ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กังวลใจกับตารางนัดฉีดวัคซีนของลูกน้อย? เปิดแผนวัคซีนพื้นฐานที่พ่อแม่ต้องรู้

สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเล่มสีชมพูที่เต็มไปด้วยตารางนัดหมายและรายชื่อวัคซีนยาวเหยียด มักสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไม่น้อย หลายครั้งที่คุณหมอมักได้รับคำถามในห้องตรวจว่า "ทำไมลูกต้องฉีดวัคซีนเยอะขนาดนี้?" หรือ "วัคซีนแต่ละเข็มจำเป็นจริงหรือเปล่า?"

ในฐานะกุมารแพทย์ อยากให้คุณพ่อคุณแม่มองว่า การรับ วัคซีนเด็กตามวัย เปรียบเสมือนการฝึกซ้อมระบบภูมิคุ้มกันของลูกน้อยให้รู้จักและพร้อมสู้กับเชื้อโรคร้ายก่อนที่จะสู้รบจริงในชีวิตประจำวัน เด็กแรกเกิดยังมีภูมิคุ้มกันต่ำและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคติดเชื้อ การได้รับวัคซีนครบถ้วนและตรงตามเวลาจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการปกป้องชีวิตและพัฒนาการของลูก

แผนวัคซีนพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย

ตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดตารางการรับ วัคซีนเด็กตามวัย ที่เด็กไทยทุกคนควรรวมถึงสิทธิประโยชน์พื้นฐานไว้ ดังนี้

1. วัยแรกเกิด (At Birth)

  • วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG): ฉีดบริเวณชั้นใต้ผิวหนัง (ส่วนใหญ่ฉีดที่ต้นแขนซ้าย) ตั้งแต่แรกเกิดก่อนออกจากโรงพยาบาล
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV) เข็มที่ 1: ฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นขาด้านหน้าข้างขวา

2. วัย 2 เดือน

  • วัคซีนรวม คอตีก-บาดทะยัก-ไก่กรน-ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib) เข็มที่ 1: ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • วัคซีนโปลิโอ (OPV/IPV): หยอดทางปากร่วมกับการฉีดเข็มแรก
  • วัคซีนอุจจาระร่วงจากไวรัสโรตา (Rotavirus): หยอดทางปาก

3. วัย 4 เดือน

  • วัคซีนรวม DTP-HB-Hib เข็มที่ 2
  • วัคซีนโปลิโอ (OPV/IPV)
  • วัคซีนอุจจาระร่วงจากไวรัสโรตา เข็มที่ 2

4. วัย 6 เดือน

  • วัคซีนรวม DTP-HB-Hib เข็มที่ 3
  • วัคซีนโปลิโอ (OPV)
  • วัคซีนอุจจาระร่วงจากไวรัสโรตา เข็มที่ 3 (ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน)

5. วัย 9 - 12 เดือน

  • วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) เข็มที่ 1: เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือนขึ้นไป
  • วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (LAJE) เข็มที่ 1: ชนิดเชื้อมีชีวิตสายพันธุ์ไทย

6. วัย 1 ปี 6 เดือน (18 เดือน)

  • วัคซีนรวมคอตีก-บาดทะยัก-ไก่กรน (DTP) เข็มกระตุ้น
  • วัคซีนโปลิโอ (OPV) เข็มกระตุ้น
  • วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) เข็มที่ 2

7. วัย 2 ปี 6 เดือน

  • วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (LAJE) เข็มที่ 2

8. วัย 4 - 6 ปี

  • วัคซีนรวมคอตีก-บาดทะยัก-ไก่กรน (DTP) เข็มกระตุ้นครั้งที่ 2
  • วัคซีนโปลิโอ (OPV) เข็มกระตุ้นครั้งที่ 2

ทำความเข้าใจความสำคัญของวัคซีนแต่ละชนิด

วัคซีนทุกชนิดถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตหรือทิ้งร่องรอยความพิการไว้กับเด็ก ดังนี้

