ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

บทนำ

เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71: EV71) เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease: HFMD) ที่มีความรุนแรงสูง โดยสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและระบบหัวใจร่วมหลอดเลือดที่อันตรายถึงชีวิต เช่น สมองอักเสบ (Brainstem encephalitis) และภาวะน้ำท่วมปอดเฉียบพลันจากโรคระบบประสาท (Neurogenic Pulmonary Edema: NPE) การจัดการผู้ป่วยในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤตเด็ก (PICU) จึงจำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยที่รวดเร็ว การรักษาที่แม่นยำ และการพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต

1. การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันผลด้วยวิธี RT-PCR และการแยกสายพันธุ์ไวรัส (Viral genotyping)

การวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผน การรักษาภาวะวิกฤตจากเชื้อ EV71 มาตรฐานการตรวจทางห้องปฏิบัติการประกอบด้วย:

  • การตรวจด้วยวิธี Real-time RT-PCR (Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction): เป็นวิธีที่มีความไว (Sensitivity) และความจำเพาะ (Specificity) สูงที่สุดในการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ EV71 สิ่งส่งตรวจที่เหมาะสม ได้แก่ สิ่งป้ายหลังโพรงจมูกและคอหอย (Nasopharyngeal and Throat swab) สิ่งส่งตรวจจากอุจจาระหรือป้ายทวารหนัก (Rectal swab) น้ำไขสันหลัง (CSF) และของเหลวจากตุ่มน้ำบนผิวหนัง (Vesicular fluid)
  • การแยกสายพันธุ์ไวรัส (Viral Genotyping): การวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ในยีน VP1 ช่วยจำแนกสายพันธุ์ย่อย (Genotypes เช่น A, B, C และ Subgenotypes เช่น B5, C4) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางระบาดวิทยา การติดตามการแพร่ระบาด และช่วยประเมินความรุนแรงของโรค เนื่องจากบางสายพันธุ์มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่สูงขึ้น

2. ข้อบ่งชี้และแนวทางการรักษาด้วยการใช้อิมมูโนโกลบูลินขนาดสูงทางหลอดเลือดดำ (High-dose IVIG)

การใช้ High-dose Intravenous Immunoglobulin (IVIG) เป็นการรักษาหลักเพื่อควบคุมปฏิกิริยาการอักเสบที่รุนแรงและช่วยลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

ข้อบ่งชี้ในการให้ IVIG:

  • ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ EV71 ในระยะที่ 2 (Stage 2) ที่มีอาการทางระบบประสาทส่วนกลาง เช่น กล้ามเนื้อสะดุ้ง (Myoclonus) ซึมลง เดินเซ (Ataxia) หรือมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Aseptic meningitis) ที่มีอาการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
  • ผู้ป่วยในระยะที่ 3 (Stage 3) ที่เริ่มมีอาการแสดงของระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ (Autonomic nervous system dysfunction) เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือหายใจลำบาก

ขนาดและวิธีการบริหารยา:

แนะนำให้บริหารยา IVIG ในขนาดสูง (High-dose) 1 ถึง 2 กรัมต่อกิโลกรัม น้ำหนักตัว (g/kg) โดยแบ่งให้ทางหลอดเลือดดำอย่างช้าๆ ภายในเวลา 12 ถึง 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในการลบล้างฤทธิ์ไวรัส (Neutralizing antibody) พร้อมทั้งยับยั้งการหลั่งสารก่อการอักเสบ (Cytokine storm)

3. การจัดการภาวะวิกฤตในหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก (PICU) การใช้เครื่องช่วยหายใจและการควบคุมระบบไหลเวียนโลหิต

เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะวิกฤต การดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก (PICU) เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน โดยมีแนวทางการจัดการดังนี้:

การจัดการระบบทางเดินหายใจและการใช้เครื่องช่วยหายใจ:

เมื่อผู้ป่วยมีภาวะน้ำท่วมปอดเฉียบพลันจากระบบประสาท (Neurogenic Pulmonary Edema: NPE) การตั้งค่าเครื่องช่วยหายใจต้องใช้หลักการปกป้องปอด (Lung Protective Strategy) ดังนี้:

