ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"ลูกอายุเกินเกณฑ์แล้ว ยังฉีดวัคซีนมือเท้าปากทันไหม" คำถามยอดฮิตในห้องตรวจกุมารเวช

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนหรือช่วงเปิดเทอม สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะกังวลใจเป็นพิเศษคือการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะสายพันธุ์รุนแรงอย่างเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ที่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต หลายครอบครัวอาจเพิ่งทราบข่าวสารเกี่ยวกับวัคซีนชนิดนี้ หรือเพิ่งมีโอกาสได้เข้าถึงการป้องกันโรค จนเกิดคำถามสำคัญตามมาว่า หากลูกเติบโตจนอายุเลยเกณฑ์ที่แนะนำไปแล้ว วัคซีนป้องกันเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ยังคงเป็นทางเลือกที่จำเป็นและสามารถเข้ารับการฉีดได้อยู่หรือไม่

ขีดจำกัดด้านอายุของวัคซีนป้องกันเชื้อ EV71 ตามใบอนุญาตยา

วัคซีนป้องกันเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ที่มีให้บริการในปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้ใช้ในเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือน จนถึงอายุต่ำกว่า 6 ปี (หรือ 5 ปี 11 เดือน) เท่านั้น การกำหนดช่วงอายุนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอยๆ แต่มีเหตุผลสำคัญทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์รองรับสองประการหลัก

  • การทดสอบทางคลินิก: ข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยทั้งหมดของวัคซีนชนิดนี้ ได้มาจากการศึกษาทดลองในกลุ่มเด็กเล็กช่วงอายุ 6 เดือนถึงต่ำกว่า 6 ปีเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ที่เพียงพอที่จะรับรองผลสัมฤทธิ์และความปลอดภัยในเด็กที่มีอายุเกินกว่าเกณฑ์นี้
  • การสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ: เด็กส่วนใหญ่เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเรียน หรือมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป มักจะเคยได้รับเชื้อตระกูลเอนเทอโรไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมมาบ้างแล้ว ร่างกายจึงมักสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติขึ้นมาบางส่วน ซึ่งแตกต่างจากทารกและเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
แพทย์จึงไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ EV71 ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นการใช้นอกเหนือข้อบ่งชี้ตามใบอนุญาตยา (Off-label use) และไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่จะต้องรับความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนที่ยังไม่มีการศึกษาในกลุ่มอายุนั้นอย่างแพร่หลาย

ความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคในเด็กโตเมื่ออายุเกินเกณฑ์

ความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่มักอยู่ที่ว่า หากลูกโตแล้วไม่ได้ฉีดวัคซีน แล้วเกิดติดเชื้อขึ้นมา จะเกิดอันตรายรุนแรงเหมือนในเด็กเล็กหรือไม่ ในประเด็นนี้ กุมารแพทย์ขอแนะนำเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลใจ เนื่องจากสถิติและข้อมูลทางการแพทย์ชี้ชัดว่า ความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากเชื้อ EV71 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น

ในเด็กโตที่อายุเกิน 6 ปีขึ้นไป แม้จะสามารถได้รับเชื้อและมีอาการของโรคมือ เท้า ปาก ได้เช่นเดียวกับเด็กเล็ก แต่อาการมักจะไม่รุนแรง ส่วนใหญ่จะมีเพียงไข้ต่ำๆ แผลในปาก หรือผื่นขึ้นตามมือและเท้า ซึ่งสามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 7-10 วัน โอกาสที่เชื้อจะลุกลามเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางจนก่อให้เกิดโรคสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้นพบได้น้อยมาก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กโตมีความแข็งแกร่งและสามารถจำกัดวงการแพร่กระจายของไวรัสในร่างกายได้ดีกว่าเด็กเล็กอย่างเห็นได้ชัด

ทางเลือกในการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยสำหรับเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีน

สำหรับเด็กโตที่อายุเกินเกณฑ์และไม่สามารถรับวัคซีนป้องกันเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ได้ การสร้างเกราะป้องกันด้วยสุขอนามัยคือกุญแจสำคัญที่สุดในการปกป้องลูกจากโรคนี้ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่คุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังให้ลูกทำเป็นนิสัยได้ดังนี้

1. การล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธี

เชื้อเอนเทอโรไวรัสเป็นเชื้อไวรัสชนิดไม่มีเปลือกหุ้ม (Non-enveloped virus) ซึ่งมีความทนทานต่อแอลกอฮอล์เจลสูง ดังนั้น การล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการขจัดเชื้อไวรัสออกจากมือ ควรฝึกฝนให้ลูกล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

2. หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน

การแพร่กระจายของโรคมือเท้าปากมักเกิดจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือน้ำจากตุ่มพอง การสอนให้ลูกหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม หลอดดูด หรือผ้าเช็ดหน้าร่วมกับเพื่อนที่โรงเรียน จะช่วยลดโอกาสการรับเชื้อได้อย่างมหาศาล

3. การทำความสะอาดของเล่นและสิ่งแวดล้อม

หากมีเด็กป่วยในบ้านหรือในห้องเรียน ควรทำความสะอาดของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ และลูกบิดประตูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีน (เช่น น้ำยาซักผ้าขาวเจือจาง) เนื่องจากน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไปหรือแอลกอฮอล์อาจไม่เพียงพอในการทำลายเชื้อ EV71

4. การดูแลสุขภาพพื้นฐานให้แข็งแรง

การส่งเสริมให้ลูกพักผ่อนอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อร่างกายแข็งแรง แม้จะได้รับเชื้อเข้าไป ร่างกายก็สามารถต่อสู้และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าลูกจะไม่ได้รับวัคซีนเนื่องจากอายุเกินเกณฑ์แนะนำไปแล้ว แต่การใส่ใจในสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เพียงแต่ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก เท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจอื่นๆ ได้อีกมากมาย ขอให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจในระบบภูมิคุ้มกันของลูกที่เติบโตขึ้น และเน้นย้ำการสร้างสุขนิสัยที่ดีเพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down