมักเน้นย้ำกับคนไข้เสมอว่า การรักษาต้องทำควบคู่กันหลายด้าน

  • การใช้ยาเพื่อกดภูมิคุ้มกัน: เพื่อลดการโจมตีจากเม็ดเลือดขาวและช่วยให้ลำไส้ได้พักฟื้น
  • การปรับพฤติกรรมการกิน: งดอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น อาหารแปรรูป หรืออาหารที่ย่อยยากในช่วงที่มีอาการกำเริบ
  • การจัดการความเครียด: เพราะความเครียดมีผลโดยตรงต่อการสั่งการของระบบภูมิคุ้มกันในทางเดินอาหาร
  • การติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง: โรคกลุ่มนี้มักมีช่วงสงบและช่วงกำเริบ การพบหมอตามนัดเพื่อประเมินความรุนแรงของโรคจึงสำคัญที่สุด

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด

หากอาการที่เป็นอยู่เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องจนนอนไม่ได้ หรือมีไข้สูงร่วมกับอาการท้องเสีย อย่าปล่อยไว้จนเรื้อรังจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เพราะการวินิจฉัยความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราควบคุมโรคได้ดีกว่า และช่วยให้ลำไส้กลับมาทำงานได้ตามปกติโดยไม่เกิดความเสียหายในระยะยาวครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down