ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจภาวะหายใจลำบากในเด็ก: เมื่อไหร่ที่ถือว่าผิดปกติและสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตเป็นพิเศษ

เมื่อลูกรักมีอาการไข้ ไอ หรือมีน้ำมูกไหล สิ่งที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มากที่สุดมักไม่ใช่ตัวเลขบนเครื่องวัดอุณหภูมิ แต่เป็นลักษณะการหายใจของลูก หลายครั้งที่คุณหมอมักจะได้รับคำถามด้วยความตื่นตระหนกจากผู้ปกครองว่า ลักษณะการหายใจแบบนี้ผิดปกติหรือไม่ หรือเมื่อไหร่ที่ควรรีบพามาพบแพทย์ทันที

ในเด็กเล็ก ระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ หลอดลมมีขนาดเล็กและสั้นกว่าผู้ใหญ่มาก อีกทั้งซี่โครงและกล้ามเนื้อทรวงอกยังมีความยืดหยุ่นสูงและอ่อนนุ่ม เมื่อเกิดการอักเสบหรือการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจแม้เพียงเล็กน้อย ร่างกายของเด็กจึงต้องทำงานหนักขึ้นอย่างมากเพื่อดึงออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่า "ภาวะหายใจลำบาก" (Respiratory Distress) การเรียนรู้ที่จะจำแนกและเฝ้าระวัง สัญญาณอันตรายลูกหายใจลำบาก จึงเป็นทักษะที่กุมารแพทย์อยากให้ผู้ปกครองทุกคนให้ความสำคัญ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

สัญญาณเตือนสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต: หายใจเร็วเกินเกณฑ์, อกบุ๋ม, ซี่โครงบุ๋ม, ปีกจมูกบาน, ริมฝีปากเขียวคล้ำ

การประเมินว่าลูกกำลังเผชิญกับภาวะหายใจลำบากหรือไม่ สามารถสังเกตได้จากอาการแสดงทางร่างกาย 5 สัญญาณเตือนสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. อัตราการหายใจที่เร็วเกินเกณฑ์ปกติ (Tachypnea)

การจะทราบว่าลูกหายใจเร็วเกินไปหรือไม่ ต้องทำการนับอัตราการหายใจขณะที่ลูกกำลังนอนหลับสงบ หรือไม่ได้ร้องไห้กวน โดยนับการกระเพื่อมขึ้นลงของหน้าท้องหรือหน้าอกเป็นเวลาเต็ม 1 นาที (ไม่ควรนับเพียง 15 หรือ 30 วินาทีแล้วคูณเนื่องจากการหายใจของเด็กอาจไม่สม่ำเสมอ) โดยมีเกณฑ์อ้างอิงตามช่วงอายุดังนี้

  • เด็กแรกเกิดถึงอายุต่ำกว่า 2 เดือน: หายใจตั้งแต่ 60 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
  • เด็กอายุ 2 เดือนถึง 11 เดือน: หายใจตั้งแต่ 50 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
  • เด็กอายุ 1 ปีถึง 5 ปี: หายใจตั้งแต่ 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
  • เด็กอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป: หายใจตั้งแต่ 30 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป

2. อกบุ๋ม และ ซี่โครงบุ๋ม (Chest Wall Retractions)

เมื่อลูกต้องใช้แรงในการหายใจมากกว่าปกติ กล้ามเนื้อบริเวณทรวงอกจะทำงานหนักขึ้นจนคุณพ่อคุณแม่สามารถมองเห็นรอยบุ๋มได้อย่างชัดเจน ได้แก่ รอยบุ๋มใต้ชายโครง (Subcostal retraction) รอยบุ๋มระหว่างร่องซี่โครง (Intercostal retraction) หรือรอยบุ๋มที่แอ่งคอเหนือกระดูกหน้าอก (Suprasternal retraction) หากเห็นลักษณะอกบุ๋มขณะหายใจเข้า แสดงว่ากำลังเกิดอุปสรรคในการดึงลมเข้าสู่ปอด

3. ปีกจมูกบาน (Nasal Flaring)

สังเกตบริเวณรูจมูกของลูกขณะหายใจเข้า หากพบว่ารูจมูกขยายกว้างออกหรือปีกจมูกขยับบานออกอย่างชัดเจนในทุกครั้งที่สูดลมหายใจ แสดงว่าร่างกายกำลังพยายามขยายช่องทางเดินหายใจส่วนต้นให้กว้างที่สุดเพื่อรับอากาศเข้าสู่ปอดให้ได้มากที่สุด

4. เสียงครางขณะหายใจออก (Grunting)

