ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจก่อนเลือก: วัคซีนโรคมือเท้าปากยี่ห้อไหนดี และทำไมต้องป้องกันเชื้อ EV71

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนหรือช่วงเปิดเทอม สิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองมากที่สุดโรคหนึ่งคงหนีไม่พ้นโรคมือเท้าปาก หลายครอบครัวต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยมีไข้สูง เจ็บแผลในปากจนทานอะไรไม่ได้ และที่น่ากลัวที่สุดคือความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตจากเชื้อไวรัส Enterovirus 71 หรือ EV71 การตัดสินใจพาลูกไปรับวัคซีนจึงเป็นทางออกที่สำคัญ แต่คำถามที่มักตามมาเสมอในการปรึกษาแพทย์คือ วัคซีนโรคมือเท้าปากยี่ห้อไหนดี ที่จะเหมาะสมและให้ประสิทธิภาพการคุ้มครองแก่ลูกน้อยได้ดีที่สุด

เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อ EV71 ในปัจจุบัน

วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากที่มีให้บริการในสถานพยาบาลปัจจุบัน เป็นวัคซีนที่มุ่งเน้นการป้องกันเชื้อไวรัส EV71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อความรุนแรงของโรคมากที่สุด โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตวัคซีนทั้งหมดเป็น วัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ซึ่งมีหลักการทำงานโดยการใช้เชื้อไวรัสที่ผ่านกระบวนการทำให้หมดฤทธิ์ในการก่อโรคแล้ว แต่ยังคงสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อชนิดนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้มีความปลอดภัยสูงมาก มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่ำ และไม่ทำให้เด็กกลายเป็นโรคหลังจากได้รับวัคซีน

เปรียบเทียบประสิทธิภาพและความคุ้มครองทางคลินิกของวัคซีนแต่ละยี่ห้อ

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันเชื้อ EV71 ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และนำเข้ามาให้บริการหลักๆ 2 ยี่ห้อ ซึ่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียดด้านสายพันธุ์ที่ใช้ผลิต ช่วงอายุที่รองรับ และประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ดังนี้

1. วัคซีนจากประเทศจีน (ยี่ห้อ Inlive ผลิตโดย Sinovac)

วัคซีนยี่ห้อนี้ผลิตจากเชื้อไวรัส EV71 สายพันธุ์ย่อย C4 (Genotype C4) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่พบการระบาดบ่อยครั้งในภูมิภาคเอเชียรวมถึงประเทศไทย

  • ช่วงอายุที่รับรอง: เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี
  • จำนวนเข็มที่ต้องฉีด: ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกันเป็นเวลา 1 เดือน
  • ประสิทธิภาพทางคลินิก: มีผลการศึกษาทางคลินิกยืนยันประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ EV71 ที่มีอาการแสดงได้สูงถึง 95% และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อ EV71 ได้เกือบ 100%

2. วัคซีนจากประเทศไต้หวัน (ยี่ห้อ Entavac ผลิตโดย Medigen)

วัคซีนยี่ห้อนี้ผลิตโดยใช้เชื้อไวรัส EV71 สายพันธุ์ย่อย B4 (Genotype B4) ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันข้ามสายพันธุ์ (Cross-neutralization) ไปยังสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ รวมถึงสายพันธุ์ C4 ที่ระบาดในไทยได้ดีมากเช่นกัน

  • ช่วงอายุที่รับรอง: สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน จนถึงอายุ 6 ปี ซึ่งครอบคลุมช่วงวัยเรียนระดับอนุบาลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลักในการแพร่กระจายเชื้อ
  • จำนวนเข็มที่ต้องฉีด: ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกันเป็นเวลา 28 วัน
  • ประสิทธิภาพทางคลินิก: มีรายงานประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อ EV71 สูงถึง 96.8% และช่วยลดอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ข้อเท็จจริงสำคัญที่กุมารแพทย์อยากเน้นย้ำ: วัคซีนทั้งสองยี่ห้อนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส EV71 เท่านั้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการรุนแรง แต่ไม่ได้ป้องกันโรคมือเท้าปากที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มอื่น เช่น Coxsackievirus A16 หรือ A6 ดังนั้น แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว เด็กก็ยังอาจเป็นโรคมือเท้าปากได้ แต่จะมีอาการไม่รุนแรงและปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนอันตราย

คำแนะนำในการเลือกยี่ห้อวัคซีนร่วมกับกุมารแพทย์ประจำตัว

การจะตัดสินใจเลือก วัคซีนโรคมือเท้าปากยี่ห้อไหนดี นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือประเทศผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่คุณพ่อคุณแม่ควรร่วมประเมินกับกุมารแพทย์ประจำตัวของลูกน้อย ดังนี้

  • อายุของลูกน้อยในวันที่เริ่มฉีด: ปัจจัยนี้สำคัญที่สุด หากลูกน้อยมีอายุต่ำกว่า 6 เดือน (เช่น อายุ 2-5 เดือน) วัคซีนจากไต้หวันจะเป็นทางเลือกเดียวที่ได้รับการรับรองให้ใช้ได้ แต่หากลูกน้อยอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสองยี่ห้ออย่างมีประสิทธิภาพ
  • ประวัติการแพ้ยาหรือส่วนประกอบในวัคซีน: แพทย์จะพิจารณาประวัติสุขภาพของเด็กเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีข้อบ่งชี้ที่ต้องห้ามสำหรับวัคซีนยี่ห้อนั้นๆ
  • ความสะดวกและการจัดเก็บวัคซีนของสถานพยาบาล: โรงพยาบาลหรือคลินิกแต่ละแห่งอาจจะมีวัคซีนสะสมต่างยี่ห้อกัน การปรึกษาแพทย์ประจำตัวจะช่วยให้วางแผนการนัดหมายฉีดเข็มที่หนึ่งและสองได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนยี่ห้อระหว่างทาง ซึ่งไม่แนะนำเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์สนับสนุนการฉีดสลับยี่ห้อ

สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญคือการพาเด็กไปรับวัคซีนให้ครบตามกำหนดทั้ง 2 เข็ม เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างระดับภูมิคุ้มกันที่เพียงพอต่อการป้องกันโรค การปรึกษากุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยไขข้อสงสัยและทำให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและความปลอดภัยของลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down