ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกมีไข้และตุ่มขึ้นที่ปาก แต่ไม่มีผื่นที่มือและเท้า: วิธีแยกแยะสองโรคเลียนแบบ

เมื่อลูกน้อยจู่ๆ มีไข้สูง ร้องกวนโยเย ไม่ยอมกลืนน้ำหรือกินอาหาร และเมื่อคุณพ่อคุณแม่ลองส่องไฟฉายตรวจดูในช่องปากแล้วพบตุ่มน้ำใสหรือแผลเล็กๆ หลายจุด คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นในใจคือ ลูกกำลังเป็นโรคมือเท้าปากใช่หรือไม่ แต่เมื่อสำรวจดูตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัวกลับไม่พบผื่นหรือตุ่มน้ำใดๆ เลย เหตุการณ์นี้สร้างความสับสนให้ไม่น้อย เพราะในทางการแพทย์ยังมีอีกหนึ่งโรคยอดฮิตในเด็กที่มีอาการคล้ายคลึงกันมาก นั่นคือ โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina)

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างโรคมือเท้าปากและเฮอร์แปงไจนาจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินอาการเบื้องต้นของลูกน้อยได้อย่างถูกต้อง ตลอดจนรู้วิธีการดูแลและการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

1. เจาะลึกรอยโรคในช่องปาก: ตุ่มแผลขึ้นตรงไหนบอกอะไรเราได้บ้าง

แม้ว่าทั้งสองโรคจะเกิดจากกลุ่มไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) เหมือนกัน และทำให้เกิดแผลในปากเหมือนกัน แต่ตำแหน่งและการกระจายตัวของรอยโรคมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก ซึ่งกุมารแพทย์ใช้เป็นจุดสังเกตหลัก ดังนี้

โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina)

รอยโรคหรือแผลในช่องปากของโรคเฮอร์แปงไจนามักจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณส่วนหลังของช่องปากเป็นหลัก ได้แก่ เพดานอ่อน (Soft palate) ลิ้นไก่ (Uvula) ทอนซิล (Tonsils) และผนังคอหอยด้านหลัง (Posterior pharynx) โดยจะเริ่มต้นจากตุ่มแดงเล็กๆ แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใส ก่อนจะแตกออกเป็นแผลหลุมขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 1-4 มิลลิเมตร จำนวนแผลมักไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 5-10 แผล แต่ทำให้ลูกน้อยเจ็บคออย่างรุนแรงจนไม่อยากกลืนน้ำหรือน้ำลาย

โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease)

ในขณะที่โรคมือเท้าปาก แผลในปากสามารถกระจายตัวได้กว้างขวางกว่ามาก โดยมักพบที่ส่วนหน้าและส่วนกลางของช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้ม (Buccal mucosa) ลิ้น เหงือก เพดานแข็ง (Hard palate) รวมถึงบริเวณริมฝีปากด้านใน แผลอาจมีจำนวนมากกว่าและกระจายตัวอยู่ทั่วไป ทำให้เด็กมีอาการเจ็บปากจนน้ำลายไหลยืดและปฏิเสธการทานอาหารทุกชนิด

2. เกณฑ์การจำแนกจากผื่นผิวหนัง: กุญแจสำคัญในการแยกโรค

ข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดในการวินิจฉัยแยกโรคคือการปรากฏของรอยโรคบริเวณผิวหนังภายนอกช่องปาก ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์จำแนกโรคดังนี้

