ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อร่างกายส่งสัญญาณ: อาการและอาการแสดงของหนองในในเพศชายและเพศหญิง

เมื่อใดที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนอย่างอาการตกขาวผิดปกติ, ปัสสาวะแสบขัด, หรือมีหนองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายก็ตาม ความกังวลมักจะเกิดขึ้นทันที และหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เราในฐานะแพทย์อยากให้ทุกคนตระหนักถึง คือ หนองใน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แม้จะพบบ่อยและรักษาได้ แต่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้เช่นกัน บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึง อาการหนองใน ที่ควรรู้, การตรวจหาที่แม่นยำ, และความแตกต่างจากภาวะอื่น เพื่อให้คุณสามารถเข้ารับการ ตรวจหนองใน ได้อย่างถูกจุดและทันท่วงที

เชื้อก่อโรคหนองในคือแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเยื่อบุผิวที่มีเชื้อระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ อาการแสดงของโรคนี้มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละเพศ และบางครั้งอาจไม่แสดงอาการเลยก็เป็นได้

  • อาการหนองในชาย:

    ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะแสดงอาการภายใน 2-7 วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่บางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้น หรือบางส่วนอาจไม่แสดงอาการเลย

    • มีหนองสีเหลืองขุ่นหรือเขียวไหลออกมาจากปลายอวัยวะเพศ
    • ปัสสาวะแสบขัด เจ็บปวดขณะปัสสาวะ
    • ปวดหรือบวมบริเวณอัณฑะ (พบน้อย แต่เป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น อัณฑะอักเสบ)

    หากมี อาการหนองในชาย เหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • อาการหนองในหญิง:

    ผู้หญิงจำนวนมากถึง 50% หรือมากกว่านั้นมักไม่มีอาการในระยะแรก ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ และอาจแพร่เชื้อต่อไปโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม หากมีอาการ อาจสังเกตได้ดังนี้

    • ตกขาวผิดปกติ มีปริมาณมากขึ้น มีสีเหลืองหรือเขียวขุ่น อาจมีกลิ่นเหม็น
    • ปัสสาวะแสบขัด เจ็บปวดขณะปัสสาวะ
    • มีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
    • ปวดท้องน้อย หรือปวดอุ้งเชิงกราน (เป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ)
    • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

    เนื่องจาก อาการหนองในหญิง มักไม่ชัดเจน หรือคล้ายกับอาการของโรคติดเชื้ออื่นๆ การ ตรวจหนองใน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง

หนองในที่อาจเกิดขึ้นในบริเวณอื่นของร่างกาย: คอหอย ทวารหนัก และดวงตา

หนองในไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่อวัยวะเพศเท่านั้น แต่ยังสามารถติดเชื้อในบริเวณอื่นของร่างกายได้ด้วย โดยเฉพาะในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทางทวารหนัก

  • หนองในที่คอหอย (Pharyngeal Gonorrhea):

    มักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก และส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้ออยู่ แต่อาจมีอาการเจ็บคอ คอแดง หรือต่อมทอนซิลอักเสบได้

  • หนองในที่ทวารหนัก (Rectal Gonorrhea):

    เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หรืออาจเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อจากอวัยวะเพศไปยังทวารหนักในเพศหญิงได้ ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการ แต่บางรายอาจมีอาการคัน เจ็บ หรือมีมูกเลือดปนหนองออกจากทวารหนัก รู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด

  • หนองในที่ดวงตา (Ocular Gonorrhea):

    พบน้อยในผู้ใหญ่ มักเกิดจากการนำเชื้อจากอวัยวะเพศไปสัมผัสที่ดวงตาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ มีขี้ตาเป็นหนองรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดได้ หากเกิดในทารกแรกเกิดที่ติดเชื้อจากมารดาระหว่างคลอด (Ophthalmia Neonatorum) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบรักษาเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

การวินิจฉัยโรคหนองในด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยในปัจจุบัน

การวินิจฉัย อาการหนองใน ที่แม่นยำเป็นกุญแจสำคัญสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อน การ ตรวจหนองใน ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก ทำให้สามารถตรวจพบเชื้อได้แม้ในผู้ที่ไม่มีอาการ

  • การตรวจด้วยวิธี Nucleic Acid Amplification Tests (NAATs):

    ถือเป็นวิธีมาตรฐานทองคำในปัจจุบัน มีความไวและความจำเพาะสูงมาก สามารถตรวจหาชิ้นส่วนสารพันธุกรรม (DNA หรือ RNA) ของเชื้อหนองในได้โดยตรงจากสิ่งส่งตรวจต่างๆ เช่น

