ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ปวดท้องเรื้อรัง ถ่ายเหลวบ่อย หรือมีมูกเลือด: โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดมีแผลและโครห์นใช่หรือไม่

เมื่อใดที่อาการปวดท้องเรื้อรัง การขับถ่ายที่ผิดปกติ หรือการพบมูกเลือดปนในอุจจาระกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หลายท่านอาจเกิดความกังวลและตั้งคำถามว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงปัญหาลำไส้ทั่วไป หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่กันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีความซับซ้อนและต้องการการวินิจฉัยที่แม่นยำเพื่อการรักษาที่เหมาะสม บทความนี้จะพาท่านไปทำความเข้าใจโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในสองรูปแบบหลัก ได้แก่ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังชนิดมีแผล (Ulcerative Colitis) และโรคลำไส้อักเสบโครห์น (Crohn's Disease) รวมถึงแนวทางการสังเกตอาการและการวินิจฉัย

ความแตกต่างระหว่างโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังชนิดมีแผล (Ulcerative Colitis) และโรคลำไส้อักเสบโครห์น (Crohn's Disease)

แม้ว่าทั้งสองภาวะจะจัดอยู่ในกลุ่ม โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และมีอาการบางอย่างคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญในแง่ของตำแหน่งการอักเสบและลักษณะทางพยาธิวิทยา

  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังชนิดมีแผล (Ulcerative Colitis: UC)
    • ตำแหน่ง: การอักเสบจำกัดอยู่ในลำไส้ใหญ่และทวารหนักเท่านั้น
    • ลักษณะ: มักมีการอักเสบต่อเนื่องจากทวารหนักขึ้นไป ไม่มีส่วนของลำไส้ปกติคั่นกลาง
    • ความลึก: การอักเสบจำกัดอยู่เพียงชั้นเยื่อบุผิว (mucosa) และชั้นใต้เยื่อบุผิว (submucosa) เท่านั้น
    • อาการเด่น: ถ่ายปนมูกเลือด มักมีถ่ายเหลวบ่อยและปวดเบ่ง
  • โรคลำไส้อักเสบโครห์น (Crohn's Disease: CD)
    • ตำแหน่ง: สามารถเกิดการอักเสบได้ตลอดทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไปจนถึงทวารหนัก แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือลำไส้เล็กส่วนปลายและลำไส้ใหญ่
    • ลักษณะ: มีลักษณะเป็นหย่อมๆ (patchy inflammation) กล่าวคือมีส่วนที่อักเสบสลับกับส่วนที่ปกติ
    • ความลึก: การอักเสบจะลึกถึงผนังลำไส้ทุกชั้น (transmural) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น การตีบตันของลำไส้ การเกิดริดสีดวงทวาร หรือการเกิดรูทะลุ (fistula) เชื่อมระหว่างลำไส้หรืออวัยวะอื่น
    • อาการเด่น: ปวดท้องเรื้อรัง ถ่ายเหลว อาจมีมูกเลือดปนได้แต่ไม่บ่อยเท่า UC, น้ำหนักลด และอาจมีภาวะแทรกซ้อนนอกลำไส้

อาการสำคัญที่บ่งชี้โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

อาการของ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มักจะเกิดขึ้นและหายเป็นช่วงๆ (relapsing-remitting course) และอาจมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไป อาการที่ควรสังเกต ได้แก่

  • ปวดท้องเรื้อรัง: มักมีลักษณะปวดบิด ปวดเกร็ง หรือปวดหน่วงๆ บริเวณท้อง โดยเฉพาะส่วนล่าง
  • ถ่ายเหลวบ่อย: การขับถ่ายที่มีความถี่มากกว่าปกติและอุจจาระมีลักษณะเหลว
  • ถ่ายปนมูกเลือด: การพบเมือกหรือเลือดสดปนในอุจจาระ ซึ่งเป็นสัญญาณของการอักเสบและมีแผลในลำไส้
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ: ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ หรือมีการอักเสบเรื้อรังที่ใช้พลังงานสูง
  • ภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดเรื้อรัง: เกิดจากการเสียเลือดปริมาณน้อยๆ อย่างต่อเนื่องจากแผลในลำไส้ ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียน
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง: รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา แม้จะพักผ่อนเพียงพอ
  • ไข้: โดยเฉพาะไข้ต่ำๆ ซึ่งบ่งชี้ถึงกระบวนการอักเสบในร่างกาย
  • อาการนอกลำไส้: ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการร่วมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดข้อ, ผื่นผิวหนังชนิดต่างๆ (เช่น erythema nodosum, pyoderma gangrenosum), ตาอักเสบ (uveitis, episcleritis), หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตและถุงน้ำดีเพิ่มขึ้น

ภาวะอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายคลึงกัน

เนื่องจากอาการของ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไม่เฉพาะเจาะจง จึงมีหลายภาวะที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายคลึงกันได้ การวินิจฉัยแยกโรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

  • ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis): เป็นการอักเสบของถุงโป่งที่ผนังลำไส้ใหญ่ มักพบในผู้สูงอายุ มีอาการปวดท้องซ้ายล่าง มีไข้ อาจมีหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงของการขับถ่าย
  • ลำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด (Ischemic Colitis): เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงลำไส้ใหญ่ไม่เพียงพอ มักพบในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด อาการมักมาอย่างเฉียบพลัน ปวดท้องรุนแรง มีถ่ายเป็นเลือดสดปนลิ่มเลือดได้
  • ลำไส้ตรงอักเสบจากรังสี (Radiation Proctitis/Colitis): เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องท้องส่วนล่างหรือเชิงกราน มักมีอาการถ่ายปนมูกเลือด ปวดเบ่ง และถ่ายบ่อย
  • ลำไส้อักเสบติดเชื้อ (Infectious Colitis): การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิตในลำไส้ อาการมักเกิดขึ้นเฉียบพลัน มีไข้ ปวดท้อง ถ่ายเหลวปนมูกเลือด โดยเฉพาะหลังการเดินทาง หรือรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด
  • กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome: IBS): มีอาการปวดท้อง ท้องอืด และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับถ่าย แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะไม่มีการอักเสบ ไม่มีการลดน้ำหนัก และไม่มีเลือดออกในอุจจาระ

แนวทางการวินิจฉัยเบื้องต้นและการวินิจฉัยแยกโรคอุจจาระปนมูกเลือด

การวินิจฉัย โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่หลากหลาย เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและแยกโรคที่กล่าวมาข้างต้น

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามอาการอย่างละเอียด เช่น ลักษณะการปวดท้อง ความถี่ของการถ่ายอุจจาระ ลักษณะอุจจาระ การลดน้ำหนัก รวมถึงประวัติทางการแพทย์และประวัติครอบครัว
  • การตรวจเลือด: เพื่อดูภาวะโลหิตจาง การอักเสบ (เช่น ESR, CRP) และระดับสารอาหารที่สำคัญ
  • การตรวจอุจจาระ:
    • ตรวจหาเชื้อก่อโรค: เพื่อแยกภาวะลำไส้อักเสบติดเชื้อ
    • ตรวจหาโปรตีนคาลโปรเทคตินในอุจจาระ (Fecal Calprotectin): เป็นการตรวจที่ไม่รุกรานที่สำคัญมาก โปรตีนนี้จะถูกปล่อยออกมาจากเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลเมื่อมีการอักเสบในทางเดินอาหาร ระดับคาลโปรเทคตินที่สูงบ่งชี้ว่ามีภาวะอักเสบในลำไส้จริง และช่วยแยก โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ออกจากภาวะที่ไม่ใช่การอักเสบ เช่น IBS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ (Endoscopy/Colonoscopy): เป็นการวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด แพทย์จะใช้กล้องสอดเข้าไปดูสภาพเยื่อบุลำไส้โดยตรง และเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ (biopsy) มาตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและแยกชนิดของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง รวมถึงประเมินความรุนแรงของโรค
  • การตรวจภาพถ่ายรังสี: เช่น CT scan, MRI หรือ CT/MR Enterography สำหรับประเมินลำไส้เล็กและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

การวินิจฉัย โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ที่รวดเร็วและแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อควบคุมอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากท่านมีอาการที่น่าสงสัยตามที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ควรละเลยและควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down