เสียงครางสั้นๆ ในคอที่เกิดขึ้นพร้อมกับการหายใจออก เป็นเสียงที่เกิดจากการที่เด็กพยายามปิดกล่องเสียงเพื่อเพิ่มความดันในถุงลมปอด ป้องกันไม่ให้ถุงลมแฟบลง ถือเป็นสัญญาณเตือนขั้นรุนแรงที่บ่งบอกว่าปอดกำลังทำงานล้มเหลว

5. ริมฝีปากเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน (Cyanosis)

นี่คือสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต โดยจะสังเกตเห็นบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือปลายมือปลายเท้าเริ่มมีสีม่วงคล้ำหรือซีดเทา บ่งบอกว่าปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดลดลงต่ำมากจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ต้องได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที

ความแตกต่างระหว่างเสียงวี๊ดและเสียงฮืดฮาด: บ่งบอกโรคอะไรและเกิดจากบริเวณใด

เสียงหายใจที่ผิดปกติของลูกรักเป็นอีกหนึ่งเบาะแสสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ระบุตำแหน่งของรอยโรคและการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจได้ โดยทั่วไปสามารถจำแนกออกเป็นสองเสียงหลักที่มักสับสนกันบ่อยครั้ง

เสียงวี๊ด (Wheezing)

เสียงวี๊ดเป็นเสียงแหลมสูง คล้ายเสียงนกหวีดหรือเสียงดนตรีโทนสูง มักได้ยินชัดเจนในช่วงที่ลูก หายใจออก เสียงนี้เกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนล่าง (Lower Airway) เช่น หลอดลมฝอยอักเสบหรือตีบตัวลง

โรคที่พบบ่อย: โรคหืดในเด็ก (Asthma), หลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน (Bronchiolitis) ซึ่งมักมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส เช่น RSV หรือไข้หวัดใหญ่

เสียงฮืดฮาด หรือ เสียงครืดคราดขณะหายใจเข้า (Stridor)

เป็นเสียงทึบๆ หยาบๆ หรือเสียงหวีดต่ำที่ได้ยินค่อนข้างดังชัดเจนในช่วงที่ลูก หายใจเข้า เสียงนี้บ่งชี้ถึงการอุดกั้นหรือการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Airway) ตั้งแต่บริเวณกล่องเสียงลงไปจนถึงหลอดลมใหญ่

โรคที่พบบ่อย: ภาวะกล่องเสียงและหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน (Croup) ซึ่งมักมาพร้อมกับอาการไอเสียงก้องคล้ายเสียงสุนัขเห่า (Barking cough) หรืออาจเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

เกณฑ์และช่วงเวลาที่ควรตัดสินใจนำส่งโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันทีเพื่อความปลอดภัย

ในการดูแลลูกน้อยที่มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ การประเมินสถานการณ์อย่างมีสติและรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่พบสัญญาณเตือนข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ไม่ควรรอช้าและต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ลูกหายใจเร็วเกินเกณฑ์มาตรฐานตามอายุอย่างต่อเนื่อง แม้จะทำการเช็ดตัวลดไข้หรือดูดน้ำมูกออกแล้วก็ตาม
  • มองเห็นอาการอกบุ๋ม ซี่โครงบุ๋ม หรือซอกคอบุ๋มอย่างชัดเจนขณะหายใจ
  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมเล่น ไม่สบตา หรือในทางตรงกันข้าม มีอาการกระสับกระส่าย กระวนกระวาย ร้องกวนตลอดเวลาเนื่องจากอึดอัดหายใจไม่สะดวก
  • ไม่สามารถดื่มนม กินอาหาร หรือกลืนน้ำได้เลยเนื่องจากต้องใช้แรงทั้งหมดในการหายใจ
  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือเล็บมือเล็บเท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีด เขียว หรือเทา
  • ได้ยินเสียงหายใจดังผิดปกติ เช่น เสียงวี๊ด หรือเสียงครืดคราดชัดเจนโดยไม่ต้องใช้หูฟังทางการแพทย์
  • มีภาวะหยุดหายใจเป็นช่วงๆ (Apnea) หรือหายใจสะดุด

การเฝ้าสังเกตท่วงท่าการหายใจของลูกอย่างใกล้ชิดและเข้าใจถึง สัญญาณอันตรายลูกหายใจลำบาก จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที เพราะในเรื่องของระบบทางเดินหายใจของเด็กเล็ก การไปพบแพทย์เร็วขึ้นเพียงไม่กี่นาที อาจหมายถึงความปลอดภัยและความราบรื่นในการรักษาของลูกรัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down