ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis หรือ Eczema) เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยมากในเด็กเล็กและทารก สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากอาการมักกำเริบซ้ำซาก สร้างความทรมานจากอาการคันอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับและพัฒนาการของเด็ก การดูแลรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมอาการและลดความถี่ในการกำเริบของโรค

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

สาเหตุหลักของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมร่วมกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เกราะป้องกันผิวหนัง (Skin Barrier) อ่อนแอ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย และเปิดโอกาสให้สารระคายเคือง เชื้อโรค หรือสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และคัน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ เช่น อากาศที่แห้งหรือร้อนจัด เหงื่อ การใส่เสื้อผ้าที่ระคายเคือง สบู่ที่มีสารเคมีรุนแรง ตลอดจนอาหารบางชนิดที่กระตุ้นอาการแพ้ในเด็กบางราย

อาการสำคัญและลักษณะของผื่นในแต่ละระยะ

อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของเด็ก และมีการดำเนินโรคเป็นๆ หายๆ โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะสำคัญดังนี้

อาการในระยะเฉียบพลัน

ในเด็กทารกมักพบผื่นแดง ตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก คันมาก บริเวณแก้ม หน้าผาก และหนังศีรษะ เมื่อเด็กเกาจะทำให้ตุ่มน้ำแตก มีน้ำเหลืองเยิ้ม และอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย ส่วนในเด็กโตมักพบผื่นบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา คอ และข้อมือ

อาการในระยะเรื้อรัง

หากปล่อยให้มีการอักเสบและเกาต่อเนื่อง ผิวหนังจะหนาตัวขึ้น มีรอยย่นชัดเจน สีผิวเข้มขึ้น และมีขุยแห้ง อาการคันจะยังคงอยู่และรุนแรงขึ้นในเวลากลางคืน ทำให้เด็กนอนไม่หลับ หงุดหงิด และส่งผลต่อสุขภาพจิตของทั้งเด็กและผู้ดูแล

ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการคันเป็นวงจรอุบาทว์ที่สำคัญในโรคนี้ เพราะยิ่งเด็กเกา ผิวหนังจะยิ่งอักเสบและหลั่งสารที่กระตุ้นให้คันมากขึ้น การตัดเล็บให้สั้นและใส่ถุงมือผ้าในเด็กเล็กจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนจากแบคทีเรีย

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังส่วนใหญ่จะดูแลเบื้องต้นได้ที่บ้าน แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรพาเด็กไปพบกุมารแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังทันที

  • มีไข้สูงร่วมกับผื่นแดงลุกลามอย่างรวดเร็ว
  • ผิวหนังมีตุ่มหนอง มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มมาก หรือมีกลิ่นเหม็น ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง
  • ผื่นกระจายตัวทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วและมีอาการบวมที่ใบหน้าหรือริมฝีปาก
  • เด็กซึมลง ร้องกวนผิดปกติ ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ

วิธีดูแลรักษาและฟื้นฟูผิวหนังที่บ้านอย่างถูกวิธี

การจัดการโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการดูแลผิวพรรณ เพื่อซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง ดังนี้

การทำความสะอาดผิวและการเลือกผลิตภัณฑ์

ควรอาบน้ำให้เด็กด้วยน้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่นค่อนข้างเย็น (ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดเพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น) ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม สบู่ และแอลกอฮอล์ (Soap-free และ Fragrance-free) ระยะเวลาในการอาบน้ำไม่ควรนานเกิน 5 ถึง 10 นาที เพื่อไม่ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติถูกชะล้างออกไปมากเกินไป

การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น

นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดในการดูแลเด็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง คุณพ่อคุณแม่ควรทาครีมบำรุงผิวหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้น (ชนิดครีมหรือขี้ผึ้งจะดีกว่าโลชั่นเหลว) ทาให้ทั่วร่างกายภายใน 3 ถึง 5 นาทีหลังอาบน้ำขณะที่ผิวหนังยังหมาดอยู่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในผิว และควรทาซ้ำบ่อยๆ ระหว่างวันอย่างน้อย 3 ถึง 4 ครั้ง เพื่อป้องกันผิวแห้งและลดอาการคัน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาทาเฉพาะที่ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อ่อนๆ เพื่อลดการอักเสบในช่วงที่ผื่นกำเริบ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ห้ามซื้อยาแรงมาทาเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ผิวบางและเกิดผลข้างเคียงได้

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลเด็ก

การปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กและการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นจะช่วยลดอัตราการกำเริบของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • สิ่งที่ควรทำ: เลือกเสื้อผ้าเนื้อผ้าฝ้าย (Cotton) ที่นุ่ม ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงผ้าขนสัตว์หรือใยสังเคราะห์ รักษาความสะอาดภายในบ้าน ลดฝุ่นละอองและไรฝุ่น
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามใช้สบู่ที่มีฤทธิ์แรงในการถูตัว ห้ามขัดผิวหรือใช้ใยขัดตัวแรงๆ ห้ามปล่อยให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น และห้ามให้เด็กเกาผื่นแรงๆ เด็ดขาด

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้โรคกำเริบซ้ำซากต้องอาศัยวินัยในการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่ผิวปกติแล้ว นอกจากนี้การให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เต็มที่ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดอาการแพ้ต่างๆ ได้ในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down