ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีไข้ ไม่สบาย... แน่ใจได้อย่างไรว่าไม่ใช่ไข้เลือดออกที่ซ่อนพิษร้าย?

ลูกตัวร้อน มีน้ำมูกไหล ไอเล็กน้อย... คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก แต่ในบางสถานการณ์ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝนเช่นนี้ โรคไข้เลือดออกมักจะระบาดและสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองจำนวนมาก เพราะในเด็กเล็กนั้น หากเป็นไข้เลือดออก การดำเนินของโรคอาจรุนแรงและรวดเร็วกว่าที่คาดคิด การแยกแยะอาการและเข้าใจความแตกต่างระหว่างไข้หวัดทั่วไปกับไข้เลือดออก โดยเฉพาะอาการอันตรายที่ต้องรีบพามาโรงพยาบาล จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนควรทราบ

ไข้เลือดออกเดงกี่ (Dengue Hemorrhagic Fever) และภาวะช็อกเดงกี่ (Dengue Shock Syndrome) คืออะไร และต่างกันอย่างไร

ไข้เลือดออกเดงกี่ไม่ใช่แค่การติดเชื้อไวรัสธรรมดา แต่เป็นการดำเนินโรคที่ซับซ้อนและมีศักยภาพที่จะนำไปสู่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเดงกี่ครั้งแรก อาจมีอาการไม่รุนแรง หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น ไข้สูง ปวดเมื่อยตัว แต่เมื่อเป็นไข้เลือดออกครั้งที่สองด้วยเชื้อไวรัสเดงกี่ต่างสายพันธุ์ หรือในเด็กเล็กบางรายที่มีภูมิต้านทานเฉพาะที่บกพร่อง ร่างกายอาจตอบสนองต่อเชื้ออย่างรุนแรง ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

  • ไข้เลือดออกเดงกี่ (DHF): เป็นระยะที่อันตรายกว่าไข้เดงกี่ธรรมดา สิ่งสำคัญคือเกิดภาวะที่เรียกว่า “การรั่วของพลาสมา” (plasma leakage) ซึ่งเป็นน้ำส่วนประกอบของเลือดที่ไหลออกจากเส้นเลือดฝอยไปอยู่ในช่องว่างต่างๆ ของร่างกาย เช่น ช่องท้องหรือช่องปอด ทำให้ปริมาณเลือดที่หมุนเวียนในเส้นเลือดลดลง เลือดมีความเข้มข้นขึ้น นอกจากนี้ยังพบภาวะ เกล็ดเลือดต่ำ ร่วมด้วย
  • ภาวะช็อกเดงกี่ (Dengue Shock Syndrome - DSS): เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดของไข้เลือดออกเดงกี่ เกิดขึ้นเมื่อมีการรั่วของพลาสมาอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนปริมาณเลือดที่หมุนเวียนในร่างกายไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆ ทำให้ความดันโลหิตตก อวัยวะล้มเหลว และเข้าสู่ภาวะช็อก ซึ่งเป็น อาการช็อกไข้เลือดออก ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

อาการน่าสงสัยและสัญญาณอันตรายของไข้เลือดออกในเด็กเล็กที่คุณต้องเฝ้าระวัง

อาการของไข้เลือดออกมักแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะไข้สูง ระยะวิกฤต และระยะฟื้นตัว โดยระยะที่อันตรายและต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ระยะวิกฤต ซึ่งมักตรงกับช่วงที่ไข้เริ่มลดลง (วันที่ 3-7 ของไข้) คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าลูกอาการดีขึ้นแล้ว แต่แท้จริงแล้วเป็นช่วงที่ ไข้เลือดออกอันตราย ที่สุด