  • การตรวจร่างกายในโรคเฮอร์แปงไจนา: จะต้องไม่มีผื่น ตุ่มแดง หรือตุ่มน้ำใสขึ้นที่บริเวณอื่นของร่างกายเลย อาการแสดงทั้งหมดจะจำกัดอยู่เฉพาะภายในช่องปากเท่านั้น หากพบว่ามีตุ่มขึ้นที่ผิวหนัง แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะถูกเปลี่ยนการวินิจฉัยไปเป็นโรคมือเท้าปากทันที
  • การตรวจร่างกายในโรคมือเท้าปาก: จะพบรอยโรคผิวหนังลักษณะเฉพาะ ซึ่งอาจเป็นตุ่มแดงแบนๆ หรือตุ่มน้ำใสล้อมรอบด้วยวงแดง มักพบบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หลังมือ หลังเท้า และซอกนิ้ว นอกจากนี้ ตำแหน่งที่พบบ่อยมากในเด็กเล็กคือบริเวณก้น (Buttocks) และอาจกระจายไปยังหัวเข่าหรือข้อศอกได้ ผื่นเหล่านี้มักไม่มีอาการคัน แต่อาจมีอาการเจ็บเมื่อกดสัมผัส
ข้อควรระวังสำหรับผู้ปกครอง: ในช่วง 1-2 วันแรกของโรคมือเท้าปาก ผื่นที่มือและเท้าอาจยังไม่ปรากฏเด่นชัด มีเพียงแผลในปากและไข้สูง การติดตามอาการและตรวจเช็กผิวหนังของลูกอย่างละเอียดวันต่อวันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

3. ระยะเวลาการดำเนินโรคและการพยากรณ์โรคทางการแพทย์

กุมารแพทย์ประเมินความรุนแรงและการพยากรณ์โรคของทั้งสองโรคนี้โดยดูจากแนวโน้มการเกิดภาวะแทรกซ้อนและความเร็วในการฟื้นตัวของร่างกาย

ระยะเวลาและการฟื้นตัว

โดยทั่วไป ทั้งสองโรคจัดเป็นโรคที่หายได้เอง (Self-limiting disease) มีระยะเวลาการดำเนินโรคใกล้เคียงกันคือประมาณ 7-10 วัน ไข้มักจะลดลงภายใน 2-4 วันแรก ส่วนแผลในปากจะค่อยๆ สมานตัวและหายสนิทภายใน 1 สัปดาห์ สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงนี้คือการป้องกันภาวะขาดน้ำ (Dehydration) จากการที่เด็กไม่ยอมดื่มน้ำเนื่องจากเจ็บแผล

การพยากรณ์โรคและภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง

แม้ว่าเฮอร์แปงไจนาจะมีอาการไข้สูงอย่างเฉียบพลันซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักจากไข้สูงในเด็กเล็กที่มีแนวโน้มได้ง่าย แต่อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อระบบอื่นถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับโรคมือเท้าปาก

สำหรับโรคมือเท้าปาก หากเกิดจากเชื้อไวรัส Enterovirus 71 (EV71) อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อันตรายถึงชีวิต เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด กุมารแพทย์จึงต้องเน้นย้ำให้ผู้ปกครองสังเกตอาการเตือนสีแดงอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • มีไข้สูงลอยเกิน 3 วัน และไข้ไม่ลดลงหลังกินยาลดไข้
  • มีอาการซึมลง อ่อนแรง มือสั่น ขาสั่น หรือเดินเซ
  • สะดุ้งผวาบ่อย (Myoclonic jerk) โดยเฉพาะขณะกำลังจะหลับ
  • อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้เลยจนปัสสาวะออกน้อยลงและมีสีเข้ม
  • หายใจหอบเร็ว ดูเหนื่อย หรือมีอาการตัวเย็น มือเท้าเย็น หัวใจเต้นเร็ว

แนวทางการดูแลรักษาและการป้องกัน

เนื่องจากทั้งสองโรคยังไม่มีประเภทยารักษาไวรัสโดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ เช่น การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล (หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพริน) การทายาชาหรือพ่นยาชาในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผลก่อนมื้ออาหาร และการเลือกอาหารอ่อน นุ่ม รสเย็น เช่น ไอศกรีม โยเกิร์ต หรือนมเย็น เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บและช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงาน

ความเข้าใจในความแตกต่างโรคมือเท้าปากและเฮอร์แปงไจนาจะช่วยลดความวิตกกังวล และทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี หากพบอาการเตือนที่น่าสงสัยข้างต้น ควรพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down