ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยมีไข้สูง ปวดตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว: สัญญาณแรกเริ่มที่อาจบอกว่านี่คือไข้เลือดออก

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงคุ้นเคยกับการดูแลลูกน้อยเมื่อมีไข้หวัด หรืออาการเจ็บป่วยทั่วไปที่มักจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่ในบางครั้ง อาการไข้ที่มาแบบฉับพลัน พร้อมด้วยความอ่อนเพลียและปวดเมื่อยอย่างรุนแรง อาจเป็นสัญญาณที่บอกเราว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น และหนึ่งในโรคที่น่ากังวลเป็นพิเศษในเด็กเล็กก็คือ 'ไข้เลือดออก' ซึ่งมักจะเริ่มต้นด้วยอาการที่คล้ายคลึงกับไข้หวัด แต่มีความแตกต่างที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

ทำความรู้จักไข้เลือดออก: ภัยเงียบจากยุงลาย

ไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ย่อย หรือที่เราเรียกว่า ซีโรไทป์ (Serotype) ได้แก่ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 การติดเชื้อในครั้งแรกมักจะไม่รุนแรงมากนัก แต่หากมีการติดเชื้อซ้ำด้วยซีโรไทป์ที่แตกต่างกัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น เช่น ภาวะช็อก หรือภาวะเลือดออกผิดปกติ

พาหะนำโรคสำคัญที่ทำให้เชื้อไวรัสเดงกี่แพร่กระจายมาสู่คนก็คือ ยุงลาย (Aedes aegypti) ซึ่งเป็นยุงที่พบได้บ่อยตามบ้านเรือน ชอบออกหากินในเวลากลางวัน และเพาะพันธุ์ในแหล่งน้ำนิ่งสะอาด การแพร่เชื้อเกิดขึ้นเมื่อยุงลายดูดเลือดจากผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี่อยู่ในกระแสเลือด และหลังจากนั้นประมาณ 8-12 วัน เชื้อไวรัสจะเพิ่มจำนวนในตัวยุง และยุงตัวนั้นก็จะสามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้ผ่านการกัด

การดำเนินของไข้เดงกี่ในระยะแรก: ไข้สูง ปวดตัว สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ

เมื่อลูกน้อยได้รับเชื้อไวรัสเดงกี่จากการถูกยุงลายกัด จะมีระยะฟักตัวของโรคประมาณ 4-7 วัน (แต่ก็อาจแตกต่างกันได้ตั้งแต่ 3-14 วัน) หลังจากนั้นอาการป่วยก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นใน ระยะไข้ (Febrile Phase) ซึ่งเป็นระยะแรกของการดำเนินโรคไข้เดงกี่

ในช่วงนี้ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ:

  • ไข้สูงเฉียบพลัน: ลูกน้อยจะมีไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยมักจะสูงถึง 38.5-40 องศาเซลเซียส และอาจกินเวลานาน 2-7 วัน ไข้จะไม่ลดลงง่ายๆ แม้จะทานยาลดไข้แล้วก็ตาม
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อรุนแรง: อาการปวดนี้เป็นเอกลักษณ์ของไข้เลือดออก บางครั้งถึงกับเรียกว่า 'ไข้กระดูกหัก' เพราะลูกจะบ่นปวดตามตัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ข้อต่อ แขนขาอย่างรุนแรง
  • ครั่นเนื้อครั่นตัวและอ่อนเพลีย: ลูกน้อยจะดูซึมลง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อยากนอนตลอดเวลา ร่วมกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่นในช่วงแรกๆ
  • ปวดศีรษะและปวดกระบอกตา: โดยเฉพาะอาการปวดกระบอกตา จะเป็นลักษณะเฉพาะที่อาจแตกต่างจากไข้หวัดทั่วไป
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน: ลูกอาจไม่ยอมทานอาหาร และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนตามมาได้
  • หน้าแดง ผิวหนังแดงก่ำ: บางครั้งจะเห็นว่าหน้าลูกแดงก่ำผิดปกติ หรือมีผื่นแดงเล็กๆ คล้ายผื่นหัดได้ในช่วงแรก

สิ่งสำคัญคือ ในระยะไข้นี้ อาการไข้เลือดออกมักจะคล้ายคลึงกับไข้หวัด หรือการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคในตอนแรก แต่หากลูกน้อยมีไข้สูง ปวดเมื่อยมากผิดปกติ และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แม้จะได้รับการดูแลเบื้องต้นแล้ว ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม และควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำที่ถูกต้อง

การเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด และการพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับการดูแลที่เหมาะสม และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