ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สรีรวิทยาเบื้องหลังอาการอาเจียนเฉียบพลันและการปฏิเสธสารน้ำ

"ลูกอ้วกทุกครั้งที่กินนม ตอนนี้ไข้ขึ้นสูง น้ำสักหยดก็ไม่ยอมกลืน จะทำอย่างไรดี" เป็นข้อคำถามที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มากที่สุดเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยเจ็บป่วย อาการไข้ร่วมกับการอาเจียนและปฏิเสธการดื่มน้ำหรือนม เป็นสัญญาณอันตรายที่สามารถนำไปสู่ภาวะวิกฤตได้อย่างรวดเร็วในเด็กเล็ก เนื่องจากร่างกายของเด็กมีสัดส่วนของน้ำสูงและสูญเสียน้ำได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

กลไกการเกิดอาเจียนเฉียบพลันและการปฏิเสธสารน้ำในเด็กเล็ก

สาเหตุหลักของการอาเจียนเฉียบพลันร่วมกับไข้สูงในเด็กเล็ก มักเกิดจากภาวะกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส เช่น โรตาไวรัส หรือโนโรไวรัส รวมถึงโรคติดเชื้อในช่องปากและลำคอ เช่น โรคเฮอร์แปงไจนา หรือโรคมือเท้าปาก ซึ่งทำให้เกิดแผลในลำคอจนเด็กเจ็บปวดทุกครั้งที่กลืนน้ำหรือนม

เมื่อมีไข้สูง อัตราการเผาผลาญในร่างกายจะสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เด็กหายใจเร็วและสูญเสียน้ำทางเหงื่อมากขึ้น ขณะเดียวกัน สารบ่งชี้การอักเสบในร่างกายจะส่งสัญญาณไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียนในสมองส่วนท้าย ส่งผลให้เกิดการบีบตัวย้อนกลับของกระเพาะอาหาร การพยายามป้อนอาหารหรือนมปริมาณมากในขณะที่ระบบย่อยอาหารกำลังอักเสบ จึงยิ่งกระตุ้นให้เด็กอาเจียนรุนแรงขึ้น และส่งผลให้เด็กปฏิเสธการดื่มน้ำด้วยความกลัวว่าจะอาเจียนอีก นำไปสู่กระบวนการที่ซ้ำเติมภาวะขาดน้ำในเด็กเล็กอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบของภาวะขาดน้ำต่อปริมาณเลือดและระบบไหลเวียนโลหิตในเด็กเล็ก

ร่างกายของเด็กเล็กประกอบด้วยน้ำเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 70-80 ของน้ำหนักตัว แต่มีปริมาณเลือดหมุนเวียนในร่างกายจริงน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ ดังนั้น เมื่อเผชิญกับอาการอาเจียนบ่อยครั้งควบคู่กับการปฏิเสธน้ำ ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะขาดสารน้ำอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบไหลเวียนโลหิต

เมื่อปริมาณน้ำในกระแสเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ปริมาตรของเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายจะตกลง (Hypovolemia) ร่างกายของเด็กจะตอบสนองในระยะแรกด้วยการกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างมากเพื่อคงระดับการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ หากภาวะขาดน้ำในเด็กเล็กไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงไตจะลดลงอย่างวิกฤต ส่งผลให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน และอาจนำไปสู่ภาวะช็อกจากการขาดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

การประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำจากการสังเกตริมฝีปากและผิวหนัง

การตรวจประเมินระดับความรุนแรงของสภาวะขาดน้ำด้วยตนเองที่บ้านอย่างรวดเร็ว เป็นทักษะสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ โดยสังเกตสัญญาณเตือนทางร่างกายดังนี้

  • ริมฝีปากและช่องปาก: ในระยะเริ่มต้น ริมฝีปากของเด็กจะแห้งและเหนียวเหนอะหนะ แต่หากเข้าสู่ระยะรุนแรง ริมฝีปากจะแห้งแตกเป็นขุย ลิ้นแห้งฝ้า ไม่มีน้ำตาไหลออกมาเลยแม้ในขณะที่เด็กร้องไห้สะอื้น
  • ความยืดหยุ่นของผิวหนัง (Skin Turgor): ทดสอบโดยการดึงผิวหนังบริเวณหน้าท้องหรือหลังมือของเด็กขึ้นมาเบาๆ แล้วปล่อย ในเด็กที่มีสภาวะปกติ ผิวหนังจะสปริงตัวกลับคืนสภาพเดิมทันที แต่หากมีภาวะขาดน้ำ in เด็กเล็กในระดับปานกลางถึงรุนแรง ผิวหนังจะคืนตัวช้าอย่างเห็นได้ชัด (มากกว่า 2 วินาที) เนื่องจากขาดน้ำในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
  • สัญญาณทางกายภาพร่วมอื่นๆ: สังเกตกระหม่อมหน้าในเด็กทารกที่ยังปิดไม่สนิท หากพบว่ากระหม่อมบุ๋มลงไปอย่างชัดเจน ร่วมกับดวงตาที่ลึกโหล ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด และปัสสาวะน้อยลงมาก (ผ้าอ้อมแห้งสนิทนานกว่า 4-6 ชั่วโมง) แสดงว่าร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำขั้นรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ทันที

แนวทางการป้อนสารน้ำทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอเพื่อประคับประคองอาการ

หัวใจสำคัญในการดูแลเด็กที่อาเจียนและปฏิเสธน้ำ ไม่ใช่การบังคับให้ดื่มน้ำหรือนมปริมาณมากๆ ในคราวเดียว แต่คือการป้อนสารน้ำทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า Oral Rehydration Therapy (ORT)

การป้อนน้ำปริมาณมากอย่างรวดเร็วจะยิ่งกระตุ้นให้กระเพาะอาหารขยายตัวและกระตุ้นการอาเจียนซ้ำ การค่อยๆ หยอดสารน้ำทีละน้อยอย่างอดทนคือวิธีรักษาที่ปลอดภัยที่สุด

แนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้

  • ใช้ผงเกลือแร่โออาร์เอส (ORS): ควรเลือกใช้ผงเกลือแร่สำหรับเด็กโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับผู้เล่นกีฬาเนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป ซึ่งจะยิ่งดึงน้ำออกจากผนังลำไส้และทำให้เด็กอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงขึ้น
  • เทคนิคการป้อนทีละน้อย: ใช้กระบอกฉีดยาขนาดเล็ก (Syringe) หรือช้อนชา ตักสารน้ำละลายเกลือแร่ป้อนให้เด็กครั้งละ 5-10 มิลลิลิตร (ประมาณ 1-2 ช้อนชา) ทุกๆ 5-10 นาที การค่อยๆ ป้อนทีละนิดนี้ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำผ่านเยื่อบุช่องปากและกระเพาะอาหารได้โดยไม่กระตุ้นอาการคลื่นไส้
  • งดนมสดและน้ำผลไม้ชั่วคราว: ในช่วงที่มีอาการอาเจียนเฉียบพลัน ควรงดการป้อนนมสดหรือน้ำผลไม้คั้นสด เนื่องจากมีน้ำตาลแลคโตสและฟรุกโตสที่ย่อยยากในขณะที่ทางเดินอาหารกำลังอักเสบ
  • สัญญาณที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที: หากพยายามป้อนอย่างถูกวิธีแล้วเป็นเวลา 4 ชั่วโมง แต่เด็กยังคงอาเจียนทุกครั้ง ไม่สามารถเก็บกักสารน้ำไว้ได้เลย ซึมลง หรือปัสสาวะไม่ออก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับสารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างปลอดภัย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down