ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เสียงครืดคราดเบาๆ ในลำคอขณะที่ลูกน้อยกำลังหลับสนิท อาจเป็นภาพที่คุ้นตาของคุณพ่อคุณแม่หลายคนจนมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา หรือคิดว่าลูกเพียงแค่เหนื่อยจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในช่วงกลางวัน ทว่าในทางการแพทย์กุมารเวชศาสตร์ เสียงหายใจที่ติดขัดหรือเสียงกรนสะดุ้งเหล่านั้น คือสัญญาณเตือนภัยเงียบที่กำลังบ่งบอกว่า สมองของลูกรักอาจกำลังขาดแคลนสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนา นั่นคือ ออกซิเจนและการหลับสนิทอย่างมีคุณภาพ

การปล่อยให้อาการนอนกรนดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรกของชีวิต อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อโครงสร้างสมองและพฤติกรรมของเด็กเมื่อเติบโตขึ้นอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

ปีทองแห่งการพัฒนาการทางสมอง: ทำไมช่วงวัยทารกถึงสองขวบจึงเป็นช่วงที่สมองต้องการออกซิเจนและการพักผ่อนที่สมบูรณ์ที่สุด

ในช่วงแรกเกิดจนถึงอายุสองขวบ คือช่วงเวลาที่สมองของมนุษย์มีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในชีวิต โดยขนาดของสมองจะพัฒนาไปจนถึงเกือบร้อยละแปดสิบของสมองผู้ใหญ่ เซลล์สมองจะมีการสร้างจุดประสานประสาทหรือไซแนปส์ (Synapses) นับล้านๆ จุดในทุกวินาที กระบวนการที่สำคัญยิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเด็กได้รับการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอเท่านั้น

ขณะที่ทารกหลับสนิท ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต และสมองจะทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ความจำ รวมถึงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่หากระบบทางเดินหายใจเกิดการอุดกั้นจนทำให้เกิดการนอนกรน ปริมาณออกซิเจนที่ส่งไปเลี้ยงสมองจะลดต่ำลงอย่างกะทันหันในขณะหลับ ส่งผลให้วงจรการนอนหลับถูกรบกวน สมองสูญเสียโอกาสในการพัฒนาในช่วงเวลาที่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

ผลเสียของการนอนกรนสะดุ้งเรื้อรังที่อาจนำไปสู่ภาวะสมาธิสั้น (ADHD) เมื่อลูกโตขึ้น

เมื่อทารกมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ ร่างกายจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อพยายามดึงอากาศเข้าสู่ปอด ทำให้เกิดการสะดุ้งตื่นเป็นช่วงสั้นๆ (Micro-arousals) แม้คุณแม่จะมองเห็นว่าลูกยังหลับอยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองของเขาไม่ได้พักผ่อนเลย การสะดุ้งตื่นเรื้อรังเช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมาธิ อารมณ์ และพฤติกรรม

ผลการศึกษาทางการแพทย์หลายฉบับยืนยันตรงกันว่า เด็กที่มีประวัตินอนกรนสะดุ้งเรื้อรังในวัยทารก มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปสู่ภาวะสมาธิสั้น (ADHD) มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ และมีพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อเข้าสู่วัยเรียน เนื่องจากสมองส่วนหน้าขาดโอกาสในการพัฒนาอย่างเต็มที่จากการขาดออกซิเจนเรื้อรังในเวลากลางคืน การรีบพาไปพบแพทย์เพื่อ รักษาอาการนอนกรนในเด็ก ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องสมองของลูกจากภาวะนี้

"การนอนกรนในเด็กไม่ใช่สัญญาณของการหลับสนิท แต่คือสัญญาณของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากการขาดอากาศหายใจในทุกๆ คืน"

การประเมินผลดีในการลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมในระยะยาว

การตัดสินใจแก้ไขและรักษาอาการนอนติดขัดตั้งแต่วัยทารก ส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อสุขภาพจิตและพฤติกรรมของเด็กในระยะยาว เมื่อสมองได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอตลอดทั้งคืน เด็กจะมีวงจรการนอนหลับที่สมบูรณ์ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนแห่งความเครียดอยู่ในระดับที่สมดุล

จากการติดตามผลในผู้ป่วยเด็ก พบว่าเด็กที่ได้รับการรักษาภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับอย่างทันท่วงที มีพัฒนาการด้านสติปัญญา (IQ) ที่ดีขึ้น มีความสามารถในการเรียนรู้และการจดจำที่สมวัย อารมณ์แจ่มใส ไม่หงุดหงิดง่าย และมีความมั่นคงทางอารมณ์มากกว่าเด็กที่ปล่อยให้อาการนอนกรนเรื้อรังยาวนานจนโต ซึ่งเป็นการลดโอกาสการเกิดโรคซึมเศร้าและความวิตกกังวลในวัยรุ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขั้นตอนและทางเลือกการรักษาที่คุณแม่สามารถเตรียมความพร้อมให้ลูกรักได้ตั้งแต่วันนี้

หากสังเกตเห็นว่าลูกน้อยนอนกรน มีเสียงหายใจครืดคราด นอนอ้าปาก หรือมีอาการสะดุ้งตื่นมาร้องไห้กลางดึกบ่อยครั้ง คุณแม่ไม่ควรรอช้า และควรเริ่มเตรียมความพร้อมตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • บันทึกวิดีโอขณะลูกหลับ: ถ่ายคลิปวิดีโอที่เห็นลักษณะการหายใจ เสียงกรน และหน้าอกของลูกขณะหลับประมาณ 3-5 นาที เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญให้แพทย์วิเคราะห์
  • เข้าพบกุมารแพทย์เฉพาะทาง: เพื่อทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ประเมินขนาดของต่อมทอนซิล ต่อมอะดีนอยด์ โครงสร้างใบหน้า และช่องทางเดินหายใจส่วนบน
  • ร่วมวางแผนการรักษา: แนวทางการ รักษาอาการนอนกรนในเด็ก จะขึ้นอยู่กับสาเหตุเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การปรับสภาพแวดล้อมห้องนอนเพื่อลดสารก่อภูมิแพ้ การใช้ยาลดการอักเสบในโพรงจมูก ไปจนถึงการพิจารณาผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์ที่โตผิดปกติออก ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของเด็กให้ดีขึ้นทันที

การนอนหลับที่มีคุณภาพคือของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะมอบให้แก่สมองของลูกรักได้ การสังเกตและรีบแก้ไขปัญหาการนอนกรนตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตทางสติปัญญาและอารมณ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงของลูกในวันข้างหน้า

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down