ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกน้อยไอเสียงแปลก เสียงก้องเหมือนสุนัขเห่า เสียงแหบ หายใจมีเสียงดัง สัญญาณเตือนโรคครูปที่ต้องเฝ้าระวัง

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หนึ่งในอาการที่สร้างความตกใจและวิตกกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุดเมื่อเกิดขึ้นกับลูกน้อยคือ อาการไอเสียงก้องคล้ายเสียงสุนัขเห่า (Barking Cough) ร่วมกับอาการเสียงแหบ และมีเสียงดังหวีดขณะหายใจเข้า อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนหรือช่วงที่อากาศเย็นลงอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ โรคครูป (Croup) หรือภาวะการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนต้น บริเวณกล่องเสียงและหลอดลมคอ (Laryngotracheitis)

โรคครูปพบได้บ่อยในเด็กอายุตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี เนื่องจากทางเดินหายใจของเด็กในช่วงวัยนี้มีขนาดเล็กและนิ่ม ทำให้เกิดการบวมและตีบแคบได้ง่ายเมื่อมีการติดเชื้อ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ในบางรายอาการอาจลุกลามจนเกิดภาวะทาง การหายใจล้มเหลว (Respiratory Failure) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคครูป (Causes & Pathophysiology)

โรคครูปส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ โดยเชื้อที่เป็นสาเหตุหลักคือ ไวรัสพาราอินฟลูเอน (Parainfluenza Virus) ซึ่งคิดเป็นร้อยละเจ็ดสิบถึงแปดสิบของเด็กที่เป็นโรคนี้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น ไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus), ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) และอะดีโนไวรัส (Adenovirus) ได้เช่นกัน

เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีเสมหะสะสมบริเวณกล่องเสียง (Larynx) และหลอดลม (Trachea) ส่งผลให้เส้นเสียงบวมโตและช่องทางเดินหายใจแคบลง เมื่ออากาศไหลผ่านทางเดินหายใจที่ตีบแคบนี้ในขณะที่เด็กหายใจเข้า จึงทำให้เกิดเสียงดังหวีด (Stridor) และเมื่อลมกระแทกผ่านเส้นเสียงที่บวมอักเสบ จึงทำให้เกิดเสียงไอที่ก้องกังวานคล้ายเสียงสุนัขเห่าหรือเสียงแมวน้ำเห่า โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านทางการไอ การจาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ผ่านทางมือหรือสิ่งของที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรค

การดำเนินของโรคครูปมักจะเริ่มต้นจากอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดาก่อน แล้วจึงแสดงอาการเฉพาะตัวออกมา โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (Prodromal Phase): เด็กจะมีอาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้ต่ำๆ น้ำูกไหล คัดจมูก เจ็บคอ และไอเล็กน้อย อาการเหล่านี้มักเป็นอยู่ประมาณหนึ่งถึงสองวัน
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (Active Phase): อาการมักจะแย่ลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลากลางคืน เด็กจะมีอาการไอเสียงก้องเหมือนสุนัขเห่า เสียงแหบชัดเจน และมีเสียงหายใจดังหวีดขณะหายใจเข้า (Stridor) เด็กอาจตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความตกใจและร้องไห้งอแง ซึ่งการร้องไห้จะยิ่งทำให้อาการบวมที่กล่องเสียงแย่ลงและหายใจลำบากมากขึ้น
  • ระยะฟื้นตัว (Recovery Phase): อาการไอและเสียงแหบจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายในเจ็ดถึงสิบวัน โดยอาการส่วนใหญ่จะเริ่มทุเลาลงหลังพ้นช่วงสามถึงสี่วันแรกไปแล้ว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการของโรคครูปมักจะดูรุนแรงมากในช่วงกลางคืน ทำให้พ่อตกใจตื่น สิ่งสำคัญคือต้องพยายามตั้งสติปลอบโยนเด็กให้สงบลง เพราะการที่เด็กตื่นกลัวและร้องไห้จะยิ่งเพิ่มความต้องการออกซิเจนและทำให้ทางเดินหายใจบวมมากยิ่งขึ้น

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

แม้โรคครูปส่วนใหญ่จะรักษาได้ที่บ้าน แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอาการวิกฤตที่บ่งบอกถึงภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ได้แก่

  • หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง: มีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • อกบุ๋มหรือซี่โครงยุบ: สังเกตเห็นผิวหนังบริเวณคอ ไหปลาร้า หรือซี่โครงยุบตัวลงทุกครั้งที่เด็กพยายามหายใจเข้า
  • ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้าเขียวคล้ำ (Cyanosis): แสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต
  • น้ำลายไหล ไม่ยอมกลืน หรือกลืนลำบาก: อาจบ่งบอกถึงภาวะการอักเสบที่ลุกลามรุนแรง หรือภาวะฝาปิดกล่องเสียงอักเสบ (Epiglottitis) ซึ่งอันตรายมาก
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือหมดสติ: สัญญาณของการขาดออกซิเจนในสมอง
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคครูปเป็นหลักจาก การซักประวัติและตรวจร่างกาย (Clinical Diagnosis) โดยการฟังเสียงหายใจ เสียงไอ และลักษณะการหายใจของเด็ก แพทย์จะหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์สอดเข้าไปตรวจในลำคอหากไม่จำเป็น เนื่องจากอาจไปกระตุ้นให้กล่องเสียงหดเกร็งและเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นเฉียบพลันได้

