ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

แนวทางการตรวจวินิจฉัยแยกโรคในผู้ป่วยเด็กที่มาด้วยอาการไข้สูงลอยเฉียบพลัน

อาการไข้สูงลอยเฉียบพลัน (Acute high fever) ในผู้ป่วยเด็ก เป็นหนึ่งในอาการนำทางคลินิกที่สร้างความท้าทายแก่กุมารแพทย์และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร หรือโรคติดเชื้อในกระแสเลือดที่รุนแรง ดังนั้น การวินิจฉัยแยกโรคติดเชื้อ EV71 และกลุ่มไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) อื่นๆ ออกจากโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza), โรคไข้เลือดออก (Dengue hemorrhagic fever), และไข้สุกใส (Varicella) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง

กระบวนการคัดกรองและการวินิจฉัยแยกโรคเริ่มต้นด้วยการประเมินประวัติทางคลินิกและการตรวจร่างกายอย่างเป็นระบบ ดังนี้:

  • การประเมินลักษณะไข้: ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ EV71 มักมีไข้สูงเฉียบพลัน (มักสูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส) และเป็นไข้ลอยยาวนาน 2-4 วัน ซึ่งแตกต่างจากไข้เลือดออกที่จะมีไข้สูงลอยนาน 2-7 วัน ร่วมกับมีอาการหน้าแดงและตับโต
  • การตรวจร่างกายเพื่อหาจุดเลือดออกและผื่น: การตรวจประเมินทางคลินิกต้องมองหารอยโรคเฉพาะโรค เช่น จุดเลือดออก (Petechiae) ในไข้เลือดออก หรือผื่นแดงราบ (Maculopapular rash) ทั่วตัวในโรคหัด
  • การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น: การตรวจความเข้มข้นของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC) เพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาว (WBC count) และเกล็ดเลือด (Platelet count) ในผู้ป่วยติดเชื้อ EV71 อาจพบระดับเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น (Leukocytosis) โดยมีสัดส่วนของนิวโทรฟิล (Neutrophil) เด่น ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออกที่มักพบภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (Leukopenia) และเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) ในระยะไข้สูง

เกณฑ์การคัดกรองรอยโรค ตุ่มน้ำใสที่ผิวหนัง และแผลในช่องปาก เพื่อจำแนกความแตกต่างจากโรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina)

รอยโรคในช่องปากและผิวหนังถือเป็นลักษณะทางคลินิกที่สำคัญในการระบุกลุ่มอาการ อย่างไรก็ตาม แพทย์จำเป็นต้องจำแนกโรคโรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease: HFMD) ออกจากโรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina) ซึ่งเกิดจากกลุ่มไวรัสเอนเทอโรเช่นเดียวกัน แต่มีแนวทางการดูแลรักษาและพยากรณ์โรคที่แตกต่างกัน

เกณฑ์ทางคลินิกที่สำคัญในการแยกโรคเฮอร์แปงไจนาออกจากโรคมือ เท้า ปาก คือ ตำแหน่งการกระจายตัวของรอยโรคและการปรากฏของรอยโรคที่ผิวหนังบริเวณส่วนปลายของร่างกาย

ตารางเปรียบเทียบและการคัดกรองทางคลินิกมีรายละเอียดดังต่อไปนี้:

  • โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina): รอยโรคจะจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณช่องปากส่วนหลัง (Posterior oropharynx) ได้แก่ ลิ้นไก่ (Uvula), เพดานอ่อน (Soft palate), และทอนซิล (Tonsillar pillars) โดยเริ่มจากจุดแดง พัฒนาเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก และกลายเป็นแผลตื้นๆ ที่มีอาการเจ็บปวดมาก โดยที่ ไม่มีรอยโรคหรือตุ่มน้ำใสปรากฏที่ผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกายเลย
  • โรคมือ เท้า ปาก (HFMD): รอยโรคในช่องปากมักกระจายตัวกว้างกว่า โดยพบได้ทั้งบริเวณเพดานแข็ง (Hard palate), กระพุ้งแก้ม (Buccal mucosa), เหงือก (Gums) และลิ้น (Tongue) ร่วมกับการปรากฏของตุ่มน้ำใส (Vesicles) หรือผื่นแดงราบที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ข้อศอก เข่า และก้น รอยโรคที่ผิวหนังมักมีลักษณะรูปวงรี (Elliptical) สีเทาบนฐานสีแดง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัว

การวิเคราะห์ความแตกต่างทางคลินิกเฉพาะตัวระหว่างการติดเชื้อ EV71 และ Coxsackievirus A16

เชื้อ Enterovirus 71 (EV71) และ Coxsackievirus A16 (CA16) เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมือ เท้า ปาก แต่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของพยาธิกำเนิด ความรุนแรงของโรค และอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่คุกคามต่อชีวิต การวินิจฉัยแยกโรคติดเชื้อ EV71 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยเด็ก

ความแตกต่างทางคลินิกเฉพาะตัวสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:

  • พยาธิสภาพทางระบบประสาท (Neurovirulence): เชื้อ EV71 มีคุณสมบัติในการเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง (Neurotropic virus) สูงมาก สามารถก่อให้เกิดโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) โดยเฉพาะบริเวณก้านสมอง (Brainstem encephalitis), เยื่อหุ้มสมองอักเสบแบบปราศจากเชื้อ (Aseptic meningitis) และภาวะอัมพาตคล้ายโปลิโอ (Acute flaccid paralysis) ในขณะที่เชื้อ CA16 มักก่ออาการที่ไม่รุนแรงและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทต่ำมาก
  • ลักษณะรอยโรคทางผิวหนัง: รอยโรคที่เกิดจากเชื้อ CA16 มักมีขนาดใหญ่กว่า เป็นตุ่มน้ำใสชัดเจน (Classic vesicles) และพบบ่อยตามมือและเท้า ในทางตรงกันข้าม รอยโรคที่เกิดจากเชื้อ EV71 มักมีขนาดเล็กกว่า บางครั้งอาจพบเพียงผื่นแดงราบขนาดเล็ก (Petite macules) หรือแทบไม่มีรอยโรคทางผิวหนังปรากฏให้เห็นชัดเจนเลย ทำให้การตรวจวินิจฉัยทางคลินิกทำได้ยากและต้องการความระมัดระวังสูง
  • อาการเตือนทางระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต (Warning Signs): ผู้ป่วยติดเชื้อ EV71 ที่เริ่มมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจะแสดงอาการสะดุ้งผวา (Myoclonic jerking) โดยเฉพาะขณะกำลังจะหลับ, อาการเดินเซ (Ataxia), ตากระตุก (Nystagmus), อาเจียนพุ่ง, ซึมลง, มีอาการหอบเหนื่อย ตัวลาย (Mottled skin) และหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะปอดบวมน้ำและเลือดออกในปอด (Pulmonary edema/hemorrhage) จากภาวะสมองอักเสบ

พยาธิสรีรวิทยาและการจัดการภาวะแทรกซ้อนจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง (Severe dehydration) อันเนื่องมาจากแผลในช่องปาก

ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อ EV71 และ CA16 คือ ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง (Severe dehydration) ซึ่งเกิดจากกลไกพยาธิสรีรวิทยาเฉพาะของโรค โดยแผลในช่องปาก (Stomatitis) ที่มีจำนวนมากและอักเสบรุนแรง จะกระตุ้นตัวรับความรู้สึกเจ็บปวด (Nociceptors) ในช่องปากอย่างมาก ทำให้เกิดอาการกลืนเจ็บอย่างรุนแรง (Odynophagia) ส่งผลให้ผู้ป่วยปฏิเสธการดื่มน้ำและรับประทานอาหาร

เมื่อร่วมกับภาวะไข้สูงลอย ซึ่งเพิ่มการสูญเสียน้ำทางผิวหนังและการหายใจ (Insensible fluid loss) ร่วมกับอาการอาเจียนจากพยาธิสภาพในระบบประสาทส่วนกลาง จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว (Rapid volume depletion) นำไปสู่ภาวะปริมาตรเลือดน้อย (Hypovolemia) ความดันโลหิตต่ำ และภาวะช็อกได้ในที่สุด

แนวทางการจัดการและบำบัดรักษาทางเวชปฏิบัติ มีดังนี้:

  • การควบคุมอาการปวด (Pain Management): เป็นหัวใจสำคัญในการรักษา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาดื่มน้ำได้ โดยการใช้ยาลดไข้และแก้ปวดกลุ่ม Acetaminophen หรือ Ibuprofen (ในกรณีที่ไม่มีข้อห้ามและไม่มีภาวะขาดน้ำรุนแรง) ร่วมกับการใช้ยาชาพ่นหรือทาเฉพาะที่ในช่องปาก (Topical anesthetics เช่น Lidocaine jelly) ก่อนมื้ออาหารประมาณ 10-15 นาที
  • การชดเชยสารน้ำทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Fluid Therapy): ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะขาดน้ำระดับปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to severe dehydration) หรือปฏิเสธการดื่มน้ำโดยสิ้นเชิง แพทย์ต้องพิจารณารับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลและให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำทันที โดยเริ่มด้วยการประเมินการตรวจร่างกาย (Capillary refill, Skin turgor, Mucous membrane) และให้ Isotonic crystalloid เช่น 0.9% Normal Saline Solution (NSS) หรือ Acetated Ringer's solution เพื่อกู้คืนปริมาตรเลือดในระบบไหลเวียนโลหิต
  • การติดตามสัญญาณชีพและเกลือแร่ในร่างกาย: ต้องติดตามปริมาณปัสสาวะ (Urine output) ให้อยู่ในเกณฑ์มากกว่า 1 mL/kg/hour รวมถึงการตรวจติดตามระดับเกลือแร่ในเลือด (Electrolytes) เพื่อระวังภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) หรือสูงเกินไป (Hypernatremia) ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการรักษา
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down