ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาพลูกน้อยร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวดขณะพยายามเบ่งอุจจาระ ตามมาด้วยคราบเลือดสีแดงสดติดอยู่บนกระดาษชำระหรือบนก้อนอุจจาระ เป็นสิ่งที่สร้างความตกใจและห่วงใยให้คุณพ่อคุณแม่จำนวนมาก คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นในใจคือ ลูกเป็นอะไร ร้ายแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริง ปรากฏการณ์นี้พบได้บ่อยมากในเด็กวัยกำลังโต และสาเหตุอันดับหนึ่งที่พบมักไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่เป็นอาการที่เรียกว่า แผลขอบทวารเด็ก หรือรอยแยกที่ขอบทวารหนักนั่นเอง

เข้าใจสาเหตุและอาการ: ทำไมลูกเบ่งถ่ายแล้วจึงมีแผลขอบทวาร

แผลขอบทวารหนักในเด็ก (Anal Fissure) คือการเกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ บริเวณเยื่อบุผิวส่วนปลายของทวารหนัก แม้จะเป็นเพียงแผลขนาดเล็ก แต่มักสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก เนื่องจากบริเวณขอบทวารหนักเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทรับความรู้สึกจำนวนมาก

สาเหตุหลักมักมาจากภาวะท้องผูกและอุจจาระแข็ง เมื่อเด็กต้องใช้แรงเบ่งมากๆ เพื่อขับอุจจาระก้อนใหญ่หรือแห้งครูดผ่านรูทวารหนัก เยื่อบุที่บอบบางจึงเกิดการฉีกขาดได้ นอกจากนี้ ในเด็กบางรายที่มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง การถ่ายอุจจาระเป็นน้ำบ่อยครั้งหรือสารเคมีในอุจจาระก็อาจระคายเคืองจนทำให้ผิวหนังเปื่อยและฉีกขาดได้เช่นกัน

อาการเด่นที่สังเกตได้ชัดเจน มีดังนี้:

  • เลือดออกที่ทวารหนักเด็ก: สังเกตเห็นเลือดสีแดงสดเคลือบอยู่บนผิวของก้อนอุจจาระ หรือติดบนกระดาษชำระขณะเช็ดทำความสะอาด
  • อาการเจ็บปวดขณะถ่าย: เด็กจะร้องไห้ เกร็ง หรือแสดงท่าทางหวาดกลัวทุกครั้งที่ปวดท้องถ่าย
  • พฤติกรรมกั้นอุจจาระ: เนื่องจากกลัวความเจ็บปวด เด็กอาจพยายามกั้นถ่ายด้วยการเขย่งเท้า เข่าชิดกัน หรือบิดตัวไปมา ซึ่งการกั้นถ่ายยิ่งทำให้อุจจาระค้างสะสมในลำไส้จนก้อนใหญ่และแข็งขึ้น นำไปสู่วงจรอุจจาระค้าง แข็ง เจ็บ ที่แก้ไขได้ยากขึ้น

วิธีสังเกตและประเมินแผลขอบทวารเด็กเบื้องต้นที่บ้าน

เมื่อพบอาการ เลือดออกที่ทวารหนักเด็ก คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินเบื้องต้นได้เองเพื่อแยกแยะความรุนแรง:

1. ลักษณะของเลือด

หากเป็นแผลขอบทวารเด็ก เลือดที่พบจะเป็นสีแดงสด เคลือบอยู่ภายนอกก้อนอุจจาระ หรือติดเปื้อนทิชชูเป็นรอยเลอะเล็กน้อย เลือดจะไม่ปนเนียนไปกับเนื้ออุจจาระ และไม่มีลักษณะเป็นเลือดคล้ำหรือก้อนเลือด

2. สังเกตบริเวณรอบรูทวารหนัก

จัดท่าให้ลูกนอนตะแคงและงอเข่าขึ้นชิดอก ใช้แสงสว่างที่เพียงพอ ค่อยๆ แหวกแก้มก้นออกดูเบาๆ อาจพบรอยฉีกขาดเส้นเล็กๆ ในแนวตั้ง บริเวณขอบรูทวารหนัก ซึ่งมักพบที่ตำแหน่งด้านบนหรือด้านล่างของรูทวาร