ในบางกรณีที่อาการไม่ชัดเจน หรือแพทย์ต้องการแยกโรคอื่นๆ ที่มีความรุนแรงใกล้เคียงกันออกไป เช่น ภาวะสิ่งแปลกปลอมติดคอ (Foreign Body Aspiration) หรือ โรคฝาปิดกล่องเสียงอักเสบจากแบคทีเรีย (Epiglottitis) แพทย์อาจพิจารณา ส่งตรวจเอ็กซเรย์บริเวณลำคอและทรวงอก (Neck and Chest X-ray) ซึ่งจะพบลักษณะความตีบแคบของหลอดลมส่วนต้นที่มีลักษณะเรียวแหลมคล้ายยอดโบสถ์ (Steeple Sign) รวมถึงการตรวจเลือดเพื่อประเมินการติดเชื้อในร่างกาย

วิธีดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน

การดูแลรักษาโรคครูปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากเป็นชนิดไม่รุนแรง แพทย์จะให้ดูแลรักษาตามอาการที่บ้าน ดังนี้

  • การสูดไอน้ำหรืออากาศเย็น: การพาเด็กไปรับอากาศเย็นยามค่ำคืน หรือการเปิดน้ำอุ่นในห้องน้ำให้เกิดไอออนไอน้ำแล้วให้เด็กนั่งอยู่ในห้องที่มีไอน้ำอบอวลเป็นเวลาสิบถึงสิบห้าบาท จะช่วยลดอาการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจได้
  • การให้ยาสเตียรอยด์ (Corticosteroids): แพทย์อาจพิจารณาให้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานหรือชนิดพ่น เพื่อช่วยลดอาการอักเสบและบวมของทางเดินหายใจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นยาหลักในการรักษาโรคนี้
  • การให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol): หากเด็กมีไข้หรือเจ็บคอ สามารถให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
  • การดื่มน้ำสะอาดมากๆ: เพื่อช่วยให้เสมหะมีความเหลวและขับออกได้ง่ายขึ้น รวมถึงป้องกันภาวะขาดน้ำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแก้ไอหรือยาลดน้ำมูกบางชนิดในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่าสองปีโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เสมหะเหนียวข้นขึ้นและเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนใช้ยาใดๆ เสมอ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลเด็กที่เป็นโรคครูปหรือมีอาการไอ มีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญมากซึ่งผู้ปกครองต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด: เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิด กลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต
  • ระวังการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้โดยเฉพาะในเด็กที่มีภาวะขาดน้ำหรือเสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออก
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) รับประทานเอง: เนื่องจากโรคครูปส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาโรคและอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ ยกเว้นในรายที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • ห้ามให้เด็กนอนราบในขณะที่มีอาการหายใจลำบาก: ควรจัดให้เด็กนอนในท่าศีรษะสูงหรือนั่งพิง เพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น

การป้องกันโรคครูปและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

เนื่องจากโรคครูปติดต่อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ การป้องกันจึงเน้นสุขอนามัยส่วนบุคคลเป็นหลัก ดังนี้

  • ล้างมือให้เด็กและผู้ดูแลบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อพาเด็กไปในสถานที่แออัดหรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจ
  • ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของเครื่องใช้ของเด็กเป็นประจำ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ และให้เด็กได้รับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อลดความรุนแรงของการติดเชื้อทางเดินหายใจ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อลูกไอเสียงก้องเหมือนสุนัขเห่า:
  1. ตั้งสติและปลอบโยนเด็ก: พยายามทำให้ลูกสงบลงและไม่ร้องไห้ เพื่อไม่ให้ทางเดินหายใจบวมเพิ่มขึ้น
  2. ประเมินความรุนแรง: สังเกตอาการหายใจ เสียงหายใจ และระดับความรู้สึกตัว
  3. ปฐมพยาบาลเบื้องต้น: พาไปรับอากาศเย็นหรือให้สูดไอน้ำอุ่น ให้ดื่มน้ำสะอาด และเช็ดตัวลดไข้หากมีไข้
  4. สังเกตสัญญาณอันตราย: หากมีอาการหายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม ริมฝีปากเขียว หรือซึมลง ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
  5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: ให้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและสังเกตอาการต่อเนื่องจนกว่าจะหายเป็นปกติ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down