เมื่ออาการเจ็บคอและไข้สูงของลูกน้อย ป้องกันได้ด้วยสองมือเปล่า
ในแผนกผู้ป่วยเด็ก หมอมักพบคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยมาตรวจด้วยอาการไข้สูง เจ็บคอจนกลืนน้ำลายลำบาก หรือบางรายมีผื่นแดงสากตามตัว ซึ่งหลายครั้งตรวจพบว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Streptococcus pyogenes การต้องเห็นลูกเผชิญกับความเจ็บป่วยและต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเรื่องที่บีบหัวใจคนเป็นพ่อแม่เสมอ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและผิวหนังหลายชนิด สามารถป้องกันและตัดวงจรการแพร่กระจายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยจุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่เรียกว่า สุขอนามัยการล้างมือ
ทำความรู้จัก Streptococcus pyogenes และทำไมการล้างมือจึงตัดวงจรเชื้อนี้ได้
เชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pyogenes หรือกลุ่มสเตร็ปโตค็อกคัส กรุ๊ปเอ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคคออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ไข้อีดำอีแดง ไปจนถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง เชื้อชนิดนี้สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยตรง รวมถึงการสัมผัสสิ่งของสาธารณะที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ลูกบิดประตู ของเล่น หรือราวบันได แล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า ตา จมูก หรือปากของตนเอง
การส่งเสริม สุขอนามัยการล้างมือ อย่างถูกวิธีภายในครอบครัว คือมาตรการทางสาธารณสุขส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำลายผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรียและชะล้างไวรัสให้หลุดออกไปจากผิวหนัง ช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายและลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านได้อย่างมีนัยสำคัญ
7 ขั้นตอนการล้างมือมาตรฐานสากลเพื่อการกำจัดเชื้อโรคอย่างหมดจด
การล้างมือที่จะสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดน้ำผ่านมือหรือถูสบู่ลวกๆ แต่ต้องครอบคลุมทุกซอกทุกมุมของมือ โดยใช้เวลาถูสบู่อย่างน้อย 20 วินาที ด้วย 7 ขั้นตอนมาตรฐานสากลดังนี้
- ขั้นตอนที่ 1: ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือ เทสบู่เหลวลงบนฝ่ามือแล้วประกบถูเข้าด้วยกันจนเกิดฟอง
- ขั้นตอนที่ 2: ใช้ฝ่ามือถูหลังมือและซอกนิ้ว สอดนิ้วมือเข้าไประหว่างซอกนิ้วเพื่อทำความสะอาดหลังมือและซอกนิ้วอย่างทั่วถึงทั้งสองข้าง
- ขั้นตอนที่ 3: ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว ประกบฝ่ามือเข้าด้วยกันแล้วสอดนิ้วถูซอกนิ้วจากด้านหน้า
- ขั้นตอนที่ 4: ใช้หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ กำมือข้างหนึ่งแล้วใช้หลังนิ้วมือถูไปมากับฝ่ามืออีกข้าง เพื่อทำความสะอาดบริเวณข้อนิ้ว
- ขั้นตอนที่ 5: ถูนิ้วหัวแม่มือ กางนิ้วหัวแม่มือออกแล้วใช้ฝ่ามืออีกข้างกำรอบ หมุนวนถูทำความสะอาดให้ทั่วทั้งสองข้าง
- ขั้นตอนที่ 6: ใช้ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ แบมือออกแล้วใช้ปลายนิ้วของอีกข้างถูขวางไปมา เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างอยู่ใต้ซอกเล็บ
- ขั้นตอนที่ 7: ถูรอบข้อมือ กำมือรอบข้อมืออีกข้างแล้วหมุนวนถูทำความสะอาดข้อมือให้ทั่ว จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษชำระแบบใช้ครั้งเดียว
การเลือกใช้เจลแอลกอฮอล์ในวันที่ไม่สะดวกใช้น้ำ
ในสถานการณ์ที่ไม่สะดวกในการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ เช่น ระหว่างการเดินทาง การทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ผลิตภัณฑ์ล้างมือชนิดแห้งหรือเจลแอลกอฮอล์คือทางเลือกทดแทนที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้และวิธีใช้อย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ
การเลือกซื้อเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือ ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 70% โดยปริมาตร (v/v) เนื่องจากเป็นระดับความเข้มข้นที่สามารถทำลายโปรตีนและไขมันที่เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรียรวมถึงเชื้อไวรัสชนิดมีเปลือกหุ้มได้ดีที่สุด
วิธีใช้อย่างถูกวิธีคือ บีบเจลในปริมาณที่เพียงพอจากนั้นถูมือให้ทั่วทุกซอกทุกมุมตามขั้นตอนคล้ายกับการล้างมือด้วยน้ำ และต้องปล่อยให้แอลกอฮอล์แห้งไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเช็ดออก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 20 วินาที ทั้งนี้ต้องพึงระลึกเสมอว่า เจลแอลกอฮอล์จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากมือมีคราบสกปรก คราบดิน หรือความมันที่มองเห็นได้ชัดเจน ในกรณีดังกล่าวจำเป็นต้องล้างด้วยน้ำและสบู่ก่อนเสมอ
สร้างสุขอนามัยทางเดินหายใจ (Cough Etiquette) ควบคู่เพื่อการปกป้องที่สมบูรณ์
นอกเหนือจาก สุขอนามัยการล้างมือ แล้ว การฝึกฝนให้เด็กๆ และสมาชิกทุกคนในบ้านมีสุขอนามัยทางเดินหายใจที่ดีเมื่อมีอาการไอหรือจาม จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปในอากาศและปนเปื้อนบนพื้นผิวสัมผัสต่างๆ โดยมีหลักปฏิบัติสำคัญที่ควรปลูกฝังให้เป็นนิสัยดังนี้
- ไอจามใส่ข้อศอกด้านใน: สอนเด็กๆ ว่าเมื่อรู้สึกอยากไอหรือจามและไม่มีกระดาษทิชชู ให้ยกต้นแขนขึ้นมาปิดปากและจมูก โดยไอหรือจามใส่ข้อศอกด้านในแทนการใช้ฝ่ามือป้อง เนื่องจากฝ่ามือเป็นส่วนที่เราต้องไปหยิบจับสิ่งของต่อ ซึ่งจะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น
- การใช้และการทิ้งกระดาษชำระอย่างถูกวิธี: สอนให้ใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอหรือจาม จากนั้นให้ทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิดทันที และต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังเสร็จสิ้น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: ฝึกฝนเด็กๆ ไม่ให้ขยี้ตา แคะจมูก หรือนำมือเข้าปากหากยังไม่ได้ล้างมือ เนื่องจากเยื่อบุตา จมูก และปากเป็นช่องทางหลักที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย
การสร้างสุขอนามัยที่ดีในครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่สำเร็จได้ในวันเดียว แต่ต้องอาศัยการทำให้ดูเป็นแบบอย่างอย่างสม่ำเสมอของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อการล้างมืออย่างถูกวิธีและการมีสุขอนามัยทางเดินหายใจที่ดีกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคนในบ้าน บ้านก็จะกลายเป็นเกราะป้องกันภัยไข้เจ็บที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับลูกน้อยและคนที่คุณรัก