3. ประเมินลักษณะอุจจาระ

สังเกตดูว่าอุจจาระของลูกมีลักษณะเป็นก้อนแข็งคล้ายกระสุนเม็ดเล็กๆ หรือเป็นก้อนขรุขระเหนียวแน่นหรือไม่ ซึ่งแสดงถึงภาวะท้องผูกชัดเจน

การประเมินเบื้องต้นช่วยให้ทราบแนวทางรับมือ แต่หากไม่แน่ใจ ควรหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ใดๆ แหย่เข้าไปตรวจภายในรูทวารหนักของเด็กโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เด็กเจ็บปวดมากขึ้นและแผลฉีกขาดรุนแรงกว่าเดิม

การดูแลและบรรเทาอาการเจ็บปวดให้ลูกหายเจ็บโดยเร็ว

เป้าหมายสำคัญในการดูแลรักษา แผลขอบทวารเด็ก คือการบรรเทาความเจ็บปวด รักษาแผลให้สมานตัว และปรับอุจจาระให้นุ่มลงเพื่อหยุดวงจรอุจจาระแข็ง

1. การแช่น้ำอุ่น (Sitz Bath)

เตรียมน้ำอุ่นสะอาดใส่กะละมังให้สูงพอท่วมก้นลูก ให้ลูกนั่งแช่น้ำอุ่นประมาณ 10–15 นาที วันละ 2–3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังการถ่ายอุจจาระ ความอุ่นของน้ำจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ลดอาการเกร็งค้าง และช่วยลดอาการเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การดูแลเรื่องอาหารและน้ำ

ปรับการกินอาหารเพื่อเปลี่ยนให้อุจจาระนุ่มลง:

  • เพิ่มปริมาณใยอาหาร เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีกากใย (ส้ม มะละกอสุก ลูกพรุน)
  • ให้ลูกดื่มน้ำสะอาดเพิ่มขึ้นตลอดวัน
  • สำหรับเด็กทารกที่ดื่มนมผง อาจต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการปรับสัดส่วนนม หรือพิจารณาเปลี่ยนสูตรนมหากสงสัยภาวะแพ้โปรตีนนมวัว

3. การทำความสะอาดอย่างเบามือและการใช้ยาทา

หลังการขับถ่าย ควรใช้น้ำสะอาดล้างทำความสะอาดเบาๆ แล้วซับให้แห้ง หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษชำระแห้งถูแรงๆ หรือใช้ทิชชูเปียกที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม การทาปิโตรเลียมเจลลี่หรือวาสลีนบางๆ บริเวณรอบขอบทวารหนักก่อนลูกถ่าย จะช่วยลดแรงครูดและเคลือบผิวลดอาการแสบได้

เมื่อไหร่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์

แม้ว่าแผลขอบทวารส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เองหากอุจจาระนุ่มลง แต่มีบางสถานการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรีบนำลูกไปพบกุมารแพทย์:

  • มีปริมาณเลือดออกมากผิดปกติ เช่น เลือดหยดลงในโถปัสสาวะหรือไหลไม่หยุด
  • อุจจาระมีสีดำสนิท สีคล้ายเฉาก๊วย หรือมีเลือดปนเนียนอยู่ในเนื้ออุจจาระ
  • ลูกมีไข้ รูทวารหนักบวมแดง อักเสบ หรือมีหนองไหลออกมา
  • ลูกมีอาการเจ็บปวดรุนแรง ร้องไห้ไม่หยุด หรือกั้นถ่ายนานเกิน 2-3 วัน
  • ดูแลปรับอาหารและแช่น้ำอุ่นแล้ว แผลและอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์

การดูแลแผลขอบทวารเด็กต้องอาศัยความเข้าใจและความใจเย็น การสร้างบรรยากาศที่ดีในการขับถ่าย ไม่เร่งรัดหรือดุตำหนิลูก จะช่วยลดความเครียดและทำให้กระบวนการรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลดียิ่งขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down