  • Tidal Volume (Vt): ควบคุมในระดับต่ำประมาณ 6-8 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม เพื่อป้องกันภาวะปอดบาดเจ็บจากแรงดัน (Volutrauma)
  • Positive End-Expiratory Pressure (PEEP): ตั้งค่า PEEP ในระดับที่เหมาะสม (ปกติอยู่ระหว่าง 8-15 cmH2O) เพื่อช่วยให้ถุงลมปอดเปิดขยายและปรับปรุงการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนให้ดีขึ้น แต่ต้องระวังไม่ให้สูงเกินไปจนส่งผลกระทบต่อปริมาณเลือดที่ไหลเวียนกลับสู่หัวใจ
  • การควบคุมระดับคาร์บอนไดออกไซด์: ควบคุมระดับ PaCO2 ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของความดันในกะโหลกศีรษะ (ICP)

การควบคุมระบบไหลเวียนโลหิต (Hemodynamic Control):

  • การจำกัดสารน้ำ (Fluid Restriction): ในระยะที่มีภาวะน้ำท่วมปอดและสมองอักเสบ ควรจำกัดปริมาณสารน้ำเข้าสู่ร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบวมน้ำรุนแรงขึ้น โดยทั่วไปจำกัดที่ 50-70% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน (Maintenance fluid)
  • การเลือกใช้ยาเพิ่มความดันโลหิตและเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ (Inotropes/Vasoactive drugs): หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกมากเกินไป ในระยะแรกที่มีความดันโลหิตสูงจาก autonomic dysfunction ยาเลือกใช้หลักคือ Milrinone เนื่องจากมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดส่วนปลายและช่วยเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ หากผู้ป่วยเข้าสู่ระยะช็อกจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว (Cardiogenic shock) อาจพิจารณาใช้ Dopamine หรือ Epinephrine ตามการประเมินลักษณะทางโลหิตพลศาสตร์อย่างใกล้ชิด

4. มาตรฐานการพยาบาลและการดูแลประคับประคองผู้ป่วยเด็กติดเชื้อ EV71 ในระยะแยกกักโรค (Isolation precautions) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล

เนื่องจากเชื้อ EV71 มีความคงทนในสิ่งแวดล้อมสูงและแพร่กระจายได้ง่าย การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลจึงต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานดังนี้:

มาตรการการแยกกักโรค (Isolation Precautions):

  • การแยกผู้ป่วย (Patient Cohorting): จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องแยกเดี่ยว (Single isolation room) หรือหากไม่มี ให้จัดกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อ EV71 ให้อยู่ในโซนเดียวกัน (Cohorted area) โดยแยกห่างจากผู้ป่วยอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร
  • ระบบป้องกันการแพร่กระจายเชื้อทางหน้าสัมผัสและฝอยละออง (Contact and Droplet Precautions): บุคลากรทางการแพทย์ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย (PPE) ได้แก่ เสื้อคลุมกันน้ำ (Gown) ถุงมือ และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical mask) ทุกครั้งก่อนเข้าห้องผู้ป่วย และสวมแว่นตาป้องกัน (Goggles) หรือกระบังหน้า (Face shield) เมื่อต้องปฏิบัติหัตถการที่ก่อให้เกิดละอองฝอย

การทำความสะอาดและการทำลายเชื้อ:

  • สุขอนามัยของมือ (Hand Hygiene): เนื่องจากเชื้อ EV71 เป็นไวรัสชนิดไม่มีเปลือกหุ้ม (Non-enveloped virus) สารล้างมือประเภทแอลกอฮอล์เจลจึงมีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อค่อนข้างต่ำ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที
  • การกำจัดและทำลายเชื้อบนพื้นผิว: อุปกรณ์และพื้นผิวสัมผัสรอบตัวผู้ป่วยต้องได้รับการทำความสะอาดด้วยสารเคมีที่มีฤทธิ์ทำลายเชื้อไวรัสไม่มีเปลือกหุ้ม เช่น สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ (Sodium hypochlorite) ความเข้มข้นอย่างน้อย 0.1% (1000 ppm)

การพยาบาลและการเฝ้าระวังทางคลินิกอย่างใกล้ชิด:

พยาบาลประจำหอผู้ป่วยวิกฤตต้องทำการประเมินอาการทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสัญญาณเตือนของการดำเนินโรคไปสู่ภาวะวิกฤต เช่น อุณหภูมิร่างกายที่สูงลอยและลดลงยาก อาการกล้ามเนื้อกระตุกสะดุ้งบ่อยครั้ง อัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นอย่างผิดปกติ และระดับความรู้สึกตัวที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อรายงานแพทย์ในการปรับเปลี่ยนแผน การรักษาภาวะวิกฤตจากเชื้อ EV71 ได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down