ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

โรคไตเรื้อรัง: สัญญาณเตือนที่มักถูกมองข้าม และคำแนะนำจากคุณหมอว่าต้องดูแลตัวเองอย่างไรให้ไตอยู่กับเราไปนานๆ

คุณเคยไหมที่รู้สึกเหนื่อยง่าย เพลียผิดปกติ ทั้งที่พักผ่อนเพียงพอ หรือสังเกตว่าเท้าเริ่มบวมขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน บางครั้งแค่ปัสสาวะเป็นฟองนานๆ ก็ทำให้คุณหมอเริ่มสงสัยได้แล้ว อาการเหล่านี้มักถูกมองข้ามไปว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากกิจวัตรประจำวัน หรือคิดว่าไม่เป็นไร เพราะไม่ได้เจ็บปวดอะไรมาก แต่ความจริงแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ละเอียดอ่อนจาก 'ไต' อวัยวะเล็กๆ แต่สำคัญยิ่งในร่างกายเรา กำลังบอกว่าเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่แล้ว

ในฐานะแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโรคไตมานาน คุณหมออยากจะพาคุณผู้อ่านมาทำความเข้าใจโรคไตเรื้อรังอย่างลึกซึ้งขึ้น เพื่อให้เราทุกคนสามารถสังเกตสัญญาณผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และดูแลไตของเราให้แข็งแรงอยู่กับเราไปได้นานที่สุด

1. ทำความรู้จักโรคไตเรื้อรัง: เกณฑ์การวินิจฉัยและระยะต่างๆ ของโรค

โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease หรือ CKD) ไม่ใช่การที่ไตหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการที่ การทำงานของไตเสื่อมลงอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 เดือน หรือมีภาวะที่บ่งบอกถึงความเสียหายของไตเป็นระยะเวลานาน แม้ว่าค่าการทำงานของไตจะยังไม่ลดลงมากก็ตาม

1.1 เกณฑ์การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรัง

คุณหมอจะวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังจากสองปัจจัยหลักๆ คือ:

  • อัตราการกรองของไต (Glomerular Filtration Rate – GFR): คือค่าที่บ่งบอกว่าไตสามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ดีแค่ไหน หากค่า GFR ลดลงต่ำกว่า 60 มิลลิลิตร/นาที/1.73 ตารางเมตร เป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน จะถือว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง
  • หลักฐานความเสียหายของไต: เช่น การพบโปรตีนหรือเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ การตรวจพบโครงสร้างไตที่ผิดปกติจากการอัลตราซาวด์ หรือการตรวจชิ้นเนื้อไตที่แสดงความเสียหาย

1.2 ระยะของโรคไตเรื้อรัง

แพทย์จะแบ่งความรุนแรงของโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะ โดยพิจารณาจากค่า GFR ยิ่งค่า GFR ต่ำลงมากเท่าไหร่ ไตก็ยิ่งเสื่อมประสิทธิภาพมากเท่านั้น

  • ระยะที่ 1 (GFR ≥ 90): ไตยังทำงานปกติหรือทำงานดีเยี่ยม แต่มีหลักฐานความเสียหายของไต เช่น พบโปรตีนในปัสสาวะ
  • ระยะที่ 2 (GFR 60-89): ไตทำงานลดลงเล็กน้อย และมีหลักฐานความเสียหายของไต
  • ระยะที่ 3a (GFR 45-59) และ 3b (GFR 30-44): ไตทำงานลดลงปานกลาง ผู้ป่วยระยะนี้มักเริ่มมีอาการและภาวะแทรกซ้อน
  • ระยะที่ 4 (GFR 15-29): ไตทำงานลดลงรุนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับการบำบัดทดแทนไต
  • ระยะที่ 5 (GFR < 15): ไตวายระยะสุดท้าย ผู้ป่วยต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกไต หรือการปลูกถ่ายไต

2. สาเหตุหลักที่พบบ่อย: โรคไตจากเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคไตอักเสบชนิดต่างๆ

สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคไตเรื้อรังที่เราพบบ่อยๆ ในห้องตรวจ มักมาจากโรคเรื้อรังที่อยู่กับเรามานานโดยไม่ได้รับการควบคุมที่ดีพอ หรือบางครั้งก็เป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง

  • โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Kidney Disease): นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะทำให้หลอดเลือดเล็กๆ ในไตเกิดความเสียหาย ไตไม่สามารถกรองของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเริ่มขับโปรตีนออกมาในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณแรกเริ่มของไตที่ถูกทำลายจากเบาหวาน
  • โรคไตจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive Nephropathy): ความดันโลหิตที่สูงผิดปกติเป็นเวลานาน จะทำให้หลอดเลือดแดงในไตแข็งตัวและตีบแคบ เลือดไปเลี้ยงไตได้ไม่เพียงพอ ทำให้เซลล์ไตขาดออกซิเจนและค่อยๆ เสื่อมสภาพไปในที่สุด
  • โรคไตอักเสบชนิดต่างๆ (Glomerulonephritis): เป็นภาวะที่หน่วยกรองของไต (Glomeruli) เกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune Disease) เช่น โรค SLE
  • โรคไตเรื้อรังอื่นๆ: เช่น โรคถุงน้ำในไต (Polycystic Kidney Disease) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ หรือการใช้ยาบางชนิดต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์

3. สังเกตอาการทางคลินิกและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไตเริ่มทำงานผิดปกติ

ปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งของโรคไตเรื้อรังคือ ในระยะแรกๆ มักจะไม่มีอาการที่ชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมารับการรักษาเมื่อโรคดำเนินไปมากแล้ว คุณหมอจึงอยากให้สังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ ซึ่งอาจเป็นเบาะแสสำคัญว่าไตของคุณกำลังมีปัญหา:

  • ความอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายผิดปกติ: อาจเกิดจากภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยเมื่อไตทำงานผิดปกติ
  • อาการบวม: บวมที่เท้า ข้อเท้า เปลือกตา หรือทั่วร่างกาย โดยเฉพาะช่วงเช้า อาการบวมเกิดจากการที่ไตไม่สามารถขับน้ำและเกลือส่วนเกินออกจากร่างกายได้
  • ปัสสาวะผิดปกติ:
    • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
    • ปัสสาวะเป็นฟองมากและฟองไม่หายไปง่ายๆ (บ่งบอกว่าอาจมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ)
    • ปัสสาวะมีเลือดปน หรือสีเข้มผิดปกติ
    • ปริมาณปัสสาวะลดลง
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน: ของเสียที่คั่งค้างในร่างกายกระตุ้นให้เกิดอาการเหล่านี้
  • คันตามผิวหนัง: ของเสียสะสมในเลือด ทำให้เกิดอาการคันที่ไม่สามารถหาสาเหตุอื่นได้
  • ตะคริว กล้ามเนื้อกระตุก: เกิดจากความไม่สมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย
  • ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยาก: ไตมีบทบาทในการควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตทำงานผิดปกติ ความดันโลหิตจึงมักสูงขึ้นและควบคุมได้ยาก
  • ปัญหาเกี่ยวกับกระดูก: เช่น กระดูกบาง กระดูกพรุน เนื่องจากไตไม่สามารถควบคุมสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้
  • หายใจลำบาก หอบเหนื่อย: อาจเกิดจากน้ำท่วมปอดหรือภาวะโลหิตจางรุนแรง
คุณหมอขอย้ำว่า หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินการทำงานของไตทันที การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นประจำสามารถช่วยค้นหาโรคไตได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ก่อนที่จะมีอาการชัดเจน

4. การจัดการอาหาร โภชนาการ และการจำกัดน้ำ: สิ่งสำคัญที่คุณหมอแนะนำเพื่อชะลอความก้าวหน้าของโรค

เมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องอาหารและโภชนาการ ถือเป็นหัวใจหลักในการชะลอความก้าวหน้าของโรค และช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้

  • ควบคุมปริมาณโปรตีน: ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะต้นถึงปานกลาง การลดปริมาณโปรตีนที่ได้รับจะช่วยลดภาระการทำงานของไตได้ แต่ต้องได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ควรเลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง ไข่ขาว และปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสม
  • จำกัดโซเดียม (ลดเค็ม): ลดการบริโภคอาหารรสเค็ม อาหารแปรรูป อาหารกระป๋อง ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เพราะโซเดียมจะทำให้เกิดอาการบวมและเพิ่มความดันโลหิต การปรุงอาหารควรลดเครื่องปรุงรสเค็ม และใช้สมุนไพรในการเพิ่มรสชาติแทน
  • จำกัดโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส: ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะระยะท้ายๆ ของโรคไต ค่าโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดอาจสูงผิดปกติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผลไม้บางชนิด ผักใบเขียวเข้ม น้ำผลไม้ และอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่ว เมล็ดพืชต่างๆ แพทย์และนักโภชนาการจะให้คำแนะนำอย่างละเอียด
  • จำกัดปริมาณน้ำดื่ม: โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะแรกยังไม่จำเป็นต้องจำกัดน้ำดื่ม แต่หากเริ่มมีอาการบวม หรือมีภาวะน้ำเกิน แพทย์จะแนะนำให้จำกัดปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันอย่างเคร่งครัด
  • ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี: หากคุณเป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของไต
  • หลีกเลี่ยงยาและสมุนไพรที่ไม่จำเป็น: ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน, นาพรอกเซน) และยาแผนโบราณ หรือสมุนไพรบางชนิดที่ไม่ทราบส่วนประกอบ อาจส่งผลเสียต่อไตได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ
  • พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ: การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นประจำ จะช่วยให้แพทย์สามารถติดตามการทำงานของไต ปรับยา และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองได้อย่างทันท่วงที

ไตของเราเปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำที่ทำงานหนักตลอดเวลา หากเราดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่เนิ่นๆ สังเกตสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามคำแนะนำของแพทย์ เราก็จะสามารถชะลอความเสื่อมของไต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่กับไตของเราไปได้นานๆ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down