ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ถอดเข็มยาคุมกำเนิดเมื่อหมดอายุ หรือถอดก่อนกำหนด: เรื่องสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้

ในห้องตรวจสูตินรีเวช บ่อยครั้งที่แพทย์จะได้ยินคำถามด้วยน้ำเสียงกังวลจากคนไข้หญิงที่เอามือลูบคลำบริเวณท้องแขนด้านในของตนเอง บางคนกังวลเรื่องอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น บางคนอยากมีบุตรก่อนกำหนด หรือบางคนก็เพียงแค่กังวลเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องนำแท่งยาคุมกำเนิดขนาดเล็กนี้ออกจากร่างกาย การฝังยาคุมกำเนิดเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำออก ไม่ว่าจะตามกำหนดเวลาเดิมหรือมีความจำเป็นต้องถอดเข็มยาคุมกำเนิด ก่อนกำหนด การทำความเข้าใจขั้นตอน ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และสิทธิการรักษาพยาบาลจะช่วยลดความกังวลใจและทำให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้อง

ความแตกต่างทางโครงสร้างและอายุการใช้งาน: ยาฝังคุมกำเนิดชนิด 3 ปี และ 5 ปี

ยาฝังคุมกำเนิดที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามระยะเวลาการคุมกำเนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของจำนวนแท่ง ตัวยา และกลไกการออกฤทธิ์ทางสรีรวิทยา ดังนี้

1. ยาฝังคุมกำเนิดชนิด 3 ปี

ยาฝังคุมกำเนิดประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นแท่งพลาสติกเดี่ยว (Single Rod) มีความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร ภายในบรรจุฮอร์โมนโปรเจสตินชนิด อีโทโนเจสตรอล (Etonogestrel) ปริมาณ 68 มิลลิกรัม ตัวยาจะค่อยๆ ปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อยับยั้งการตกไข่ ทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นจนอสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ และทำให้ผนังมดลูกบางตัวลงจนไม่เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน

2. ยาฝังคุมกำเนิดชนิด 5 ปี

สำหรับประเภทนี้จะประกอบด้วยแท่งพลาสติกสองแท่ง (Two Rods) บรรจุฮอร์โมนโปรเจสตินชนิด เลโวนอร์เจสตรอล (Levonorgestrel) แท่งละ 75 มิลลิกรัม (รวมเป็น 150 มิลลิกรัม) กลไกการทำงานใกล้เคียงกับชนิดแรก แต่เนื่องจากปริมาณยาและการออกแบบโครงสร้างทำให้สามารถออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้ยาวนานกว่าถึง 5 ปี

เกณฑ์อายุการใช้งานที่เหมาะสมทางการแพทย์: แพทย์แนะนำให้ถอดเข็มยาคุมกำเนิดออกเมื่อครบกำหนดเวลา (3 ปี หรือ 5 ปี แล้วแต่ชนิดที่ฝัง) เนื่องจากการปล่อยฮอร์โมนจะค่อยๆ ลดลงต่ำกว่าระดับที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากปล่อยทิ้งไว้เกินกำหนด นอกจากจะไม่สามารถคุมกำเนิดได้แล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกหากเกิดการปฏิสนธิขึ้น

ข้อบ่งชี้และสภาวะทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องพิจารณา "ถอดเข็มยาคุมกำเนิด ก่อนกำหนด"

แม้ว่ายาฝังคุมกำเนิดจะมีความปลอดภัยสูง แต่ในบางกรณี คนไข้มีความจำเป็นต้องเข้ารับการ ถอดเข็มยาคุมกำเนิด ก่อนกำหนด โดยสามารถแบ่งออกเป็นสภาวะทางกายภาพและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่สำคัญได้ดังนี้

