ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คำถามจากห้องตรวจ: ทำไมพยาธิใบไม้ในตับยังคงเป็นภัยเงียบที่แก้ไม่ตก

ตลอดหลายปีของการปฏิบัติงานทางการแพทย์ หนึ่งในภาพติดตาที่สร้างความสะเทือนใจให้หมอมากที่สุด คือการได้เห็นผู้ป่วยวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการแน่นท้อง อึดอัดบริเวณใต้ชายโครงขวา อ่อนเพลีย และตัวเหลืองตาเหลือง ซึ่งบ่อยครั้งเมื่อทำการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลกลับชี้ไปในทางเดียวกันคือ การเป็นมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ในระยะลุกลาม

คำถามที่ตามมาเสมอจากญาติผู้ป่วยคือ เหตุใดโรคร้ายนี้จึงยังคงพบได้บ่อยมากในบางพื้นที่ ทั้งที่ทางการแพทย์มีความก้าวหน้าไปมาก และมีการรณรงค์เรื่องการกินอาหารสุกมานานนับทศวรรษ คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchis viverrini) เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ ระบาดวิทยาและความชุกของโรคในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ผูกพันซับซ้อนกับระบบนิเวศ ภูมิศาสตร์ และวิถีวัฒนธรรมการกินอย่างยากที่จะแยกออกจากกัน

สถิติและสถานการณ์ความชุกของโรคพยาธิใบไม้ในตับในรอบสิบปี

เมื่อพิจารณาข้อมูลทางระบาดวิทยาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2557–2567) จะพบว่าประเทศไทยมีความพยายามอย่างยิ่งในการลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ โดยภาพรวมทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงจากสัดส่วนในอดีต แต่เมื่อเจาะลึกในระดับรายพื้นที่ ข้อมูลจากสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กลับแสดงให้เห็น ความเหลื่อมล้ำทางระบาดวิทยา อย่างชัดเจน

ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม สกลนคร และนครพนม รวมถึงบางจังหวัดในภาคเหนือ เช่น เชียงราย น่าน และพะเยา ยังคงพบความชุกของโรคในระดับสูง โดยในบางหมู่บ้านริมลุ่มน้ำมีอัตราการติดเชื้อในประชากรสูงถึงร้อยละ 10–20 จากการตรวจอุจจาระหรือการตรวจค้นหาโปรตีนจำเพาะของพยาธิในปัสสาวะ (OV-RDT)

การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งชนิดนี้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ

ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และวิถีชีวิต: รากเหง้าของการแพร่ระบาดที่ไม่เคยหายไป

การเข้าใจ ระบาดวิทยาและความชุกของโรคในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำเป็นต้องเข้าใจวงจรชีวิตของพยาธิชนิดนี้ซึ่งต้องอาศัย "โฮสต์กึ่งกลาง" (Intermediate host) สองชนิดที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในภูมิศาสตร์ของทั้งสองภาค

  • สภาพภูมิศาสตร์และแหล่งน้ำธรรมชาติ: พื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือตอนบนเต็มไปด้วยลุ่มน้ำสำคัญ เช่น แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำสงคราม และแม่น้ำโขง ตลอดจนหนอง บึง และนาข้าวที่มีน้ำท่วมขัง สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นแหล่งผสมพันธุ์ชั้นดีของ หอยน้ำจืดขนาดเล็กชนิดหอยไซ (Bithynia snails) ซึ่งเป็นโฮสต์กึ่งกลางตัวที่หนึ่งของพยาธิ
  • การแพร่กระจายไปยังปลาเกล็ดขาว: ตัวอ่อนระยะเซอคาเรีย (Cercaria) ที่ออกจากหอยจะไชเข้าสู่เนื้อเยื่อของ ปลาเกล็ดขาวตระกูลตะเพียน (Cyprinid fish) เช่น ปลาสร้อย ปลาตะเพียน ปลากระสูบกลายเป็นตัวอ่อนระยะระยะติดต่อ (Metacercaria)
  • วิถีวัฒนธรรมการบริโภคดิบ: เมนูพื้นบ้านอย่าง ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้มสุกๆ ดิบๆ ส้มปลาโดก หรือแม้แต่การใส่ปลาร้าดิบที่หมักไม่ได้ที่ เป็นวิถีชีวิตที่ถ่ายทอดกันมาหลายรุ่น เมนูเหล่านี้ไม่เพียงแต่มอบรสชาติที่คุ้นลิ้นตามวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ยังเป็นกิจกรรมทางสังคมในการแบ่งปันอาหารเมื่อจับปลาได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ

ความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการขับถ่ายกับการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ในตับสมบูรณ์ คือการปนเปื้อนของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ แม้ว่าปัจจุบันการสร้างส้วมสุขาภิบาลในครัวเรือนของประเทศไทยจะครอบคลุมเกือบ 100% แล้วก็ตาม แต่ในทางระบาดวิทยา การปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมยังเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย:

1. พฤติกรรมการขับถ่ายนอกบ้านของเกษตรกร

ชาวบ้านหรือเกษตรกรที่ออกไปทำไร่ทำนาเป็นเวลานาน มักขับถ่ายลงในทุ่งนาหรือแหล่งน้ำใกล้เคียงเนื่องจากไม่มีส้วมสุขาภิบาลในบริเวณที่ทำงาน หากผู้ขับถ่ายมีเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ไข่พยาธิที่ปะปนมากับอุจจาระจะไหลลงสู่แหล่งน้ำทันที

2. ระบบจัดการสิ่งปฏิกูลและการชะล้างช่วงฤดูน้ำท่วม

รถสูบสิ่งปฏิกูลในบางพื้นที่ยังขาดการกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล มีการนำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งในที่ว่างเปล่าหรือแปลงเกษตรโดยไม่ผ่านการหมักกักเก็บเพื่อฆ่าไข่พยาธิอย่างน้อย 28 วัน เมื่อถึงฤดูฝน น้ำฝนจะชะล้างไข่พยาธิลงสู่แม่น้ำลำคลอง ทำให้หอยไซกินไข่พยาธิเข้าไป และเริ่มวงจรการระบาดใหม่อีกครั้ง

มาตรการเชิงรุกของกระทรวงสาธารณสุขในการควบคุมโรคในพื้นที่เป้าหมาย

กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ขับเคลื่อนโครงการ "ทศวรรษกำจัดพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี" โดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากตั้งรับเป็นการรุกเข้าสู่ชุมชนอย่างครบวงจร:

  • การคัดกรองด้วยเทคโนโลยีใหม่: นำชุดตรวจปัสสาวะสำเร็จรูป (OV-RDT) มาใช้ตรวจค้นหาการติดเชื้อในชุมชน ทำให้รู้ผลรวดเร็วและรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก โดยไม่ต้องรอตรวจอุจจาระแบบเดิม
  • การรักษาด้วยยาพราซิควอนเทล (Praziquantel): ให้การรักษาเฉพาะผู้ที่พบการติดเชื้ออย่างแม่นยำ พร้อมให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ (Re-infection)
  • การเฝ้าระวังมะเร็งท่อน้ำดีระยะเริ่มต้น: จัดโปรแกรมตรวจสแกนอัลตราซาวด์ตับให้กับกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติเคยติดเชื้อพยาธิ เพื่อตรวจหามะเร็งท่อน้ำดีในระยะเริ่มแรก ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการผ่าตัดรักษาหายได้อย่างมีนียสำคัญ
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการสุขาภิบาล: สร้างข้อตกลงร่วมในชุมชน รณรงค์ "อาหารสุก ปลาร้าต้มสุก" ควบคู่กับการจัดระบบการสูบถ่ายและกำจัดสิ่งปฏิกูลของท้องถิ่นอย่างถูกสุขลักษณะ

มุมมองแพทย์: การหยุดย้างวงจรระบาดเริ่มได้ที่ตัวเราและครอบครัว

การแก้ปัญหา ระบาดวิทยาและความชุกของโรคในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการจ่ายยาฆ่าพยาธิ แต่คือการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมและความเข้าใจด้านสุขอนามัย พยาธิใบไม้ในตับเป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ หากเราช่วยกันปรับเปลี่ยนค่านิยมการกินปลาปรุงสุกด้วยความร้อนสูง ไม่ขับถ่ายลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ และเข้าร่วมการตรวจคัดกรองสุขภาพเป็นประจำตามที่หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำ การตัดวงจรพยาธิใบไม้ในตับจะช่วยปกป้องตัวเราและคนที่เรารักให้ปลอดภัยจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down