ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยไข้สูงลิ่วเฉียบพลัน แต่ไม่มีน้ำมูก: สัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง

กลางดึกคืนหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่าลูกน้อยวัยหัดเดินมีตัวร้อนจี๋ อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39 หรือ 40 องศาเซลเซียสอย่างเฉียบพลัน ทว่าสิ่งที่สร้างความฉงนใจคือ ลูกไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก ไม่มีอาการคัดจมูกเหมือนไข้หวัดทั่วไป และเมื่อยาลดไข้ออกฤทธิ์ เขากลับมาวิ่งเล่นและร่าเริงได้ตามปกติ อาการลักษณะนี้มักสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ซึ่งในทางกุมารเวชศาสตร์ อาการไข้สูงลอยเฉียบพลันที่ตามมาด้วยผื่นสีชมพูอ่อนหลังจากไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว คือลักษณะเฉพาะของโรคติดเชื้อไวรัสในเด็กที่เรียกว่า โรคหัดกุหลาบ

ทำความรู้จัก โรคหัดกุหลาบ ไวรัสตัวร้ายในเด็กเล็ก

โรคหัดกุหลาบ หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Roseola Infantum (หรือ Exanthem Subitum) เป็นโรคไข้ออกผื่นที่พบได้บ่อยมากในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากมารดาเริ่มลดลง ขณะที่ระบบภูมิคุ้มกันของตัวเองยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่

สาเหตุหลักของโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเฮอร์ปีส์ของมนุษย์ ได้แก่ Human Herpesvirus type 6 (HHV-6) ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ และส่วนน้อยเกิดจาก Human Herpesvirus type 7 (HHV-7) แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มไวรัสเฮอร์ปีส์ (Herpesvirus) แต่ไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดโรคเริมหรืออวัยวะเพศเริมอย่างที่หลายคนเข้าใจ และมักไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงในเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงดี

"โรคหัดกุหลาบไม่ใช่โรคหัด (Measles) และไม่ใช่หัดเยอรมัน (Rubella) แม้จะมีผื่นขึ้นคล้ายกัน แต่มีสาเหตุจากไวรัสคนละตระกูล และมีการดำเนินโรคที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ป่วยมากกว่า"

การแพร่กระจายและระยะฟักตัวที่พ่อแม่ควรรู้

ไวรัสกลุ่มนี้ติดต่อกันได้ง่ายผ่านทางน้ำลาย ละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจของเด็กที่มีเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสของเล่นที่ปนเปื้อนน้ำลายแล้วนำเข้าปาก หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว เชื้อจะมี ระยะฟักตัวประมาณ 5 ถึง 15 วัน (เฉลี่ยประมาณ 9 วัน) ก่อนที่จะเริ่มแสดงอาการแรกเริ่มออกมาให้เห็น

ถอดรหัสอาการ: จากไข้สูงเฉียบพลันสู่ผื่นกุหลาบแสนสวย

การดำเนินโรคของโรคหัดกุหลาบมีลักษณะทางคลินิกที่เฉพาะตัวและค่อนข้างเป็นระบบ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการของลูกน้อยได้เป็น 2 ระยะหลัก ดังนี้

1. ระยะไข้สูงเฉียบพลัน (Febrile Phase)

  • ไข้สูงลอยอย่างรวดเร็ว: อุณหภูมิกายจะสูงขึ้นอย่างฉับพลัน อยู่ระหว่าง 39.5 ถึง 40.5 องศาเซลเซียส ไข้มักจะสูงต่อเนื่องยาวนานประมาณ 3 ถึง 5 วัน
  • ไม่มีอาการระบบทางเดินหายใจเด่นชัด: เป็นจุดสังเกตสำคัญที่แยกโรคนี้ออกจากไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 คือ ลูกน้อยจะไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูกไหล แต่อาจพบอาการคอแดงเล็กน้อย หรือมีอาการเบื่ออาหารและถ่ายเหลวร่วมด้วยบ้างเล็กน้อย
  • อาการชักจากไข้สูง (Febrile Seizure): เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเล็กบางรายอาจมีอาการเกร็ง กระตุก หรือชักจากไข้สูงได้ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดในระยะนี้ ดังนั้นการเช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธีและการให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

2. ระยะผื่นราบสีชมพู (Eruptive Phase)

  • ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว: เมื่อเข้าสู่วันที่ 3 หรือ 5 ไข้จะลดฮวบลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับปกติ ราวกับว่าร่างกายหายเป็นปกติแล้ว
  • ผื่นสีชมพูกลีบกุหลาบปรากฏ: ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากไข้ลดลง หรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง จะมีผื่นราบขนาดเล็กสีชมพูอ่อนหรือสีแดงอมส้ม (Maculopapular rash) ผุดขึ้นตามผิวหนัง
  • การกระจายตัวของผื่น: ผื่นของโรคหัดกุหลาบมีรูปแบบเฉพาะตัว โดยจะ เริ่มขึ้นที่บริเวณลำตัว หน้าอก หน้าท้อง และหลังก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยแพร่กระจายไปยังบริเวณลำคอ ใบหน้า และแขนขา
  • ลักษณะเฉพาะของผื่น: ผื่นนี้จะไม่มีอาการคัน ไม่เป็นสะเก็ด ไม่ลอก และเมื่อนำนิ้วไปกดเบาๆ ผื่นจะจางลงชั่วคราว ผื่นเหล่านี้จะคงอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 1-2 วัน แล้วจะค่อยๆ จางหายไปเองโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหรือรอยดำใดๆ ไว้บนผิวหนังของลูกน้อยเลย

แนวทางการดูแลรักษาและการป้องกัน

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเฉพาะสำหรับป้องกันโรคหัดกุหลาบ และไม่มียาต้านไวรัสโดยตรง การรักษาจึงเน้นการรักษาตามอาการเพื่อประคับประคองให้ร่างกายของลูกน้อยสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมากำจัดไวรัสด้วยตัวเอง

  • การควบคุมไข้: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลทุก 4-6 ชั่วโมงตามน้ำหนักตัว ร่วมกับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มแอสไพรินโดยเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและตับ
  • ป้องกันการขาดน้ำ: สนับสนุนให้ลูกดื่มน้ำสะอาด น้ำผลไม้ หรือนมบ่อยๆ เนื่องจากไข้สูงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย
  • การแยกผู้ป่วย: หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในที่ชุมชน โรงเรียนอนุบาล หรือเนอสเซอรี่ในระหว่างที่มีไข้และมีผื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปยังเด็กคนอื่นๆ

แม้โรคหัดกุหลาบจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรงและสามารถหายเองได้ แต่หากพบว่าลูกน้อยมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ ปัสสาวะออกน้อย มีอาการเกร็งหรือชัก หรือผื่นที่เกิดขึ้นมีจุดเลือดออกร่วมด้วย ควรรีบพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down