  • ความต้องการวางแผนมีบุตร: เมื่อคนไข้เปลี่ยนความตั้งใจและต้องการตั้งครรภ์ การถอดเข็มยาคุมกำเนิด ก่อนกำหนดสามารถทำได้ทันที โดยปกติแล้วการตกไข่และความสามารถในการเจริญพันธุ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังถอดเข็ม
  • ผลข้างเคียงที่ไม่สามารถยอมรับได้: คนไข้บางรายอาจประสบปัญหาเลือดออกกะปริดกะปรอยบ่อยครั้ง ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง ซึ่งหากได้รับการรักษาด้วยยาเพื่อปรับฮอร์โมนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แพทย์จะพิจารณาถอดออกก่อนกำหนด
  • อาการปวดศีรษะรุนแรงหรือไมเกรน: หากมีอาการไมเกรนชนิดที่มีอาการเตือน (Migraine with aura) เกิดขึ้นใหม่หลังจากฝังยาคุมกำเนิด หรืออาการไมเกรนเดิมแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด จำเป็นต้องถอดออกเพื่อความปลอดภัยของระบบหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือด: หากคนไข้ตรวจพบความดันโลหิตสูงรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้หลังจากฝังยาคุมกำเนิด หรือตรวจพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis)
  • ปัญหาสุขภาพเฉพาะโรค: เช่น การตรวจพบมะเร็งเต้านมใหม่ ซึ่งเป็นมะเร็งที่ตอบสนองต่อฮอร์โมน หรือการเกิดโรคตับอักเสบรุนแรงในระหว่างการฝังยาคุมกำเนิด
  • ปัญหาเฉพาะที่บริเวณฝังเข็ม: เช่น มีการติดเชื้ออย่างรุนแรงบริเวณที่ฝังเข็มที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ หรือเข็มคุมกำเนิดเคลื่อนตำแหน่งลึกเกินไปจนกดทับเส้นประสาทหรือหลอดเลือด

สิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการถอดเข็มยาคุมกำเนิด

ภาครัฐของประเทศไทยมีนโยบายสนับสนุนการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิดอย่างทั่วถึง ทำให้การเข้าถึงบริการถอดเข็มยาคุมกำเนิดมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากหรือไม่มีค่าใช้จ่ายเลยหากเข้ารับบริการตามสิทธิการรักษาพยาบาล ดังนี้

1. สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง หรือ 30 บาท)

ครอบคลุมการให้บริการฝังและถอดเข็มยาคุมกำเนิดฟรีสำหรับสตรีไทยวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-20 ปีบริบูรณ์ สามารถเข้ารับบริการได้ฟรีในทุกกรณีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่อายุเกิน 20 ปี หากมีความจำเป็นต้องถอดเข็มเนื่องจากหมดอายุ หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ต้องถอดเข็มยาคุมกำเนิด ก่อนกำหนด เช่น เกิดผลข้างเคียงรุนแรง สามารถเข้ารับบริการถอดออกได้ฟรี ณ โรงพยาบาลตามสิทธิหลักประกันสุขภาพของตนเอง

2. สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการถอดเข็มยาคุมกำเนิดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาลที่เลือกสิทธิประกันสังคมไว้ หากเป็นการถอดตามกำหนดอายุการใช้งาน หรือถอดเนื่องจากมีอาการแทรกซ้อนที่เป็นอุปสรรคต่อสุขภาพตามการวินิจฉัยของแพทย์

3. สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

สามารถเบิกจ่ายค่าบริการถอดเข็มยาคุมกำเนิดได้ตามระเบียบของกรมบัญชีกลางเมื่อเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ

ประมาณการค่าใช้จ่ายในกรณีจ่ายเงินเอง (Out-of-pocket)

ในกรณีที่เลือกเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิการรักษาพยาบาล หรือเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนเพื่อความสะดวกรวดเร็ว จะมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณดังนี้:

  • โรงพยาบาลรัฐบาลนอกสิทธิ: ประมาณ 500 ถึง 1,500 บาท (ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเคสปกติหรือเคสยาก เช่น เข็มอยู่ลึกหรือหาเข็มไม่พบ)
  • โรงพยาบาลเอกชน: ประมาณ 2,000 ถึง 5,000 บาท (รวมค่าแพทย์ ค่าเวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์แล้ว)

การถอดเข็มยาคุมกำเนิดไม่ว่าจะเป็นการถอดตามกำหนดเวลาหรือก่อนกำหนด เป็นหัตถการขนาดเล็กที่ใช้เวลาไม่นาน โดยแพทย์จะทำการฉีดยาชาเฉพาะที่และเปิดแผลขนาดเล็กมากประมาณ 2 มิลลิเมตรเพื่อคีบแท่งยาออก สิ่งสำคัญคือคนไข้ไม่ควรพยายามบีบหรือเขี่ยตัวยาออกด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงหรือทำลายเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง หากมีความผิดปกติหรือข้อสงสัยใดๆ ควรเข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินและดำเนินการอย่างปลอดภัยที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