อาการที่ต้องสังเกตเป็นพิเศษในระยะวิกฤต

  • ไข้สูงต่อเนื่อง: มักมีไข้สูงเฉียบพลัน 39-40 องศาเซลเซียส บางรายอาจมีไข้สองระยะ (biphasic fever)
  • ปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่อง: โดยเฉพาะบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา เป็นสัญญาณสำคัญของการรั่วของพลาสมา
  • อาเจียนบ่อยครั้ง: อาเจียนมากกว่า 3-4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง หรือ 4-5 ครั้งใน 6 ชั่วโมง อาจบ่งชี้ถึงภาวะน้ำไม่พอหรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • ไม่กินอาหาร ไม่ดื่มน้ำ หรือดื่มได้น้อย: บ่งบอกถึงอาการอ่อนเพลียและขาดน้ำ
  • ซึมลง หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ: เด็กที่เคยเล่นซนกลับซึมลง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หรือร้องกวนผิดปกติ
  • มือเท้าเย็นชื้น เหงื่อออก ตัวเย็นปลายมือปลายเท้า: นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของภาวะช็อก
  • เลือดออกผิดปกติที่ผิวหนังและเยื่อบุ:
    • จุดเลือดออกเล็กๆ สีแดงคล้ายผื่นยุงกัด (Petechiae): มักพบบริเวณแขน ขา ลำตัว
    • รอยจ้ำเลือด (Ecchymosis): คล้ายรอยช้ำ มักพบตามตัว
    • เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน: เลือดออกง่ายหยุดยาก
    • อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ: เป็นสัญญาณอันตรายของเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • หายใจหอบเหนื่อย: อาจเกิดจากภาวะน้ำท่วมปอด
  • ปัสสาวะน้อยลง: บ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำและการทำงานของไตที่ผิดปกติ

กลไกอันตราย: การรั่วของพลาสมาและเกล็ดเลือดต่ำ

หัวใจสำคัญของอันตรายจากไข้เลือดออกเดงกี่และภาวะช็อกเดงกี่ คือการรั่วของพลาสมาและการลดลงของเกล็ดเลือด

การรั่วของพลาสมา ทำให้เลือดในหลอดเลือดมีความเข้มข้นขึ้น และปริมาณเลือดที่หมุนเวียนในร่างกายลดลง ส่งผลให้อวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง ไต ไม่ได้รับเลือดและออกซิเจนเพียงพอ นำไปสู่ภาวะช็อก และหากปล่อยไว้นาน อวัยวะเหล่านี้อาจหยุดทำงาน หรือเกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบตามมา เช่น ไตวาย หรือตับวาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้

ส่วนภาวะ เกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เลือดออกง่ายกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นจุดเลือดออกเล็กๆ ใต้ผิวหนัง เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกในอวัยวะภายใน ซึ่งหากเกิดร่วมกับการรั่วของพลาสมา ก็จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของโรค และอาจทำให้เกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวรุนแรงยิ่งขึ้น

เมื่อไหร่ที่ต้องเฝ้าระวังอาการอันตรายและรีบพามาโรงพยาบาล

คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกน้อยมาพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังต่อไปนี้ แม้ว่าไข้จะลดลงแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ ไข้ลด (วันที่ 3-7 ของไข้) ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ:

  • มีอาการปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่อง
  • อาเจียนไม่หยุด หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ไม่กินอาหารและไม่ดื่มน้ำ ซึมลงผิดปกติ หรือกระสับกระส่ายมาก
  • มีเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล หรือมีจุดเลือดออกตามตัวมากขึ้น
  • มือเท้าเย็นชื้น เหงื่อออก ตัวเย็นปลายมือปลายเท้า
  • หายใจหอบเหนื่อย
  • ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะเลยเป็นเวลาหลายชั่วโมง

การตระหนักรู้และเข้าใจถึงความแตกต่างของไข้เลือดออกกับไข้หวัดธรรมดา รวมถึงการเฝ้าระวัง อาการช็อกไข้เลือดออก อย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคน การรีบพาลูกมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อสังเกตเห็นสัญญาณเตือน จะช่วยให้ลูกได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงถึงชีวิตได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความไม่ประมาทและใส่ใจในทุกการเปลี่ยนแปลงของลูกน้อย เราในฐานะกุมารแพทย์พร้อมที่จะดูแลและให้คำแนะนำ เพื่อให้ลูกน้อยของคุณเติบโตแข็งแรงอย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down