  • วัคซีนวัณโรค (BCG): ป้องกันภาวะวัณโรคระยะรุนแรง เช่น วัณโรคขึ้นสมอง และวัณโรคแบบแพร่กระจาย
  • วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี: ป้องกันการติดเชื้อเรื้อรังที่อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับในวัยผู้ใหญ่
  • วัคซีนคอตีก บาดทะยัก ไก่กรน: ป้องกันภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นจากคอตีก การเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายจากบาดทะยัก และอาการไอรุนแรงจนหายใจไม่ทันในโรคไก่กรน
  • วัคซีนฮิบ (Hib): ป้องกันเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบและปอดบวมรุนแรงในเด็กเล็ก
  • วัคซีนโรตาไวรัส: ลดความรุนแรงของภาวะท้องร่วง ถ่ายเป็นน้ำ ซึ่งอาจทำให้เด็กเกิดภาวะช็อกจากการขาดน้ำ
  • วัคซีน MMR: ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ หรืออาการหูหนวกจากโรคคางทูม

ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังนำลูกน้อยไปรับวัคซีน

เพื่อให้การรับวัคซีนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมตัวดังนี้

การเตรียมตัวก่อนไปรับวัคซีน

  • นำสมุดบันทึกสุขภาพมาด้วยทุกครั้ง: เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบประวัติและลงบันทึกการฉีดวัคซีนอย่างถูกต้อง
  • สังเกตอาการลูกน้อย: หากมีไข้ ท้องเสียรุนแรง หรือเจ็บป่วยฉับพลัน ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
  • สวมเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย: เช่น เสื้อผ่าหน้า หรือกางเกงที่ถอดขาสะดวกสำหรับการฉีดบริเวณต้นขา

การดูแลหลังการฉีดวัคซีน

  • เฝ้าระวังอาการ 30 นาที: ควรนั่งรอสังเกตอาการแพ้ยารุนแรง (Anaphylaxis) ที่สถานพยาบาลก่อนกลับบ้าน
  • การดูแลเมื่อมีไข้: หากลูกมีไข้ต่ำๆ หลังฉีดวัคซีน สามารถเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง และรับประทานยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กตามขนาดน้ำหนักตัว
  • ดูแลบริเวณที่ฉีด: หากมีรอยแดง บวม หรือปวด บริเวณที่ฉีด ให้ใช้ผ้าเย็นประคบเบาๆ ห้ามถูนวดบริเวณที่ฉีดเด็ดขาด

เมื่อลูกไม่สบาย ควรเลื่อนฉีดวัคซีนหรือไม่?

คำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุดคือ "ลูกมีน้ำมูกเล็กน้อย จะฉีดวัคซีนได้ไหม?"

หลักการทางการแพทย์ในการพิจารณาเลื่อนวัคซีนมีดังนี้

  • เจ็บป่วยเล็กน้อย (ฉีดได้): หากเด็กมีเพียงคัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไม่มีไข้ อารมณ์ดี รับประทานนมหรืออาหารได้ตามปกติ สามารถรับ วัคซีนเด็กตามวัย ได้ตามกำหนดเดิม
  • เจ็บป่วยปานกลางถึงรุนแรง (ควรเลื่อน): หากเด็กมีไข้สูง ซึม ไม่ยอมรับประทานอาหาร หอบเหนื่อย หรือต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าจะหายดี

หากจำเป็นต้องเลื่อนวัคซีน คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เมื่อลูกหายป่วยแล้ว สามารถพาลูกมารับวัคซีนเข็มที่เหลือต่อจากเดิมได้ทันที

สรุป

การติดตามและพาลูกน้อยไปรับ วัคซีนเด็กตามวัย ให้ครบถ้วนตามกำหนด เป็นหน้าที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและส่งเสริมสุขภาพที่แข็งแรงให้แก่ลูก หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกัน IPD หรือวัคซีนอีสุกอีใส คุณพ่อคุณแม่สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากกุมารแพทย์ผู้ดูแลได้เสมอ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