ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

แนวทางการรักษาประคับประคองตามอาการและหลักการหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะ

โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease หรือ HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก มีสาเหตุหลักจากกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) เช่น Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสชนิดจำเพาะที่มีข้อบ่งชี้ทั่วไปในการรักษาโรคนี้ ดังนั้น การรักษาประคับประคองโรคมือเท้าปาก จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการดูแลผู้ป่วยเพื่อให้ผ่านพ้นระยะเฉียบพลันของโรคได้อย่างปลอดภัย

การรักษาประคับประคอง หมายถึง การรักษาตามอาการเพื่อลดความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ

หลักเกณฑ์การหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผล

สิ่งสำคัญที่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ปกครองต้องตระหนักร่วมกันคือ โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งหรือทำลายเชื้อแบคทีเรียจึงไม่มีผลต่อการดำเนินโรค ยาปฏิชีวนะไม่สามารถลดระยะเวลาการเจ็บป่วย ไม่สามารถลดไข้ และไม่สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัสได้

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผลในโรคนี้ นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ทางการรักษาแล้ว ยังก่อให้เกิดโทษต่อผู้ป่วย ได้แก่:

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance) ในร่างกายของเด็ก
  • ทำลายเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น (Normal Flora) ในทางเดินอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียหรือการดูดซึมอาหารผิดปกติ
  • เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น อาการแพ้ยา (ผื่นแพ้, หอบหืดเฉียบพลัน) และความเป็นพิษต่อตับและไต

การพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะจะทำเฉพาะในรายที่มีหลักฐานการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนอย่างชัดเจน (Secondary Bacterial Infection) เช่น แผลในปากหรือตุ่มน้ำที่ผิวหนังมีหนองไหล มีอาการบวมแดงอักเสบรุนแรง หรือมีไข้สูงกลับมาใหม่หลังจากไข้ลดลงไปแล้ว ซึ่งต้องได้รับการประเมินและสั่งใช้ยาโดยแพทย์เท่านั้น

การประเมินและการจัดการภาวะขาดน้ำในเด็กเล็ก

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเด็กต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากอาการเจ็บแผลในช่องปากและคอหอยอย่างรุนแรง (Acute Herpangina) ทำให้เด็กปฏิเสธการดื่มน้ำและอาหาร

การประเมินความรุนแรงของภาวะขาดน้ำ

ผู้ดูแลควรสังเกตอาการแสดงของภาวะขาดน้ำตามเกณฑ์ทางการแพทย์ ดังนี้:

  • ภาวะขาดน้ำระดับน้อยถึงปานกลาง (Mild to Moderate Dehydration): เด็กจะเริ่มมีอาการริมฝีปากแห้ง ผิวหนังมีความยืดหยุ่นลดลงเล็กน้อย ร้องไห้มีน้ำตาน้อยลง ปัสสาวะมีสีเข้มขึ้นและมีปริมาณลดลง (สังเกตจากผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่แห้งนานเกิน 4-6 ชั่วโมงในเด็กเล็ก หรือปัสสาวะน้อยกว่า 3-4 ครั้งต่อวันในเด็กโต) มีอาการกระสับกระส่ายหรือซึมลงเล็กน้อย
  • ภาวะขาดน้ำระดับรุนแรง (Severe Dehydration): ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เด็กจะมีอาการซึมมาก ไม่รู้สึกตัว หรือกระสับกระส่ายอย่างรุนแรง ตาโหลลึกมาก กระหม่อมหน้าบุ๋มลงอย่างชัดเจนในเด็กทารก ปลายมือปลายเท้าเย็นและซีด ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเร็วและเบา ปัสสาวะไม่ออกเลยนานกว่า 6-8 ชั่วโมง

แนวทางการจัดการและการทดแทนน้ำ

การแก้ไขภาวะขาดน้ำต้องทำอย่างเป็นขั้นตอนและระมัดระวัง:

  • การทดแทนทางปาก (Oral Rehydration Therapy): ในรายที่ขาดน้ำระดับน้อยถึงปานกลาง ให้ใช้สารละลายเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts: ORS) โดยใช้วิธีป้อนทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง (Frequent Small Sips) เช่น ใช้ช้อนตักป้อนหรือใช้กระบอกฉีดยาค่อยๆ หยดข้างกระพุ้งแก้มครั้งละ 1-2 มิลลิลิตร ทุก 2-3 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงการกลืนอึกใหญ่ที่จะกระตุ้นความเจ็บปวดและอาการอาเจียน
  • การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Fluid Therapy): ในกรณีที่เด็กขาดน้ำระดับรุนแรง อาเจียนต่อเนื่องจนไม่สามารถรับสารน้ำทางปากได้เลย หรือมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด จำเป็นต้องส่งตัวพบแพทย์ทันทีเพื่อรับสารน้ำประเภท Isotonic Crystalloid ทางหลอดเลือดดำ

กลยุทธ์การจัดการความเจ็บปวดในช่องปากและการวางแผนโภชนาการสำหรับภาวะกลืนลำบาก

การควบคุมความเจ็บปวดที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการฟื้นตัวของร่างกาย

กลยุทธ์การจัดการความเจ็บปวด (Pain Management)

การลดความเจ็บปวดสามารถทำได้ผ่านยาบรรเทาอาการแบบระบบและยาทาเฉพาะที่:

  • ยาลดไข้บรรเทาปวดแบบกิน (Systemic Analgesics): ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาด 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อครั้ง ทุก 4-6 ชั่วโมง (ไม่เกิน 5 ครั้งต่อวัน) เป็นตัวเลือกแรก หากอาการปวดยังไม่ทุเลา สามารถใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ขนาด 5-10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อครั้ง ทุก 6-8 ชั่วโมงได้ ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟนในรายที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไตวายเฉียบพลัน
  • ยาระงับปวดเฉพาะที่ (Topical Anesthetics): สามารถใช้ยาพ่นหรือยาทาแผลในปากที่มีส่วนผสมของ Benzydamine Hydrochloride เพื่อช่วยลดอาการเจ็บปวดก่อนมื้ออาหารประมาณ 10-15 นาที อย่างไรก็ตาม การใช้ยาทาเฉพาะที่ในเด็กเล็กต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการกลืนยาเกินขนาด

การวางแผนโภชนาการสำหรับเด็กที่มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia)

อาหารสำหรับผู้ป่วยเด็กโรคมือเท้าปากควรมีลักษณะนิ่ม ลื่น กลืนง่าย และไม่มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องปาก:

  • อุณหภูมิของอาหาร: ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนหรืออุ่นจัด แนะนำให้รับประทานอาหารที่เย็นหรืออุณหภูมิห้อง เนื่องจากความเย็นจะช่วยบรรเทาอาการปวดและลดอาการอักเสบในช่องปากได้ชั่วคราว
  • ประเภทอาหารที่แนะนำ: นมแช่เย็น, ไอศกรีม (หลีกเลี่ยงรสเปรี้ยว), โยเกิร์ต, พุดดิ้ง, วุ้น, เต้าฮวย, น้ำแกงจืดที่ทิ้งไว้จนเย็น, หรือข้าวต้มปั่นละเอียดที่แช่เย็น
  • อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด: อาหารที่มีรสจัด (เผ็ด เค็ม เปรี้ยว), ผลไม้ที่มีกรดสูง (ส้ม มะนาว สับปะรด มะเขือเทศ), และอาหารที่มีเนื้อสัมผัสแข็ง กรอบ หรือหยาบ ซึ่งอาจขูดขีดแผลในปาก

มาตรการแยกกักตัวที่บ้านและการประเมินภาวะเล็บหลุดภายหลังการหายจากโรค

มาตรการแยกกักตัวผู้ป่วยในบ้าน (Home Isolation)

เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ น้ำลาย น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำ และทางอุจจาระ (Fecal-oral route) การแยกกักตัวอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญยิ่ง:

  • ระยะเวลาการกักตัว: ควรกักตัวผู้ป่วยอย่างน้อย 7-10 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการ หรือจนกว่าตุ่มน้ำและแผลทั้งหมดจะแห้งและตกสะเก็ดจนหมด
  • การจัดการสุขอนามัยในบ้าน:
    • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังการสัมผัสตัวผู้ป่วย เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือทำความสะอาดสิ่งคัดหลั่ง หมายเหตุ: แอลกอฮอล์เจลทั่วไปมีประสิทธิภาพจำกัดในการฆ่าเชื้อไวรัสกลุ่มไม่มีเปลือกหุ้ม (Non-enveloped viruses) เช่น เอนเทอโรไวรัส การล้างมือด้วยน้ำและสบู่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
    • แยกสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวทุกชนิด เช่น จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว และของเล่น
    • ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและของเล่นด้วยน้ำยาฟอกขาวที่มีส่วนผสมของ Sodium Hypochlorite (ความเข้มข้น 0.5% สำหรับพื้นผิวทั่วไป และ 0.1% สำหรับของเล่น) เนื่องจากน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไปหรือแอลกอฮอล์ไม่สามารถทำลายเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประเมินภาวะเล็บหลุดหรือเล็บลอก (Onychomadesis)

ภายหลังจากที่ผู้ป่วยหายจากโรคมือเท้าปากประมาณ 1-2 เดือน ผู้ปกครองอาจพบอาการเล็บมือหรือเล็บเท้าของเด็กเกิดการลอก แยกตัวออกจากโคนเล็บ หรือหลุดลอกออกมา ซึ่งทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า Onychomadesis

ภาวะนี้เกิดจากการที่การติดเชื้อไวรัสในระยะเฉียบพลันส่งผลกระทบชั่วคราวต่อกระบวนการสร้างเล็บที่บริเวณฐานเล็บ (Nail Matrix Arrest) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าภาวะนี้ไม่มีความอันตราย ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด และสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ (Self-limiting) โดยเล็บใหม่จะค่อยๆ งอกขึ้นมาทดแทนเล็บเดิมที่หลุดออกไปภายในระยะเวลา 3-6 เดือน

การดูแลเมื่อเกิดภาวะเล็บหลุด: รักษาความสะอาดของนิ้วมือและนิ้วเท้าอย่างสม่ำเสมอ ตัดเล็บที่ลอกหรือเผยออย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันการฉีกขาดหรือไปเกี่ยวเข้ากับสิ่งของ และหลีกเลี่ยงการดึงเล็บอย่างรุนแรง หากไม่มีสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน เช่น มีหนอง บวมแดง หรือเจ็บปวดรุนแรง ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะใดๆ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down