ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในช่วงฤดูฝนที่โรคไข้เลือดออกระบาด หนึ่งในภาพคุ้นตาในห้องตรวจกุมารเวชกรรมคือ แววตาที่เปี่ยมด้วยความกังวลของพ่อแม่ หลังจากผ่านมรสุมไข้สูงลอยมาหลายวัน เมื่อลูกน้อยไข้ลดลงจนตัวเย็นกลับพบว่ามีผื่นสีแดงปื้นใหญ่ปรากฏขึ้นทั่วตัว พร้อมอาการคันยิบๆ ตามมือและเท้าจนลูกงอแงและนอนไม่ได้ อาการเช่นนี้มักทำให้คุณพ่อคุณแม่ตกใจและคิดว่าโรคของลูกกำลังทรุดลง แต่ในทางการแพทย์กุมารเวชศาสตร์ อาการนี้คือสัญญาณเตือนที่ดีเยี่ยมว่าร่างกายของลูกกำลังเอาชนะไวรัสได้สำเร็จ ซึ่งเราเรียกอาการนี้ว่า ผื่นแดงคันระยะฟื้นตัวไข้เลือดออก

ลักษณะเฉพาะของผื่นวงสีขาวท่ามกลางผิวสีแดง (Convalescent Rash)

ผื่นในระยะพักฟื้นของโรคไข้เลือดออกมีลักษณะทางคลินิกที่เฉพาะตัวมาก จนแพทย์มักใช้เป็นเกณฑ์ในการยืนยันว่าผู้ป่วยเข้าสู่ระยะปลอดภัยแล้ว ผื่นชนิดนี้เรียกว่า Convalescent Rash of Dengue หรือบางครั้งเรียกว่า Hermon's sign ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นดังนี้:

  • ผื่นแดงปื้นใหญ่ที่มีวงขาวแทรกกลาง: ผิวหนังจะมีสีแดงเข้มกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง แต่ภายในปื้นแดงนั้นจะมีวงกลมหรือจุดสีขาวของผิวหนังปกติแทรกอยู่ประปราย ดูคล้ายกับ เกาะสีขาวท่ามกลางทะเลสีแดง (White spots in a sea of red)
  • เริ่มปรากฏจากปลายมือปลายเท้า: ผื่นมักจะเริ่มขึ้นที่บริเวณหลังมือ หลังเท้า แขน และขา ก่อนที่จะกระจายเข้าสู่ลำตัว
  • เกิดขึ้นเมื่อไข้ลดลง: ผื่นนี้จะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากที่ไข้ลดลงอย่างสงบ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายผ่านพ้นระยะวิกฤต (Critical phase) เข้าสู่ระยะฟื้นตัว (Recovery phase) แล้ว

กลไกทางภูมิคุ้มกันวิทยา: ทำไมลูกจึงคันคะยอตามปลายมือปลายเท้า

ความรู้สึกคันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า เป็นอาการร่วมที่พบบ่อยและสร้างความทรมานให้แก่เด็กในระยะนี้อย่างมาก กลไกทางสรีรวิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ประกอบด้วยสองส่วนหลัก:

ประการแรก ในระยะฟื้นตัว ร่างกายจะดึงน้ำและพลาสมาที่เคยรั่วไหลออกนอกหลอดเลือดกลับคืนเข้าสู่กระแสเลือด (Fluid reabsorption) กระบวนการนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรสารน้ำในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อปลายประสาทรับความรู้สึกบริเวณผิวหนัง

ประการที่สอง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อกำจัดไวรัส มีการหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) และสารสื่ออักเสบอื่นๆ จากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Mast cell เพื่อตอบสนองต่อแอนติเจนของไวรัสไข้เลือดออก สารเหล่านี้จะกระตุ้นตัวรับความรู้สึกคันใต้ผิวหนังอย่างรุนแรง เนื่องจากบริเวณปลายมือและปลายเท้ามีเส้นประสาทรับสัมผัสที่หนาแน่น จึงทำให้เด็กๆ รู้สึกคันยิบๆ คล้ายเข็มทิ่มหรือคันยุกยิกตลอดเวลาจนนอนไม่หลับ

