ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ยามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรับมือกับภาวะทารกไม่ถ่ายอุจจาระหลังคลอด หรือเด็กที่มีอาการท้องอืดเกร็งอย่างรุนแรง

เมื่อทารกแรกเกิดไม่ถ่ายอุจจาระเทา (Meconium) ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ร่วมกับมีอาการท้องอืด แน่นท้อง หรืออาเจียนเป็นปีกสีเขียวเหลือง ข้อสงสัยสำคัญทางกุมารเวชศาสตร์และศัลยศาสตร์กุมารเวชกรรมคือภาวะ โรคลำไส้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด (Hirschsprung's disease) ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์ประสาทในผนังลำไส้ส่วนปลายไม่เจริญตามปกติ ทำให้ลำไส้ใหญ่ส่วนนั้นไม่สามารถบีบตัวเพื่อขับอุจจาระออกได้ เกิดการอุดกั้นและสะสมของอุจจาระจนลำไส้ส่วนบนโป่งพองขึ้น

การวินิจฉัยโรคนี้อย่างแม่นยำเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการรักษาหลักคือการทำศัลยกรรมตกแต่งและตัดลำไส้ส่วนที่ไร้เซลล์ประสาทออก ในกระบวนการทางแพทย์ ปัจจุบันมี 2 ขั้นตอนหลักสำคัญที่ใช้ในการยืนยันและวางแผนการรักษา ได้แก่ การสวนสารทึบแสงเข้าทางทวารหนัก และการตัดชิ้นเนื้อผนังลำไส้ใหญ่ไปตรวจทางพยาธิวิทยา

1. การตรวจสวนลำไส้ใหญ่ด้วยสารทึบแสง (Barium Enema): การค้นหารอยต่อแห่งปัญหา

การตรวจด้วยภาพถ่ายรังสีโดยการสวนสารทึบแสง (Barium Enema) เป็นขั้นตอนทางรังสีวิทยาขั้นแรกที่มีบทบาทสำคัญในการประเมินลักษณะกายภาพของลำไส้ใหญ่ หลักการสำคัญของการตรวจวิธีนี้คือการดูโครงสร้างและความแตกต่างของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำไส้ใหญ่ เพื่อค้นหา "ช่วงรอยต่อลำไส้" (Transition Zone)

  • การแสดงภาพช่วงรอยต่อ (Transition Zone): ในผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด ภาพรังสีจะแสดงให้เห็นลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่แคบเล็ก (เนื่องจากไม่มีเซลล์ประสาทคุมการคลายตัว) ต่อเนื่องกับลำไส้ใหญ่ส่วนบนที่ขยายขนาดใหญ่และโป่งพองผิดปกติ (เนื่องจากมีอุจจาระและก๊าซคั่งค้างอยู่) จุดเชื่อมต่อนี้คือแนวทางแรกที่ช่วยให้ศัลยแพทย์ประเมินความยาวของลำไส้ส่วนที่มีปัญหา
  • ข้อควรระวังเทคนิคในการตรวจ: แพทย์รังสีมักจะไม่ทำการสวนล้างอุจจาระในลำไส้ใหญ่ก่อนการตรวจทันที เพราะการสวนล้างอาจทำให้ลำไส้ส่วนที่โป่งพองขยายตัวลดลงชั่วคราว จนไม่เห็นช่วงรอยต่อที่ชัดเจน
  • การถ่ายภาพรังสีติดตามผล (Delayed Film): การถ่ายภาพเอ็กซเรย์ซ้ำหลังผ่านไป 24 ชั่วโมง จะช่วยประเมินการขับสารทึบแสงออกจากลำไส้ หากพบว่ายังมีสารทึบแสง ตกค้างกระจายอยู่ทั่วไป จะยิ่งสนับสนุนข้อสันนิษฐานว่าการบีบตัวของลำไส้ผิดปกติอย่างรุนแรง

2. การตรวจชิ้นเนื้อผนังลำไส้ใหญ่ (Rectal Biopsy): มาตรฐานทองคำในการวินิจฉัยโรค

แม้ว่าการสวนสารทึบแสงจะให้ภาพโครงสร้างลำไส้ที่ชัดเจน แต่การยืนยันวินิจฉัย โรคลำไส้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด ที่แน่นอนที่สุด (Gold Standard) คือการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาจากการทำ Rectal Biopsy

กระบวนการนี้ทำได้โดยการตัดเนื้อเยื่อขนาดเล็กบริเวณผนังลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (สูงกว่ารอยต่อผิวหนังทวารหนักหรือ Dentate line เล็กน้อย) เพื่อนำไปส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยแบ่งเป็นวิธีหลักๆ ได้แก่:

  • Rectal Suction Biopsy: วิธีการยอดนิยมในเด็กเล็กและทารกแรกเกิด ทำได้โดยใช้เครื่องมือดูดชิ้นเนื้อเยื่อชั้นเมือกและชั้นใต้เมือก (Mucosa and Submucosa) โดยไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรงเนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด
  • Full-thickness Rectal Biopsy: การตัดชิ้นเนื้อตลอดความหนาของผนังลำไส้ใหญ่ มักทำในเด็กโต หรือในกรณีที่ผลการตรวจด้วยวิธี Suction Biopsy ให้ผลไม่ชัดเจน โดยจำต้องทำภายใต้การดมยาสลบในห้องปฏิบัติการผ่าตัด

3. การประเมินทางพยาธิวิทยา: การตรวจหาเซลล์ประสาทและเอนไซม์

เมื่อได้ชิ้นเนื้อจากผนังลำไส้ใหญ่แล้ว พยาธิแพทย์จะทำการตรวจวิเคราะห์การทำงานและโครงสร้างระดับเซลล์ ดังนี้:

"หัวใจสำคัญของการยืนยันโรคลำไส้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด คือการตรวจไม่พบเซลล์ประสาทอัลกะลิโอนิก (Absence of Ganglion Cells) ในชั้นใต้เมือก (Submucosal Plexus) ร่วมกับการพบแขนงเส้นประสาทหนาตัวผิดปกติ (Hypertrophic Nerve Bundles)"

นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคนิคย้อมสีพิเศษเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ได้แก่:

  • การย้อมสี Acetylcholinesterase (AChE): หากเป็นโรคนี้ จะพบการสะสมของเส้นประสาทที่ติดสี AChE เข้มขึ้นอย่างมากในชั้น Lamina Propria และ Submucosa
  • การย้อมภูมิคุ้มกันเนื้อเยื่อ Calretinin: ในลำไส้ปกติจะติดสี Calretinin ในเซลล์ประสาทอย่างชัดเจน แต่หากเป็นโรคลำไส้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด ผลการย้อมจะออกมาเป็นลบ (Calretinin-negative) ซึ่งช่วยยืนยันการขาดหายไปของเซลล์ประสาทได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

4. การวิเคราะห์ผลการตรวจเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การรักษาทางศัลยกรรม

เมื่อนำข้อมูลจากการตรวจสวนสารทึบแสงและผลทางพยาธิวิทยามาประมวลร่วมกัน ทีมกุมารแพทย์และศัลยแพทย์กุมารเวชจะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด

  • การกำหนดระยะและขอบเขตของการผ่าตัด (Determining the Resection Margin): ผลการตรวจช่วยระบุว่าลำไส้ส่วนที่ไม่มีเซลล์ประสาทมีความยาวมากน้อยเพียงใด (เช่น ชนิดความยาวสั้นเฉพาะส่วนทวารหนัก หรือชนิดยาวตลอดลำไส้ใหญ่) ซึ่งจำเป็นต่อการกำหนดตำแหน่งตัดลำไส้เพื่อนำส่วนที่มีเซลล์ประสาทสมบูรณ์ลงมาต่อแทนที่ (Pull-through Operation)
  • การลดความเสี่ยงภาวะลำไส้อักเสบรุนแรง (Enterocolitis Prevention): ภาวะลำไส้อักเสบจากการคั่งค้างของอุจจาระ (Hirschsprung-associated Enterocolitis - HAEC) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต การวินิจฉัยได้รวดเร็วจะช่วยให้แพทย์เริ่มกระบวนการสวนล้างระบายอุจจาระทางทวารหนัก (Rectal Irrigation) เพื่อลดแรงดันและการติดเชื้อในลำไส้ก่อนเข้าสู่การผ่าตัดจริง
  • การเตรียมร่างกายและโภชนาการของผู้ป่วยเด็ก: การทราบขอบเขตของโรคช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนประเมินการให้สารอาหารทางหลอดเลือด หรือการดูแลสภาวะเกลือแร่ในร่างกายเด็กให้พร้อมที่สุดก่อนการดมยาสลบผ่าตัด

บทสรุปสำหรับคุณพ่อคุณแม่

แม้การรับฟังว่าลูกน้อยอาจเป็น โรคลำไส้ใหญ่โป่งพองแต่กำเนิด จะสร้างความกังวลใจให้ครอบครัวอย่างมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาการแพทย์ในปัจจุบัน ทั้งการสวนสารทึบแสง Barium Enema และการตัดชิ้นเนื้อ Rectal Biopsy ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มอย่างแม่นยำ การได้รับการตรวจและผ่าตัดรักษาโดยศัลยแพทย์กุมารเวชผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เด็กกลับมามีระบบขับถ่ายที่ใกล้เคียงปกติ และเติบโตเป็นเด็กที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้ในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down