    • ปัสสาวะ: เป็นวิธีที่สะดวกและไม่รุกราน สามารถตรวจได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง
    • สิ่งส่งตรวจจากช่องคลอด/ปากมดลูก: ใช้ไม้พันสำลีป้ายเก็บตัวอย่างจากปากมดลูกหรือช่องคลอด
    • สิ่งส่งตรวจจากท่อปัสสาวะ: ใช้ไม้พันสำลีขนาดเล็กเก็บตัวอย่างจากท่อปัสสาวะในเพศชาย
    • สิ่งส่งตรวจจากคอหอยและทวารหนัก: ใช้ไม้พันสำลีป้ายเก็บตัวอย่างในกรณีที่สงสัยการติดเชื้อบริเวณดังกล่าว

    ผลการตรวจ NAATs มีความน่าเชื่อถือสูงและมักใช้เวลาไม่นาน ทำให้สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

  • การย้อมสีกรัม (Gram Stain):

    เป็นวิธีที่รวดเร็วและใช้ในการวินิจฉัยเบื้องต้นได้ดีในผู้ชายที่มีหนองไหลจากท่อปัสสาวะ โดยจะพบเชื้อแบคทีเรียรูปร่างคล้ายเม็ดกาแฟคู่ อยู่ภายในเซลล์เม็ดเลือดขาว อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีความไวต่ำในเพศหญิงและการติดเชื้อในตำแหน่งอื่น จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นการวินิจฉัยยืนยันเพียงอย่างเดียว

  • การเพาะเชื้อ (Culture):

    เป็นการนำสิ่งส่งตรวจไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเพื่อหาการเจริญเติบโตของเชื้อหนองใน วิธีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทดสอบความไวของเชื้อต่อยาปฏิชีวนะ (Antimicrobial Susceptibility Testing) ซึ่งจำเป็นในกรณีที่ผู้ป่วยรักษาไม่หาย หรือสงสัยว่าเชื้อดื้อยา

หนองในกับหนองในเทียม: ความแตกต่างและการวินิจฉัยแยกโรคที่ถูกต้องเพื่อการรักษาที่ตรงจุด

ผู้ป่วยหลายท่านมักมาด้วยอาการคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะแสบขัด มีของเหลวผิดปกติไหลออกมาจากอวัยวะเพศ แต่เมื่อวินิจฉัยแล้วกลับไม่ใช่หนองใน ซึ่งเราเรียกว่า "หนองในเทียม" หรือ Non-gonococcal Urethritis (NGU) ซึ่งหมายถึงการอักเสบของท่อปัสสาวะที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อหนองใน

ความแตกต่างที่สำคัญ

  • เชื้อสาเหตุ:
    • หนองใน (Gonorrhea): เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae เพียงชนิดเดียว
    • หนองในเทียม (NGU): เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งพบบ่อยที่สุดคือ Chlamydia trachomatis (เรียกว่าหนองในคลามัยเดีย) นอกจากนี้ยังมี Mycoplasma genitalium, Ureaplasma urealyticum, Trichomonas vaginalis หรือแม้แต่เชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus: HSV)
  • อาการ:
    • หนองใน: มักมีอาการรุนแรงกว่า ของเหลวที่ไหลออกมามักเป็นหนองข้นสีเหลืองหรือเขียว ปัสสาวะแสบขัดชัดเจน
    • หนองในเทียม: อาการมักไม่รุนแรงเท่า อาจมีเพียงมูกใสๆ หรือขุ่นเล็กน้อยไหลออกมา ปัสสาวะแสบขัดอาจไม่รุนแรง หรือมีอาการคันร่วมด้วย

    อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของอาการอาจไม่สามารถใช้แยกโรคได้อย่างแม่นยำเสมอไป

  • การรักษา:

    การรักษาโรคหนองในและหนองในเทียมมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะยาปฏิชีวนะที่ใช้กำจัดเชื้อแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน การวินิจฉัยที่ผิดพลาดจะนำไปสู่การรักษาที่ไม่ตรงจุด ทำให้เชื้อไม่หมดไปและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเชื้อดื้อยาได้

ความสำคัญของการวินิจฉัยแยกโรคที่ถูกต้อง

ในฐานะแพทย์ เราเน้นย้ำเสมอว่า การวินิจฉัยแยกโรคที่ถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะนำไปสู่การเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับเชื้อก่อโรคนั้นๆ ไม่ใช่เพียงการรักษาอาการเท่านั้น การยืนยันชนิดของเชื้อไม่เพียงช่วยให้ผู้ป่วยหายขาด แต่ยังช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น ภาวะมีบุตรยาก การติดเชื้อแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น หรือการแพร่เชื้อต่อไปยังคู่นอน

หากคุณสงสัยว่ามีอาการดังกล่าว ไม่ควรรอช้าหรือซื้อยามารักษาเอง เพราะนอกจากจะไม่ถูกจุดแล้ว ยังอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา และเป็นอุปสรรคต่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องในอนาคต การปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการ ตรวจหนองใน และ ตรวจหนองในเทียม ด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย จะช่วยให้คุณได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำ และได้รับการรักษาที่เหมาะสมที่สุด กลับมามีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down