ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกร้องไห้ทุกครั้งที่ถ่าย: เข้าใจวงจรทรมานจากท้องผูกในเด็ก

เสียงร้องไห้โฮงอแงขณะพยายามเบ่งถ่าย พร้อมรอยเลือดสดติดปลายก้อนอุจจาระหรือติดกระดาษชำระ คือสัญญาณเตือนที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวต้องตกใจ อาการเหล่านี้มักมีจุดเริ่มต้นมาจากปัญหา ท้องผูกในเด็ก ที่ปล่อยไว้นานจนกลายเป็นภาวะเรื้อรัง และนำไปสู่การเกิด แผลที่ขอบทวารจากท้องผูก ในที่สุด

ความเชื่อมโยงระหว่างท้องผูกเรื้อรังและแผลที่ขอบทวารหนัก

เมื่อเด็กมีภาวะท้องผูก อุจจาระจะค้างอยู่ในลำไส้นานเกินไป ทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายจนก้อนอุจจาระมีลักษณะแห้ง แข็ง และมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเด็กต้องออกแรงเบ่งก้อนอุจจาระที่แข็งและใหญ่นี้ผ่านเยื่อบุผิวทวารหนักที่บอบบาง แรงดันและการครูดถูจะทำให้เกิดแผลฉีกขาดบริเวณขอบทวารหนัก (Anal Fissure)

แผลฉีกขาดนี้จะสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงขณะขับถ่าย ทำให้เด็กเกิดความกลัวและพยายามกั้นอุจจาระไว้เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด เมื่ออั้นอุจจาระไว้นานขึ้น ก้อนอุจจาระก็ยิ่งแห้งแข็งและขนาดใหญ่ขึ้นไปอีก เกิดเป็นวงจรเลวร้ายที่ทำให้ปัญหา แผลที่ขอบทวารจากท้องผูก รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

เทคนิคการฝึกขับถ่ายที่บ้านเพื่อปรับพฤติกรรมลูกน้อย

การรักษาภาวะ ท้องผูกในเด็ก จำเป็นต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้:

  • จัดท่านั่งถ่ายให้ถูกต้อง: หากเด็กใช้ชักโครกของผู้ใหญ่ ควรมีเก้าอี้เล็กวางรองเท้าไว้ เพื่อให้เข่ายกสูงกว่าสะโพกเล็กน้อย (ทำมุมประมาณ 35 องศา) ท่านั่งนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงพ่อนคลายและลำไส้ตรงอยู่ในแนวตรง ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น
  • กำหนดเวลาขับถ่ายที่เป็นระบบ: นั่งขับถ่ายหลังอาหารประมาณ 10-15 นาที เนื่องจากเป็นช่วงที่ระบบทางเดินอาหารมีการบีบตัวตามธรรมชาติ (Gastrocolic Reflex) โดยให้นั่งประมาณ 5-10 นาทีต่อครั้ง ไม่ควรรบกวนหรือเร่งรีบ
  • สร้างบรรยากาศเชิงบวก: ชื่นชมเมื่อเด็กร่วมมือในการนั่งถ่าย หลีกเลี่ยงการดุด่าหรือแสดงความหงุดหงิดเมื่อลูกถ่ายไม่ออก เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล

อาหารและน้ำ: กุญแจสำคัญในการทำให้อุจจาระนุ่มลง

การปรับโภชนาการถือเป็นหัวใจสำคัญในการบรรเทาภาวะท้องผูกและป้องกันการเกิดแผลซ้ำ:

  • เพิ่มใยอาหารในมื้ออาหาร: เน้นผักใบเขียว ผลไม้สดที่มีฤทธิ์ช่วยการขับถ่าย เช่น มะละกอสุก ส้ม ลูกพรุน มะขาม และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ: น้ำจะช่วยให้ใยอาหารพองตัวและทำให้อุจจาระนุ่มลง ควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดสม่ำเสมอตลอดวัน โดยเฉพาะในเด็กที่รับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น
  • ควบคุมปริมาณการดื่มนม: การดื่มนมวัวมากเกินไป (มากกว่า 16-24 ออนซ์ต่อวัน ในเด็กอายุมากกว่า 1 ขวบ) อาจทำให้เด็กอิ่มและทานอาหารที่มีใยอาหารได้น้อยลง อีกทั้งโปรตีนในนมวัวอาจทำให้ลำไส้บีบตัวช้าลงในเด็กบางราย

เมื่อไหร่ที่ต้องพาเด็กไปพบแพทย์

แม้การปรับพฤติกรรมที่บ้านจะเป็นขั้นตอนหลัก แต่คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาเด็กไปพบกุมารแพทย์เมื่อพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้:

  • มีเลือดสดปนอุจจาระในปริมาณมาก หรือมีเลือดหยดออกมาระหว่างขับถ่าย
  • เด็กมีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องอืดเกร็ง ร้องไห้โยเซผิดปกติ
  • มีไข้ ซึม อาเจียน หรือน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • พฤติกรรมท้องผูกเรื้อรังไม่ดีขึ้นเลยหลังปรับอาหารและพฤติกรรมนานกว่า 2 สัปดาห์
  • ทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือนมีอาการท้องผูก

การดูแลเด็กที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรังต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และความต่อเนื่อง การรักษาแผลที่ขอบทวารหนักจะสำเร็จได้เมื่ออุจจาระนุ่มลงและเด็กหายจากความกลัวการขับถ่าย

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