ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อการสั่งให้เก็บของจบลงด้วยการเดินหนี

"เก็บของเล่นเดี๋ยวนี้เลย" เป็นหนึ่งในประโยคที่คุณพ่อคุณแม่มักจะพูดด้วยความเหนื่อยใจหลังจากเห็นห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยของเล่นกระจัดกระจาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นภาพของลูกน้อยที่เดินเลี่ยงหนีไป หันไปสนใจสิ่งอื่น หรือแสดงท่าทีหงุดหงิดใส่ สำหรับเด็กทั่วไปพฤติกรรมนี้อาจดูเหมือนการดื้อดึงตามวัย แต่สำหรับเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD) พฤติกรรมเดินหนีมักไม่ได้เกิดจากความดื้อรั้นหรือเจตนาต่อต้าน หากแต่เกิดจากระบบการทำงานของสมองที่แตกต่างออกไปในการประมวลผลข้อมูล

ข้อจำกัดในการประมวลผลข้อมูลหลายขั้นตอนของเด็กสมาธิสั้น

สมองของเด็กสมาธิสั้นในวัยก่อนเรียนมีความบกพร่องในส่วนการทำงานระดับสูง (Executive Functions) โดยเฉพาะความจำขณะทำงาน (Working Memory) และความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ออกคำสั่งที่กว้างและมีหลายขั้นตอน เช่น "ไปทำความสะอาดห้องแล้วเตรียมตัวอาบน้ำ" สมองของเด็กจะไม่สามารถย่อยข้อมูลเหล่านั้นได้ทันที คำสั่ง "ทำความสะอาด" สำหรับเด็กสมาธิสั้นเปรียบเสมือนโจทย์ที่ซับซ้อนเกินไป เพราะพวกเขาไม่สามารถจัดลำดับได้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ระหว่างหยิบตุ๊กตา เก็บตัวต่อ หรือกวาดพื้น เมื่อสมองเกิดภาวะรับข้อมูลมากเกินไป กลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติของพวกเขาจึงแสดงออกมาในรูปแบบของการหลีกหนีเลี่ยงปัญหา

3 กฎเหล็กการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงความสนใจของลูกกลับมา

การจะส่งสารไปถึงเด็กสมาธิสั้นให้ได้ผล คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเข้าหาและการใช้คำพูด โดยยึดหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการดังต่อไปนี้

  • สร้างการสบตา (Eye Contact): หลีกเลี่ยงการตะโกนสั่งจากอีกห้องหนึ่ง หรือสั่งขณะที่ลูกกำลังจ้องหน้าจอโทรทัศน์ ให้เดินเข้าไปใกล้ๆ แตะไหล่หรือต้นแขนเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจของลูกกลับมาสู่ตัวคุณพ่อคุณแม่ก่อนเริ่มพูด
  • ลดระดับตัวลง (Get Down to Their Level): ย่อตัวลงหรือคุกเข่าให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับลูก การทำเช่นนี้ช่วยลดความรู้สึกถูกกดดันหรือคุกคาม และทำให้เด็กรู้สึกถึงความปลอดภัยและความใส่ใจ ช่วยให้สมาธิของลูกจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เรากำลังจะสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น
  • ใช้ภาษาที่เรียบง่าย สั้น และกระชับ: สมองของเด็กสมาธิสั้นต้องการคำสั่งที่เข้าใจง่ายที่สุด หลีกเลี่ยงการอธิบายเหตุผลยาวเหยียดในขณะที่ต้องการให้ลูกลงมือทำงานบ้าน ให้จำกัดคำสั่งเพียงครั้งละ 1 อย่าง และใช้ประโยคสั้นๆ ที่มีโครงสร้างชัดเจน เช่น "เก็บตัวต่อใส่กล่องสีน้ำเงิน" แทนคำว่า "ทำความสะอาดห้องเล่น"

ปรับคำสั่งให้เป็นพลังบวกด้วยเทคนิคการปรับพฤติกรรมเชิงบวก

หนึ่งใน เทคนิคการปรับพฤติกรรมเชิงบวก ที่ได้ผลดีที่สุดในทางกุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม คือการเปลี่ยนรูปแบบการออกคำสั่งจาก "คำสั่งห้ามทำ" ให้เป็น "คำสั่งที่บอกให้ทำโดยตรง"

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ใช้คำว่า "ห้ามทำรก" หรือ "หยุดโยนของเล่น" สมองของเด็กจะต้องประมวลผลสองขั้นตอน คือหยุดการกระทำนั้น และคิดหาว่าต้องทำอะไรทดแทน ซึ่งยากเกินไปสำหรับเด็กสมาธิสั้น การปรับคำพูดมาเป็นรูปแบบบอกสิ่งสำคัญที่ต้องทำทันที จะช่วยให้เด็กเข้าใจบทบาทของตนเองได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนประโยค:
เปลี่ยนจาก: "อย่าทิ้งหนังสือไว้บนพื้น"
ปรับเป็น: "หยิบหนังสือเล่มนี้ไปวางบนชั้นวางของข้างโทรทัศน์"

นอกจากนี้ การลดการใช้คำพูดเชิงลบ การประชดประชัน หรือการบ่นซ้ำๆ จะช่วยลดบรรยากาศความตึงเครียดในบ้าน และช่วยให้เด็กไม่รู้สึกล้มเหลวหรือเกิดแรงต้านก่อนที่จะได้เริ่มลงมือปฏิบัติจริง

เทคนิคการให้เด็กทบทวนคำสั่งก่อนลงมือปฏิบัติ

อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งคือ เด็กสมาธิสั้นอาจพยักหน้ารับคำสั่งเพียงเพื่อให้บทสนทนาจบลง แต่ในความเป็นจริงสมองของพวกเขาไม่ได้บันทึกคำสั่งนั้นไว้เลย วิธีการตรวจสอบความเข้าใจที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่สุดคือการให้ลูกทบทวนคำสั่งก่อนปล่อยตัวไปทำ

หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ออกคำสั่งที่สั้นและกระชับเสร็จแล้ว ให้ใช้วิธีการถามกลับด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นมิตร เช่น "เมื่อกี้คุณพ่อบอกให้ลูกช่วยเก็บอะไรใส่กล่องสีน้ำเงินบ้าง" การให้เด็กได้เปล่งเสียงพูดทวนคำสั่งออกมาด้วยตนเอง จะช่วยกระตุ้นความจำระยะสั้นและเป็นการยืนยันว่าการสื่อสารประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง หากเด็กจำไม่ได้ ให้คุณพ่อคุณแม่พูดซ้ำด้วยประโยคเดิมอย่างใจเย็น โดยไม่ดุว่าหรือแสดงความผิดหวัง

เมื่อเด็กสื่อสารทวนคำสั่งได้อย่างถูกต้องและเริ่มลงมือทำ แม้จะเป็นเพียงก้าวแรกขนาดเล็ก เช่น เก็บของเล่นเพียงชิ้นเดียว คุณพ่อคุณแม่ควรรีบให้คำชมที่เฉพาะเจาะจงทันที เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำพฤติกรรมที่ดีนั้นต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down