คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเคยสงสัยไหมว่า ทำไมลูกน้อยวัยเตาะแตะที่เพิ่งไปเล่นที่สนามเด็กเล่นในร่ม บ้านเพื่อน หรือเนอสเซอรีเพียงไม่กี่วัน ถึงกลับมาพร้อมอาการไข้สูง มีตุ่มน้ำใสขึ้นที่มือ เท้า หรือในปาก จนงอแงไม่ยอมกินข้าวกินน้ำ ในฐานะกุมารแพทย์ หมอมักได้รับคำถามและพบเจอเหตุการณ์เหล่านี้อยู่เสมอเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลระบาดของกลุ่มโรคเอนเทอโรไวรัส เช่น โรคมือ เท้า ปาก และโรคเฮอร์แปงไจนา ซึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็วในกลุ่มเด็กเล็กก็คือ การติดต่อของเชื้อเอนเทอโรไวรัส ผ่านทางของเล่นและสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เด็กๆ ใช้ร่วมกันโดยที่พ่อไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า
น้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระ: แหล่งกบดานและเส้นทางการแพร่เชื้อ
เชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) เป็นกลุ่มไวรัสที่มีมนุษย์เป็นรังโรคหลัก โดยเชื้อจะอาศัยและเพิ่มจำนวนอยู่ในระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ เส้นทางการแพร่กระจายของเชื้อชนิดนี้หลักๆ มีสองทาง คือ ทางปากจากการปนเปื้อนของสิ่งขับถ่าย (Fecal-oral route) และทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสารคัดหลั่ง (Respiratory droplet)
เมื่อเด็กที่ได้รับเชื้อไอ จาม หรือมีน้ำลายไหลย้อย เชื้อไวรัสจะปนเปื้อนออกมากับสารคัดหลั่งเหล่านี้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ ตุ่มน้ำใสบนผิวหนังหรือในช่องปากที่แตกออกก็มีปริมาณเชื้ออยู่หนาแน่นเช่นกัน แต่จุดที่พ่อแม่มักมองข้ามไปคือ "อุจจาระ" เพราะหลังจากเด็กหายป่วยจากอาการไข้หรือตุ่มน้ำแห้งตกสะเก็ดไปแล้ว เชื้อเอนเทอโรไวรัสยังสามารถขับออกมาทางอุจจาระได้ยาวนานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ทำให้เด็กที่ดูเหมือนแข็งแรงดีแล้วยังคงสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้หากมีสุขอนามัยในการล้างมือที่ไม่ดีพอหลังการขับถ่าย
พฤติกรรมตามวัยเตาะตะ: สะพานเชื่อมโยงเชื้อโรคสู่ร่างกาย
เด็กในวัยเตาะเตะ (อายุประมาณ 1-3 ปี) เป็นช่วงวัยที่กำลังเรียนรู้โลกกว้างผ่านประสาทสัมผัสและการสำรวจ ซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติของเด็กวัยนี้เอื้อต่อ การติดต่อของเชื้อเอนเทอโรไวรัส เป็นอย่างยิ่ง โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงหลักๆ ดังต่อไปนี้
- การหยิบสิ่งของเข้าปาก (Oral Exploration): เด็กวัยนี้มักนำของเล่น อมมือ หรือหยิบฉวยสิ่งของรอบตัวเข้าปากเพื่อทดสอบพื้นผิวและความรู้สึก ซึ่งหากของเล่นชิ้นนั้นปนเปื้อนน้ำลายที่มีเชื้อของเด็กคนก่อนหน้า เชื้อก็จะเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านทางเยื่อบุช่องปาก
- การแบ่งปันของเล่นและน้ำลายไหลย้อย: วัยเตาะแตะมักมีน้ำลายไหลมากกว่าปกติจากการที่ฟันแท้กำลังขึ้น เมื่อเด็กๆ เล่นของเล่นชิ้นเดียวกัน น้ำลายที่ปนเปื้อนเชื้อจะเคลือบอยู่บนผิวของเล่น และถูกส่งต่อเมื่อเด็กคนอื่นหยิบไปเล่นต่อในทันที
- สุขอนามัยของมือที่ยังไม่สมบูรณ์: เด็กเล็กยังไม่สามารถล้างมือด้วยตัวเองได้อย่างถูกวิธี และมักชอบเอามือขยี้ตา แคะจมูก หรืออมนิ้วหลังจากหยิบจับสิ่งของสาธารณะ
ความทนทานของเอนเทอโรไวรัส: เชื้อร้ายที่ซ่อนตัวบนของเล่นได้นานกว่าที่คิด
ความน่ากลัวอย่างหนึ่งของเชื้อเอนเทอโรไวรัสคือ โครงสร้างของไวรัสชนิดนี้ไม่มีเปลือกหุ้มที่เป็นสารไขมัน (Non-enveloped virus) ส่งผลให้มันมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายสูงมาก แอลกอฮอล์เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ทั่วไปที่พ่อแม่นิยมใช้พ่นมือจึงไม่สามารถฆ่าเชื้อชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถมีชีวิตอยู่รอดบนพื้นผิวไม่มีชีวิตได้ยาวนานอย่างน่าเหลือเชื่อดังนี้
- ของเล่นพลาสติกและพื้นผิวแข็ง: เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่และพร้อมแพร่เชื้อต่อได้นานหลายวัน หรืออาจยาวนานถึง 1 สัปดาห์ ในอุณหภูมิห้องปกติ
- สภาพแวดล้อมที่ชื้นและเย็น: เช่น พื้นห้องน้ำ อ่างล้างมือ หรือของเล่นที่เปียกชื้น เชื้อจะยิ่งทนทานและมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นเป็นทวีคูณ
- เสื้อผ้าและผ้าขนหนู: เชื้อสามารถเกาะติดและแพร่กระจายผ่านเนื้อผ้าได้นานหลายชั่วโมงหากไม่มีการซักทำความสะอาดด้วยความร้อนหรือสารฆ่าเชื้อ
แพทย์ขอเน้นย้ำว่า การใช้แอลกอฮอล์เจลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก การทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคลอรีน เช่น น้ำยาฟอกขาวเจือจาง หรือสารโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ร่วมกับการล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธีเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที จึงจะสามารถตัดวงจรการแพร่เชื้อได้อย่างแท้จริง
การทำความเข้าใจถึงธรรมชาติและช่องทาง การติดต่อของเชื้อเอนเทอโรไวรัส จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเฝ้าระวังและป้องกันลูกน้อยได้อย่างตรงจุด การส่งเสริมให้ลูกล้างมืออย่างสม่ำเสมอ การแยกของเล่นและของใช้ส่วนตัวออกจากกัน และการให้ลูกหยุดเรียนเมื่อเริ่มมีอาการป่วย คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องลูกรักและเด็กคนอื่นๆ ให้ปลอดภัยจากกลุ่มโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