เวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องความกังวลใจเกี่ยวกับการรับเชื้อเอชไอวี หลายคนมักจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนปะปนกับความกลัวอยู่เสมอ หมอเลยอยากชวนมานั่งคุยและทำความเข้าใจกันแบบสบายๆ ว่าเจ้าไวรัสตัวนี้มันมีพฤติกรรมอย่างไร เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไร และทำไมบางช่องทางถึงติดเชื่อง่ายในขณะที่บางช่องทางไม่ต้องกังวลเลย
เชื้อเอชไอวีหน้าตาและนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ทำไมถึงติดต่อกันเฉพาะบางทาง
ไวรัสเอชไอวีหรือ HIV ไม่ใช่เชื้อโรคที่จะลอยไปลอยมาในอากาศแล้วกระโดดเข้าตัวเราได้เหมือนเชื้อหวัดหรือโควิดครับ ตัวมันเองเปราะบางมากเมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์ เมื่อสัมผัสกับอากาศแห้งและความร้อน มันก็จะตายอย่างรวดเร็ว
เงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ทำให้เชื้อนี้เดินทางจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ คือมันต้องอาศัย สารคัดหลั่งที่มีชีวิตและมีปริมาณไวรัสมากพอ เดินทางผ่านเยื่อบุหรือแผลสดเข้าไปสู่กระแสเลือดโดยตรงเท่านั้นครับ
ประตูบานใหญ่ที่เปิดรับเชื้อ: สารคัดหลั่งประเภทไหนบ้างที่มีความเสี่ยง
ในทางการแพทย์ เราไม่ได้มองว่าของเหลวทุกชนิดในร่างกายเท่ากันหมดครับ ตัวที่มีปริมาณไวรัสสูงและเป็นพาหะหลักในการแพร่เชื้อมีอยู่ไม่กี่ชนิด ได้แก่:
- เลือดและส่วนประกอบของเลือด
- น้ำอสุจิและน้ำหล่อลื่นก่อนการหลั่ง
- น้ำในช่องคลอด
- น้ำนมแม่
ส่วนน้ำลาย น้ำตา เหงื่อ หรือปัสสาวะ แม้จะมีโอกาสพบเชื้อได้บ้าง แต่ปริมาณนั้นน้อยเกินกว่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ยกเว้นแต่ว่ามีเลือดปนเปื้อนจำนวนมากจริงๆ
เจาะลึกเส้นทางการเดินทางของไวรัส: ติดต่อกันได้อย่างไรบ้าง
การติดต่อของเอชไอวีไม่ได้มีความลับซับซ้อนอะไรครับ มันเกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลักๆ ที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้ครับ
การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
นี่คือช่องทางหลักที่พบได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก โดยเฉพาะทางทวารหนักที่มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าเนื่องจากเนื้อเยื่อบุผิวมีความบอบบางและฉีกขาดได้ง่าย ทำให้เชื้อที่อยู่ในน้ำอสุจิหรือน้ำหล่อลื่นสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดของอีกฝ่ายได้ทันที การไม่ใช้ถุงยางอนามัยจึงเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
สำหรับกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด การใช้กระบอกฉีดยาหรือเข็มร่วมกันถือเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก เพราะเลือดที่ตกค้างอยู่ภายในกระบอกฉีดยาของผู้ที่มีเชื้อ จะถูกฉีดเข้าสู่กระแสเลือดของคนถัดไปโดยตรง เปรียบเสมือนการส่งผ่านไวรัสเข้าสู่ร่างกายแบบทางด่วนเลยทีเดียว
การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก
คุณแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีสามารถส่งต่อเชื้อให้ลูกน้อยได้ในช่วงตั้งครรภ์ ขณะคลอด หรือผ่านทางการให้นมบุตร แต่ในปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก หากคุณแม่ฝากครรภ์เร็ว ได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ และดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โอกาสที่ลูกจะติดเชื้อก็ลดลงจนแทบจะเป็นศูนย์ได้ครับ
สิ่งที่เรามักเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงในการติดต่อ
หมออยากเคลียร์ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยบ่อยครั้ง เพื่อลดความตื่นตระหนกที่เกินความจำเป็นครับ
- การกอด จูบ หอมแก้ม หรือใช้ช้อนร่วมกัน: ไม่ทำให้ติดเชื้อครับ เพราะน้ำลายไม่มีปริมาณไวรัสมากพอ และเยื่อบุในปากไม่ได้มีแผลเปิดขนาดนั้น
- การใช้ห้องน้ำสาธารณะร่วมกัน: เชื้อไม่สามารถส่งผ่านฝารองนั่งชักโครกได้แน่นอนครับ
- การถูกยุงกัด: ยุงไม่สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีได้ เพราะเวลาที่ยุงกัด มันไม่ได้ฉีดเลือดของคนก่อนหน้าเข้าไปในตัวเรา และวงจรชีวิตของไวรัสก็ไม่สามารถเติบโตในตัวแมลงได้ครับ
วิธีตัดวงจรการแพร่เชื้อและการดูแลตัวเองให้ปลอดภัย
เมื่อเราเข้าใจกลไกการทำงานของเชื้อแล้ว การป้องกันจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ เริ่มจากการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และสำหรับใครที่รู้สึกว่ามีความเสี่ยงมา ปัจจุบันเรามียาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ (PrEP) และยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) ที่ช่วยชีวิตและลดความเสี่ยงลงได้อย่างมหาศาลครับ
การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เราดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจ และอยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ในสังคมได้อย่างมีความเข้าใจและไม่มีอคติครับ หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเรื่องความเสี่ยง สามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษากับหมอที่คลินิกได้เลยนะครับ