ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นไข้นาน คออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองโต: สัญญาณเตือนของเชื้อไวรัส EBV

เมื่อลูกน้อยมีอาการไข้สูงต่อเนื่อง คออักเสบจนกลืนอาหารลำบาก และคลำพบก้อนต่อมน้ำเหลืองที่โตผิดปกติ พ่อแม่มักเกิดความกังวลใจเป็นอย่างมาก อาการเหล่านี้เป็นลักษณะเด่นของการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Epstein-Barr Virus หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า EBV ซึ่งก่อให้เกิดโรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส (Infectious Mononucleosis) หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า โรคจูบ (Kissing Disease) แม้ชื่อจะดูน่ากลัว แต่หากเข้าใจกลไกการเกิดโรคและการอ่านผลเลือดอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความกังวลและนำไปสู่การดูแลที่เหมาะสมได้

EBV คืออะไรและแพร่กระจายได้อย่างไร

ไวรัส Epstein-Barr (EBV) เป็นไวรัสในกลุ่ม Herpesvirus ที่พบได้ทั่วไปในมนุษย์ ส่วนใหญ่การติดเชื้อจะเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น โดยการแพร่กระจายผ่านทางน้ำลายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ของใช้ร่วมกัน การดื่มน้ำแก้วเดียวกัน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะไปแบ่งตัวที่เซลล์เยื่อบุคอหอยและเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดบี (B-lymphocytes) ทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างต่อมน้ำเหลืองให้โตขึ้นเพื่อทำลายเชื้อ

อาการเด่นชัดและระยะเวลาของโรค

อาการของการติดเชื้อ EBV มักจะค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มต้นจากอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว และมีไข้สูง อาการเด่นที่แพทย์มักตรวจพบ ได้แก่:

  • ไข้สูงลอยต่อเนื่อง (บางรายอาจนาน 1 ถึง 2 สัปดาห์)
  • เจ็บคออย่างรุนแรง มีลักษณะคอแดงจัดหรือมีฝ้าขาวที่ทอนซิล (Tonsillar Exudates)
  • ต่อมน้ำเหลืองโต โดยเฉพาะบริเวณลำคอ รักแร้ และขาหนีบ
  • ตับหรือม้ามโต ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกมีอาการปวดท้องหรืออึดอัดแน่นท้อง

การวินิจฉัยและวิธีอ่านผลตรวจเลือดเพื่อแยกการติดเชื้อ

เมื่อลูกมีอาการเข้าข่าย แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย โดยผลตรวจที่สำคัญคือการหาค่าภูมิคุ้มกัน (Antibody) ต่อเชื้อ EBV ซึ่งประกอบด้วยการตรวจดูระดับ VCA (Viral Capsid Antigen) ดังนี้:

  • VCA IgM: หากผลเป็นบวก หมายถึงมีการติดเชื้อใหม่ (Acute Infection) ร่างกายเพิ่งตอบสนองต่อเชื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • VCA IgG: หากผลเป็นบวกในขณะที่ IgM เป็นลบ หมายถึงร่างกายเคยได้รับเชื้อมาก่อนในอดีต (Past Infection) และมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อนี้แล้ว
  • EBNA: เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นช้าๆ หลังจากติดเชื้อมาแล้วนานหลายเดือน ซึ่งช่วยยืนยันว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ใช่การติดเชื้อครั้งใหม่
คำแนะนำจากคุณหมอ: การอ่านผลเลือดควรให้กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัยร่วมกับการตรวจร่างกายโดยละเอียด เพราะในเด็กเล็กบางราย ผลตรวจภูมิคุ้มกันอาจมีความคลาดเคลื่อนได้หากตรวจเร็วเกินไป

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

แม้โรคนี้ส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่พ่อแม่ต้องสังเกตอาการวิกฤตที่แสดงถึงภาวะแทรกซ้อน ดังนี้:

  • หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย หรือมีเสียงวี้ด (อาจเกิดจากต่อมทอนซิลโตมากจนอุดกั้นทางเดินหายใจ)
  • อาการปวดท้องรุนแรงที่บริเวณชายโครงซ้าย (อาจเป็นสัญญาณของม้ามโตและเสี่ยงต่อการฉีกขาด)
  • ซึมลงมาก ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนม ปัสสาวะน้อยลง (ภาวะขาดน้ำ)
  • ไข้สูงลอยนานเกิน 7-10 วันโดยไม่มีแนวโน้มดีขึ้น
  • มีจุดเลือดออกตามตัวหรือซีดลงอย่างรวดเร็ว

วิธีรักษาและการดูแลที่บ้าน

เนื่องจาก EBV เป็นการติดเชื้อไวรัส จึงไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การรักษาหลักคือการประคับประคองตามอาการ:

  • การลดไข้: ให้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว (10-15 mg/kg) ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • การดูแลคอ: ดื่มน้ำมากๆ หากเด็กโตให้กลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อลดอาการเจ็บ
  • การพักผ่อน: ในช่วงที่มีไข้สูงและต่อมน้ำเหลืองโต ควรให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอและงดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายหนักหรือกีฬาที่ต้องมีการปะทะหน้าท้อง เพราะม้ามที่โตอาจได้รับการกระทบกระเทือนได้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มาให้ลูกทานเองเด็ดขาด เพราะไม่มีผลต่อไวรัส EBV และอาจทำให้เกิดผื่นแพ้ยาที่รุนแรงได้หากได้รับยาบางชนิด เช่น Amoxicillin ในช่วงที่มีการติดเชื้อ EBV

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อ EBV โดยเฉพาะ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน:

  • สอนลูกให้ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ
  • งดใช้ภาชนะ ช้อนส้อม และหลอดดูดน้ำร่วมกับผู้อื่น
  • ส่งเสริมโภชนาการที่ครบถ้วนเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดหรือเจ็บคอ

หากลูกมีอาการไข้สูง เจ็บคอ และคลำพบต่อมน้ำเหลืองที่โตขึ้น การพาลูกมาตรวจร่างกายอย่างละเอียดกับกุมารแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำและคำแนะนำการดูแลที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูกน้อยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down