ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีแผลในช่องปากแต่ไม่มีตุ่มตามมือเท้า: วิธีการแยกโรคและข้อแตกต่างระหว่างโรคมือเท้าปากกับโรคเฮอร์แปงไจนา

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยประสบกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยงอแง ไม่ยอมทานอาหาร หรือร้องไห้จ้าเพราะเจ็บในช่องปาก และเมื่อตรวจดูภายในคอ ก็พบแผลเล็กๆ หลายจุด ความกังวลแรกที่ผุดขึ้นมาคือ “ลูกเป็นโรคมือเท้าปากหรือเปล่า?” แต่ถ้าสังเกตแล้วไม่มีตุ่มขึ้นที่มือและเท้าล่ะ แล้วอาการแบบนี้บ่งชี้ว่าเป็นโรคอะไรกันแน่?

ในฐานะกุมารแพทย์ ผมเข้าใจดีถึงความสับสนและข้อกังวลเหล่านี้ เพราะอาการเจ็บปากในเด็กสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และสองโรคที่มักสร้างความเข้าใจผิด เนื่องจากมีอาการคล้ายกันคือ โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD) และ โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina) แม้ต้นเหตุจะเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกัน แต่อาการและตำแหน่งของแผลมีความแตกต่างที่สำคัญ ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยและการดูแลที่ถูกต้อง

ทำความรู้จักโรคเฮอร์แปงไจนา: แตกต่างจากโรคมือเท้าปากอย่างไร

โรคเฮอร์แปงไจนาเป็นการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัสเช่นเดียวกับโรคมือเท้าปาก โดยเฉพาะเชื้อค็อกแซคกีไวรัส กลุ่ม A ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุ 3-10 ปี มักมีการระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

ลักษณะสำคัญของโรคเฮอร์แปงไจนา:

  • อาการเริ่มต้น: มีไข้สูงเฉียบพลัน อาจสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว เบื่ออาหาร และที่สำคัญคือมีอาการเจ็บคอมากจนบางครั้งลูกอาจไม่ยอมกลืนน้ำลาย
  • ตำแหน่งของแผล: จุดแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ตำแหน่งของแผลในช่องปาก โรคเฮอร์แปงไจนาจะพบตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก ซึ่งจะแตกเป็นแผลตื้นๆ สีเทาอมเหลือง และมีขอบสีแดงอักเสบ อยู่บริเวณ คอหอยด้านหลัง ได้แก่ เพดานอ่อน ลิ้นไก่ ผนังคอหอย และบริเวณต่อมทอนซิล โดยทั่วไปจะไม่พบแผลที่กระพุ้งแก้ม เหงือก หรือลิ้นด้านหน้า
  • ไม่มีตุ่มที่มือและเท้า: นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดจากโรคมือเท้าปาก หากตรวจไม่พบตุ่มน้ำใสหรือผื่นแดงที่บริเวณมือ เท้า และก้น ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคเฮอร์แปงไจนา

การเปรียบเทียบตำแหน่งของตุ่มน้ำใสและแผล: กุญแจสำคัญในการแยกโรค

การแยกโรคเฮอร์แปงไจนาออกจากโรคมือเท้าปากอาศัยการสังเกตตำแหน่งของแผลเป็นหลัก ดังนี้:

  • โรคเฮอร์แปงไจนา: แผลมักปรากฏอยู่เฉพาะที่ คอหอยด้านหลัง บริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างลึกและอาจมองเห็นได้ยากหากไม่เปิดปากกว้างๆ สิ่งนี้ทำให้เด็กมีอาการเจ็บคอมากและกลืนลำบาก
  • โรคมือเท้าปาก: แผลในช่องปากมักปรากฏอยู่บริเวณ กระพุ้งแก้ม เหงือก ลิ้นด้านหน้า และเพดานแข็ง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านหน้ามากกว่า นอกจากนี้ โรคมือเท้าปากยังมีลักษณะจำเพาะคือ การพบตุ่มน้ำใสหรือผื่นแดงที่บริเวณ มือ เท้า และอาจรวมถึงก้น ลักษณะตุ่มน้ำจะเป็นเม็ดเล็กๆ ไม่คัน แต่บางครั้งก็ทำให้เจ็บได้

“การที่ลูกมีแผลในช่องปากแต่ไม่มีตุ่มที่มือและเท้าอย่างชัดเจน เป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยให้เราสงสัยไปทางโรคเฮอร์แปงไจนามากกว่าโรคมือเท้าปาก”

ความเสี่ยงและแนวทางการติดตามอาการแทรกซ้อน

แม้ทั้งสองโรคส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 7-10 วัน ด้วยการดูแลประคับประคองตามอาการ แต่ก็มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่จึงควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเฮอร์แปงไจนา:

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะขาดน้ำ เนื่องจากการเจ็บคอมาก ทำให้เด็กไม่ยอมดื่มน้ำหรือทานอาหาร คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการปากแห้ง ตาโบ๋ ปัสสาวะน้อยลง และหากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์เพื่อประเมินและอาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคมือเท้าปาก:

ในส่วนของโรคมือเท้าปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดจากเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 (EV71) ซึ่งพบได้ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้มากกว่า เช่น:

  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท: สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและปอด: กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือภาวะน้ำท่วมปอดและเลือดออกในปอด

ภาวะเหล่านี้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น การเฝ้าระวังอาการผิดปกติจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากลูกมีอาการซึมลง อาเจียนบ่อยๆ ชัก แขนขาอ่อนแรง หายใจหอบเหนื่อย หรือมีอาการเกร็งกระตุกผิดปกติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

สรุปและคำแนะนำจากแพทย์

ไม่ว่าจะเป็นโรคมือเท้าปากหรือโรคเฮอร์แปงไจนา หัวใจสำคัญของการดูแลคือการให้ลูกได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ รวมถึงการให้ยาลดไข้และยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

การมีความรู้ความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างโรคมือเท้าปากและโรคเฮอร์แปงไจนา จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับอาการของลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที หากยังไม่มั่นใจในอาการของลูก หรืออาการไม่ดีขึ้น รวมถึงมีข้อสงสัยใดๆ อย่าลังเลที่จะปรึกษากุมารแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการดูแลที่เหมาะสมที่สุดเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down