ระยะเวลาการดำเนินของผื่นและการลอกตัวของผิวหนังชั้นนอก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กังวลว่าผื่นนี้จะอยู่ถาวรหรือทำให้ผิวของลูกเสียไปหรือไม่ แพทย์ขอให้ความมั่นใจว่าผื่นและอาการคันเหล่านี้เป็นอาการชั่วคราวและจะหายไปเองตามธรรมชาติ:

  • ช่วงเวลาเฉลี่ย: ผื่นแดงคันระยะฟื้นตัวไข้เลือดออกนี้มักจะคงอยู่ประมาณ 3 ถึง 7 วัน โดยอาการคันจะรุนแรงที่สุดในช่วง 1-2 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆ บรรเทาลง
  • กระบวนการลอกตัวของผิวหนัง (Desquamation): เมื่อผื่นแดงเริ่มจางลง ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีลักษณะแห้งและเกิดการลอกตัวเป็นขุยเล็กๆ สีขาว โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือตามซอกนิ้ว ซึ่งเป็นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอก (Epidermis) ที่ได้รับผลกระทบจากการอักเสบในระยะก่อนหน้า กระบวนการนี้จะหายเป็นปกติโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นใดๆ

แนวทางการจัดการความคันอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

แม้ว่าผื่นนี้จะเป็นสัญญาณที่ดีของการหายป่วย แต่ความคันที่รุนแรงอาจทำให้เด็กเกาจนผิวหนังถลอก ซึ่งเป็นช่องทางให้แบคทีเรียบนผิวหนัง เช่น Staphylococcus aureus หรือ Streptococcus เข้าสู่ร่างกายและเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนจนกลายเป็นแผลพุพองหรือผิวหนังอักเสบได้ พ่อแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้ตามแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ดังนี้:

การดูแลผิวหนังของลูกอย่างอ่อนโยนในช่วงระยะพักฟื้น จะช่วยลดความทรมานและป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นจากการเกาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ใช้ความเย็นบรรเทาอาการคัน: ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นจัดประคบ หรือใช้เจลเย็นประคบบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าของลูก ความเย็นจะช่วยลดการส่งสัญญาณความคันไปยังสมองได้อย่างรวดเร็ว
  • ทายาบรรเทาอาการคันภายนอก: ทาแป้งน้ำคาลาไมน์ (Calamine lotion) เพื่อเพิ่มความรู้สึกเย็นและลดอาการระคายเคือง หลีกเลี่ยงการทายาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์เข้มข้นหากแพทย์ไม่ได้สั่ง
  • ให้ยากินแก้แพ้ลดคัน: ในกรณีที่ลูกคันมากจนนอนไม่ได้ สามารถให้ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ตามขนาดที่กุมารแพทย์แนะนำ เช่น ยาคลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) หรือยากลุ่มที่ไม่ทำให้ง่วง เช่น เซทิริซีน (Cetirizine) เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสารฮิสตามีนในร่างกาย
  • รักษาสุขอนามัยของเล็บมือ: ตัดเล็บของลูกให้สั้นและตะไบให้มน เพื่อลดแรงครูดและป้องกันไม่ให้ผิวหนังฉีกขาดหากลูกเผลอเกาขณะหลับ
  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี: เลือกสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อนุ่ม บางเบา ผลิตจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่คับแน่นหรือผ้าใยสังเคราะห์ที่อาจกักเก็บความร้อนและความชื้น ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นอาการคันให้รุนแรงขึ้น

สรุปได้ว่า เมื่อไข้ของลูกน้อยลดลงแล้วมีผื่นแดงที่มีวงขาวแทรกขึ้นมาพร้อมอาการคันตามปลายมือปลายเท้า ขอให้คุณพ่อคุณแม่เบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า ลูกกำลังก้าวผ่านช่วงอันตรายของโรคไข้เลือดออกเข้าสู่ระยะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว การดูแลประคับประคองอาการคันอย่างถูกวิธีและป้องกันไม่ให้เกิดแผลจากการเกา จะช่วยให้ลูกน้อยผ่านพ้นระยะพักฟื้นนี้ไปได้อย่างสุขสบายและกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงสดใสอีกครั้งในเร็ววัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down