ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวียนศีรษะ บ้านหมุน: สัญญาณเตือนจากหลอดเลือดและน้ำตาลในเลือด

"หมอครับ ช่วงนี้คุณตาบ่นเวียนหัว บ้านหมุนบ่อยๆ บางครั้งเดินเซจนเกือบล้ม เป็นเพราะน้ำในหูไม่เท่ากันหรือเปล่าครับ" นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอมักได้รับฟังจากลูกหลานในห้องตรวจบ่อยครั้ง อาการเวียนศีรษะหรือบ้านหมุนในผู้สูงอายุนั้น หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัย หรือคิดว่าเป็นเพียงปัญหาน้ำในหูไม่เท่ากันธรรมดาๆ ทว่าในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ซ่อนเร้นของโรคเรื้อรังอย่างโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่กำลังขาดการควบคุมอย่างเหมาะสม

เมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดจะลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานตอบสนองต่อการเปลี่ยนท่าทางได้ช้าลง อาการเวียนศีรษะมักเกิดขึ้นในขณะที่ผู้สูงอายุลุกขึ้นยืนเร็วๆ จากท่านอนหรือท่านั่ง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension) ซึ่งกระบวนการนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ ที่ยังไม่คงที่ หากปล่อยให้ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง หลอดเลือดสมองจะเกิดการตีบตันและแข็งตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ แต่ในทางตรงกันข้าม หากผู้สูงอายุได้รับยาลดความดันโลหิตในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำจนเกิดอาการหน้ามืดและเวียนศีรษะได้เช่นกัน

นอกจากเรื่องความดันโลหิตแล้ว ความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) มักทำให้ผู้สูงอายุมีอาการใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น และเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายถึงขั้นหมดสติ ขณะเดียวกัน ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานจะเข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนปลายและหลอดเลือดขนาดเล็กที่ไปเลี้ยงหูชั้นใน ซึ่งเป็นอวัยวะควบคุมการทรงตัว ทำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการทรงตัวลำบากและเวียนศีรษะได้ง่ายขึ้น

คู่มือการตรวจวัดความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองที่บ้าน

การสังเกตและจดบันทึกอาการที่บ้านเปรียบเสมือนแผนที่นำทางสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ปรับแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ ลูกหลานสามารถช่วยดูแลคุณตาคุณยายในการตรวจวัดค่าสัญญาณชีพต่างๆ ได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้

การวัดความดันโลหิตอย่างถูกวิธี

  • เตรียมร่างกายก่อนวัด: ให้ผู้สูงอายุนั่งพักในท่าที่สบายอย่างน้อย 5 นาที หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมถึงงดการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนักๆ ก่อนทำการวัด 30 นาที และไม่ควรวัดขณะที่อั้นปัสสาวะ
  • จัดท่าทางให้ถูกต้อง: นั่งหลังตรงพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้งสองข้างวางราบกับพื้น ไม่นั่งไขว้ห้าง สวมปลอกแขน (Cuff) ของเครื่องวัดให้อยู่เหนือข้อพับแขนประมาณ 1-2 เซนติเมตร และวางแขนให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ
  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ควรทำการวัดอย่างน้อยวันละ 2 ช่วงเวลาหลัก คือ ตอนเช้าหลังตื่นนอน (ภายใน 1 ชั่วโมง หลังปัสสาวะเรียบร้อยและก่อนรับประทานอาหารหรือยา) และตอนเย็นก่อนเข้านอน โดยทำการวัดซ้ำ 2 ครั้งห่างกัน 1-2 นาทีแล้วใช้ค่าเฉลี่ย

การตรวจวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้วด้วยตัวเอง (DTX)

  • การตรวจน้ำตาลหลังงดอาหาร (Fasting Blood Sugar): ทำการเจาะตรวจในตอนเช้าหลังงดน้ำและอาหารมาแล้วอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ค่าเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุทั่วไปควรอยู่ที่ประมาณ 90-130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • การจัดทำสมุดบันทึก: ควรจดบันทึก วัน เวลา ค่าความดันโลหิต (ตัวบน/ตัวล่าง) อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงจดบันทึกอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในวันนั้นๆ เช่น อาการบ้านหมุน หน้ามืด เพื่อนำไปแสดงให้แพทย์เจ้าของไข้ดูในการตรวจครั้งถัดไป

โภชนบำบัดเฉพาะโรค: ปรับอาหารควบคุมไขมัน น้ำตาล และโซเดียม

การควบคุมโรคเรื้อรังให้ประสบความสำเร็จไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่การทานยาเท่านั้น แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยควบคุมระดับไขมัน น้ำตาล และโซเดียมในกระแสเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

"อาหารที่ดีสำหรับผู้สูงอายุไม่ใช่การอดอาหาร แต่คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อปกป้องระบบหลอดเลือดและหัวใจ"
  • ลดโซเดียมเพื่อคุมความดันโลหิต: จำกัดปริมาณโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่าเกลือป่นประมาณ 1 ช้อนชา) หลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือซอสปรุงรสต่างๆ งดอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • ควบคุมระดับน้ำตาลด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: แนะนำให้ผู้สูงอายุเปลี่ยนมาทานข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต หรือธัญพืชไม่ขัดสี ซึ่งมีดัชนีน้ำตาลต่ำ ทำให้ร่างกายค่อยๆ ดูดซึมน้ำตาลอย่างช้าๆ ช่วยลดความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่าการทานข้าวขาวหรือแป้งแปรรูป
  • ลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดี: หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ แกงกะทิ และอาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เบเกอรี่ ขนมอบ เลือกใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันมะกอกในการปรุงอาหาร และเน้นโปรตีนไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา เต้าหู้ และเนื้ออกไก่ไม่ติดหนัง

การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในระดับปฐมภูมิ

เมื่อลูกหลานพาผู้สูงอายุเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจร่างกายทั่วไปอาจไม่เพียงพอต่อการวางแผนป้องกันระยะยาว แพทย์จะแนะนำให้ประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Risk Assessment) เพื่อดูโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยมีการตรวจคัดกรองที่จำเป็นดังนี้

  • การตรวจระดับไขมันในเลือดแบบละเอียด (Lipid Profile): เพื่อวิเคราะห์หาค่าคอเลสเตอรอลรวม (TC), ไขมันดี (HDL), ไขมันเลว (LDL) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการก่อตัวของแผ่นคราบไขมันเกาะผนังหลอดเลือด และไตรกลีเซอไรด์ (TG)
  • การตรวจการทำงานของไต (eGFR และ Creatinine): เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไตเสื่อมสภาพ การตรวจหาโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Microalbuminuria) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการตรวจคัดกรองโรคไตเสื่อมในระยะแรก
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG): เพื่อประเมินอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ ค้นหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือสัญญาณเตือนของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่อาจไม่มีอาการแสดงเด่นชัด
  • การคำนวณโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด (Cardiovascular Risk Score): แพทย์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อายุ เพศ ระดับความดันโลหิต ประวัติการสูบบุหรี่ ผลการตรวจเลือด และโรคประจำตัว มาคำนวณเพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถตัดสินใจเริ่มยาป้องกันหรือปรับเปลี่ยนแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อาการเวียนศีรษะและบ้านหมุนในผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่มองข้ามได้ การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การตรวจวัดสัญญาณชีพที่บ้านอย่างถูกต้อง และการพาผู้สูงอายุไปตรวจเช็กสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณตาคุณยายมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน และสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีความสุขและแข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down