ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

บทนำ: ความรุนแรงของเชื้อเอนเทอโรไวรัสเจ็ดสิบเอ็ด

การติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสเจ็ดสิบเอ็ด (Enterovirus 71 หรือ EV71) เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมือ เท้า ปาก ที่มีความรุนแรงและอาจนำไปสู่เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วในผู้ป่วยเด็ก แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิด ภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสเจ็ดสิบเอ็ด ที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง การตระหนักถึงสัญญาณเตือนทางคลินิกและการทำความเข้าใจพยาธิสภาพของโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปกครอง

1. สัญญาณเตือนทางคลินิกและเกณฑ์มาตรฐานในการรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล

การประเมินเพื่อตรวจหาอาการแสดงรุนแรงตั้งแต่ระยะแรกเริ่มเป็นกุญแจสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิต แพทย์และผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอาการแสดงที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย (Clinical Warning Signs) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

สัญญาณเตือนอันตรายทางคลินิกที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงลอย: มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ยาวนานกว่า 48 ชั่วโมง และไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้ตามมาตรฐาน
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง: ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เล่นน้อยลง ร้องกวนโยเยผิดปกติ สับสน เดินเซ หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน (Acute Flaccid Paralysis)
  • อาการสะดุ้งผวา (Myoclonic Jerks): มีอาการสะดุ้ง ผวา หรือกระตุกของกล้ามเนื้อบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในขณะที่กำลังจะหลับหรือขณะหลับ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร: อาเจียนรุนแรงและบ่อยครั้ง (มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน) ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้
  • อาการทางระบบหายใจและไหลเวียนโลหิต: หายใจหอบเหนื่อย อัตราการหายใจเร็วกว่าเกณฑ์ตามช่วงอายุ ตัวเขียว ปลายมือปลายเท้าเย็น หรือมีเหงื่อออกมากผิดปกติร่วมกับตัวเย็น

เกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ในการรับผู้ป่วยเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD Admission Criteria)

สถานพยาบาลจะพิจารณารับตัวผู้ป่วยเด็กเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที หากเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้:

  • ผู้ป่วยมีอาการแสดงของสัญญาณเตือนอันตรายทางคลินิกข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น
  • มีภาวะขาดน้ำระดับปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to Severe Dehydration) จากการอาเจียนหรือแผลในปากรุนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำได้
  • ผลการตรวจร่างกายพบภาวะพร่องออกซิเจน (SpO2 น้อยกว่า 95% ในบรรยากาศปกติ)
  • มีความผิดปกติของสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจเร็วเกินไป (Tachycardia) หรือความดันโลหิตเริ่มต่ำลงตามเกณฑ์อายุ
  • ครอบครัวหรือผู้ดูแลไม่สามารถดูแลหรือเฝ้าสังเกตอาการที่บ้านได้อย่างใกล้ชิด หรืออยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาล

2. พยาธิสภาพทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการสะดุ้งผวาขณะหลับ

เชื้อเอนเทอโรไวรัสเจ็ดสิบเอ็ดมีคุณสมบัติในการชอบทำลายเนื้อเยื่อประสาท (Neurotropic virus) ซึ่งสามารถผ่านเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้โดยตรง นำไปสู่ ภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสเจ็ดสิบเอ็ด ทางระบบประสาทที่รุนแรงและเฉียบพลัน

เยื่อหุ้มสมองอักเสบปลอดเชื้อ (Aseptic Meningitis)

เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง (Nuchal rigidity) และกลัวแสง (Photophobia) เมื่อทำการเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง (CSF Analysis) จะพบเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์สูงขึ้น แต่ผลการเพาะเชื้อแบคทีเรียจะเป็นลบ

สมองอักเสบและก้านสมองอักเสบ (Encephalitis and Brainstem Encephalitis)

ก้านสมองอักเสบเป็นพยาธิสภาพทางคลินิกที่จำเพาะและอันตรายที่สุดของการติดเชื้อ EV71 โดยไวรัสจะเข้าทำลายเซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง (Brainstem) ซึ่งเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ การหายใจ และการไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตแปรปรวน และการหายใจล้มเหลว

อาการสะดุ้งผวาขณะหลับ (Myoclonic Jerks)

อาการสะดุ้งผวาเป็นอาการแสดงทางคลินิกที่สำคัญที่สุดของการเกิดก้านสมองอักเสบระยะแรกเริ่ม (Grade II Brainstem Encephalitis) เกิดจากการระคายเคืองและการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวอย่างรวดเร็วและเฉียบพลัน หากพบว่าผู้ป่วยเด็กมีอาการสะดุ้งผวาบ่อยครั้ง (เช่น มากกว่า 1-2 ครั้งภายใน 30 นาที) หรือสะดุ้งผวาจนสะดุ้งตื่น ถือเป็นข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่แสดงว่ารอยโรคได้ลุกลามเข้าสู่ก้านสมองแล้ว และต้องได้รับการดูแลรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตทันที

3. ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวเฉียบพลัน

เมื่อรอยโรคที่ก้านสมองอักเสบรุนแรงขึ้น จะกระตุ้นให้เกิดภาวะมรสุมอะดรีนาลิน (Sympathetic Storm) ส่งผลให้มีการหลั่งสารเคมีกลุ่มคาเทโคลามีน (Catecholamines) เข้าสู่กระแสเลือดอย่างมหาศาล สภาวะนี้จะนำไปสู่ความล้มเหลวของระบบไหลเวียนโลหิตผ่าน 2 กลไกหลัก:

  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis): สารคาเทโคลามีนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะก่อให้เกิดพิษต่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง (Direct Myocardial Toxicity) ร่วมกับการที่ไวรัสเข้าทำลายเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้อัตราการบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้ายลดลงอย่างรวดเร็ว (Left Ventricular Dysfunction)
  • ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว (Circulatory Failure): การหดตัวของหลอดเลือดทั่วร่างกายอย่างรุนแรงจากระบบประสาทซิมพาเทติกที่ทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงในระยะแรกตามด้วยภาวะช็อกจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว (Cardiogenic Shock) ผู้ป่วยจะมีอาการผิวลาย (Mottled skin) ตัวเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ชีพจรเบาเร็ว และความดันโลหิตต่ำลงอย่างวิกฤต

4. กลไกการเกิดภาวะน้ำท่วมปอดและปอดบวมน้ำเฉียบพลันจากรอยโรคทางระบบประสาท

ภาวะน้ำท่วมปอดเฉียบพลันจากรอยโรคทางระบบประสาท (Neurogenic Pulmonary Edema หรือ NPE) คือ ภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสเจ็ดสิบเอ็ด ที่รุนแรงที่สุดและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักในผู้ป่วยเด็ก

พยาธิกำเนิดของภาวะ NPE เกิดจากการทำลายสมองส่วนก้านสมองอย่างรุนแรง (โดยเฉพาะบริเวณ Nucleus Tractus Solitarius และ Vasomotor Center) ซึ่งกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกให้ทำงานเกินขีดจำกัดสูงสุด

กลไกพยาธิสภาพของการเกิดภาวะ NPE สามารถอธิบายได้ดังนี้:

  • การเคลื่อนย้ายปริมาตรเลือดอย่างเฉียบพลัน (Systemic-to-Pulmonary Blood Shifting): การทำงานของระบบซิมพาเทติกกระตุ้นให้หลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงทั่วร่างกายหดตัวอย่างรุนแรง บีบให้เลือดปริมาณมหาศาลไหลทะลักจากระบบไหลเวียนโลหิตส่วนปลายกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตในปอด (Pulmonary Circulation)
  • แรงดันหลอดเลือดฝอยในปอดสูงวิกฤต (Pulmonary Capillary Hypertension): ปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้แรงดันไฮโดรสแตติกในหลอดเลือดฝอยในปอดสูงขึ้นอย่างมาก ดันให้น้ำและพลาสมาทะลักเข้าสู่ถุงลมปอด
  • การทำลายเยื่อบุหลอดเลือดฝอยปอด (Capillary Leak Syndrome): แรงดันที่สูงร่วมกับการหลั่งสารอักเสบ (Cytokines) ส่งผลให้โครงสร้างของผนังหลอดเลือดฝอยและถุงลมปอดเสียหาย เกิดการรั่วซึมของสารน้ำที่มีโปรตีนสูงและเม็ดเลือดแดงเข้าสู่ถุงลมปอดโดยตรง

ผู้ป่วยที่มีภาวะ NPE จะมีอาการแสดงทางคลินิกที่ทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยจะเริ่มจากหายใจหอบลึก อัตราการหายใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเสียงเสมหะครืดคราดในปอด มีฟองเสมหะสีชมพู (Pink frothy sputum) ออกมาทางปากหรือท่อช่วยหายใจ และเกิดภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ซึ่งหากไม่ได้รับการกู้ชีพและใส่เครื่องช่วยหายใจด้วยแรงดันบวกที่เหมาะสมร่วมกับการบริหารยาจำพวก Milrinone เพื่อลด Afterload และเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก

บทสรุปและแนวทางการเฝ้าระวัง

ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสเจ็ดสิบเอ็ดเป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ดำเนินโรคอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การตระหนักถึงอาการเตือนทางคลินิก เช่น ไข้สูงลอย อาเจียนรุนแรง ซึมลง แขนขาอ่อนแรง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการสะดุ้งผวาขณะหลับ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรับผู้ป่วยเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตได้ทันท่วงทีก่อนที่พยาธิสภาพจะดำเนินไปสู่ภาวะล้มเหลวของระบบไหลเวียนโลหิตและภาวะน้ำท่วมปอดจากรอยโรคทางระบบประสาท

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down