ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเมื่อเผชิญภาวะวิกฤต: แยกอย่างไรระหว่าง ไอเป็นเลือด และ อาเจียนเป็นเลือด

กลางดึกคืนหนึ่ง เสียงไออย่างรุนแรงตามมาด้วยการบ้วนเสมหะปนเลือดสีแดงสดออกมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนไข้และคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นในสถานการณ์คับขันเช่นนี้คือ เลือดที่ออกมานั้นมาจากระบบทางเดินหายใจหรือระบบทางเดินอาหารกันแน่?

ในฐานะแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน บ่อยครั้งที่พบว่าความสับสนระหว่างอาการ ไอเป็นเลือด (Hemoptysis) และ อาเจียนเป็นเลือด (Hematemesis) นำไปสู่การปฐมพยาบาลที่ผิดวิธี ซึ่งในรายที่มีอาการรุนแรง ความเข้าใจที่ถูกต้องและการจัดการอย่างมีสติในนาทีแรกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยรักษาชีวิตของคนไข้ไว้ได้

ไขความแตกต่างทางคลินิก: ไอเป็นเลือด ปะทะ อาเจียนเป็นเลือด

แม้ว่าจะมีเลือดออกจากช่องปากเหมือนกัน แต่แหล่งที่มาและกลไกการเกิดโรคของทั้งสองอาการนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การสังเกตลักษณะของเลือดและอาการร่วมสามารถช่วยให้เราแยกแยะเบื้องต้นได้อย่างแม่นยำ ดังนี้

  • ไอเป็นเลือด (Hemoptysis): มีแหล่งกำเนิดมาจากระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่กล่องเสียง หลอดลม ไปจนถึงเนื้อเยื่อปอด เลือดที่ออกมามักมี สีแดงสด เนื่องจากเป็นเลือดที่เพิ่งออกจากหลอดแดงและได้รับออกซิเจน มักมีลักษณะเป็นฟองปนเสมหะ (Frothy Sputum) เนื่องจากผสมกับอากาศในทางเดินหายใจ และมีฤทธิ์เป็นด่าง ก่อนเกิดอาการคนไข้มักจะมีอาการไอ นำมาก่อน หรือรู้สึกระคายคอ แน่นหน้าอก
  • อาเจียนเป็นเลือด (Hematemesis): มีแหล่งกำเนิดมาจากระบบทางเดินอาหาร เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น เลือดที่ออกมามักมี สีแดงคล้ำหรือสีคล้ายน้ำเกลือผสมกากกาแฟ (Coffee-ground) เนื่องจากเลือดสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหาร มักมีเศษอาหารปนออกมาด้วย และมีฤทธิ์เป็นกรด ก่อนเกิดอาการคนไข้มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มวนท้อง หรือมีประวัติปวดท้องโรคกระเพาะและโรคตับแข็ง
ข้อสังเกตสำคัญ: หากคนไข้มีอาการไอและบ้วนน้ำลายที่มีเลือดปนเพียงเล็กน้อย อาจเกิดจากแผลในช่องปากหรือหลังโพรงจมูกไหลลงคอ ซึ่งไม่ใช่ทั้งการไอเป็นเลือดหรืออาเจียนเป็นเลือด แต่หากมีปริมาณเลือดมากและไหลไม่หยุด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

การประเมินความรุนแรงในภาวะไอเป็นเลือดปริมาณมากระดับวิกฤต (Massive Hemoptysis)

ในทางการแพทย์ ภาวะ ไอเป็นเลือด ปริมาณมากในระดับวิกฤต ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางอายุรกรรมที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยทั่วไปเราจะประเมินจากปริมาณเลือดที่ไอออกมา หากมีปริมาณมากกว่า 100 ถึง 600 มิลลิลิตรภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง หรือไอออกมาเป็นเลือดสดปริมาณมากในครั้งเดียว (ประมาณครึ่งแก้วน้ำขึ้นไป)

สิ่งที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตในภาวะไอเป็นเลือดปริมาณมาก ไม่ใช่การสูญเสียเลือดจนหมดตัวเหมือนในกรณีอุบัติเหตุ แต่เป็น การสำลักเลือดเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ (Asphyxiation) ซึ่งทำให้คนไข้ขาดอากาศหายใจอย่างรวดเร็ว สัญญาณเตือนของภาวะวิกฤตที่ต้องสังเกตมีดังนี้:

  • คนไข้มีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือหายใจมีเสียงครืดคราดในลำคอ
  • ริมฝีปาก ปลายนิ้วมือก้อยเริ่มมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
  • มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว หรือหมดสติช็อกจากความดันโลหิตตก

ขั้นตอนปฐมพยาบาลและการจัดท่าทางที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการสำลัก

เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการไอเป็นเลือดปนเสมหะ หรือไอเป็นเลือดสด สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติ และปฏิบัติตามขั้นตอนการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งที่สุดและป้องกันการสำลักเลือดลงปอดข้างที่ยังใช้งานได้ดี

ขั้นตอนการปฏิบัติและการจัดท่าทางผู้ป่วย:

1. จัดท่านอนตะแคง (Lateral Decubitus Position): นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการปฐมพยาบาล หากทราบแน่ชัดว่าปอดข้างใดที่มีปัญหา (เช่น คนไข้เคยมีประวัติวัณโรคปอดข้างขวา หรือมีความรู้สึกอุ่นระคายเคืองในทรวงอกด้านขวาก่อนไอ) ให้ นอนตะแคงเอาปอดข้างที่เลือดออกลงด้านล่าง เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนไปอุดกั้นปอดอีกข้างที่ดีอยู่ แต่หากไม่ทราบแน่ชัดว่าออกข้างใด ให้จัดท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำเพื่อปล่อยให้เลือดไหลออกจากปากได้สะดวกที่สุด

2. ห้ามนอนหงายเด็ดขาด: การนอนหงายจะทำให้เลือดไหลลงสู่หลอดลมและปอดทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างสมบูรณ์และเสียชีวิตจากการขาดอากาศ

3. กระตุ้นให้ไออย่างระมัดระวัง: หากรู้สึกว่ามีเลือดหรือเสมหะค้างอยู่ในลำคอ ให้คนไข้พยายามกระแอมหรือไอออกเบาๆ เพื่อระบายเลือดออก ไม่ควรพยายามกลืนเลือดลงท้อง และหลีกเลี่ยงการเบ่งไออย่างรุนแรงเพราะอาจทำให้หลอดลมฉีกขาดเพิ่มขึ้น

4. งดน้ำและอาหารทันที (NPO): เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดหรือการส่องกล้องฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นเมื่อถึงโรงพยาบาล

แนวทางการประเมินและการรักษาทางระบบหายใจในภาวะฉุกเฉินที่สถานพยาบาล

เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงห้องฉุกเฉิน ทีมแพทย์และพยาบาลจะเข้าดูแลทันทีตามหลักการกู้ชีพขั้นสูง โดยมีเป้าหมายหลักคือการรักษาทางเดินหายใจให้โล่งและควบคุมจุดเลือดออก

1. การจัดการทางเดินหายใจและการช่วยหายใจ (Airway and Breathing): แพทย์จะประเมินสัญญาณชีพและระดับออกซิเจนในเลือด หากคนไข้ไม่สามารถรักษาทางเดินหายใจของตนเองได้ หรือมีภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง แพทย์จะทำการใส่ท่อช่วยหายใจขนาดใหญ่เพื่อดูดเคลียร์ลิ่มเลือด และส่งผ่านออกซิเจนไปยังปอดส่วนที่ยังทำงานได้ดี

2. การสืบค้นเพื่อหาจุดเลือดออก: การทำเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) หรือการตรวจคอมพิวเตอร์หน้าอก (CT Chest) จะถูกทำอย่างเร่งด่วนเพื่อระบุตำแหน่งของรอยโรค นอกจากนี้แพทย์เฉพาะทางโรคปอดอาจทำการส่องกล้องตรวจหลอดลม (Bronchoscopy) เพื่อเข้าไปดูจุดที่เลือดออกโดยตรง

3. การห้ามเลือดในภาวะฉุกเฉิน:

  • การใส่ยาห้ามเลือดผ่านกล้องตรวจหลอดลม: แพทย์อาจใช้น้ำเกลือเย็นจัดหรือยาหดหลอดเลือดฉีดพ่นบริเวณที่เลือดออกโดยตรง
  • การอุดเส้นเลือดแดงของปอด (Bronchial Artery Embolization - BAE): เป็นวิธีที่ได้ผลดีมากในปัจจุบัน โดยแพทย์รังสีรักษาจะใส่สายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงเพื่อหาแขนงเส้นเลือดที่ฉีกขาดและทำการปล่อยสารอุดกั้นเพื่อหยุดเลือด
  • การผ่าตัดด่วน (Surgery): จะพิจารณาทำในกรณีที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่สำเร็จ และรอยโรคจำกัดอยู่เฉพาะปอดกลีบใดกลีบหนึ่ง

อาการไอเป็นเลือดไม่ใช่เรื่องที่ควรรอเวลา หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการไอแล้วมีเลือดปนออกมา แม้เพียงปริมาณเล็กน้อยก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการวินิจฉัยที่รวดเร็วคือโอกาสในการรักษาให้หายขาดและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะวิกฤตที่อาจพรากชีวิตไปอย่างกะทันหัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down