ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเลือดกำเดาไหลครั้งแรก...อย่าตกใจ! คุณพ่อคุณแม่รับมืออย่างไรดีให้ปลอดภัย

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยใจหายวาบ เมื่อเห็นลูกน้อยมีเลือดไหลออกมาจากจมูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นครั้งแรก เหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้ตกใจและกังวลใจได้มากว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก และควรจะรับมืออย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัยในสถานการณ์คับขันเช่นนั้น

ในฐานะแพทย์ ผมอยากบอกว่าภาวะเลือดกำเดาไหลในเด็กนั้นเป็นเรื่องที่พบบ่อยกว่าที่คิด และส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงอย่างที่หลายท่านกังวล แต่การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธี จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ทำความเข้าใจภาวะเลือดกำเดาไหลในเด็ก: เรื่องที่พบบ่อยกว่าที่คิด

เลือดกำเดาไหลในเด็ก หรือที่เรียกว่า Epistaxis นั้น เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในกลุ่มเด็กเล็กไปจนถึงเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอายุ 2-10 ปี สถิติพบว่าเด็กราว 30-50% เคยมีประสบการณ์เลือดกำเดาไหลอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เลือดมักจะออกเพียงเล็กน้อยและหยุดเองได้ไม่นาน แต่สำหรับบางรายอาจมีเลือดออกมากหรือออกบ่อยจนน่าเป็นห่วง

รู้จัก "จุดเปราะบาง" ในจมูก: Kiesselbach's Plexus

ทำไมเลือดถึงไหลออกมาจากจมูกได้ง่ายนัก คำตอบอยู่ที่กายวิภาคของจมูกเรา โดยเฉพาะบริเวณผนังกั้นช่องจมูกด้านหน้า ซึ่งเป็นจุดรวมของเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมากที่มาหล่อเลี้ยงเยื่อบุจมูก บริเวณนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Kiesselbach's plexus หรือ Little's area

เส้นเลือดฝอยเหล่านี้อยู่ตื้นมากและมีความบอบบางเป็นพิเศษ เพียงแค่มีการกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เส้นเลือดแตกและมีเลือดไหลออกมาได้ง่ายๆ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กๆ ถึงมีเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้ง

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ลูกเลือดกำเดาไหล

เลือดกำเดาไหลในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรงและสามารถแก้ไขได้ สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่:

  • การแคะ แกะ เกาจมูก: นี่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ที่พบในเด็ก เพราะมือเล็กๆ ซนๆ มักจะเข้าไปสำรวจในโพรงจมูกอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการบาดเจ็บต่อเยื่อบุจมูกและเส้นเลือดฝอยที่บอบบางโดยตรง
  • สภาพอากาศแห้ง: อากาศที่แห้ง ไม่ว่าจะเป็นจากเครื่องปรับอากาศ พัดลม หรือสภาพอากาศตามธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว สามารถทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและแตกได้ง่าย ทำให้เส้นเลือดฝอยเปราะบางขึ้น
  • ภูมิแพ้และหวัด: การเป็นหวัด หรือภาวะภูมิแพ้ในจมูก ทำให้เยื่อบุจมูกเกิดการอักเสบ บวม และมีเส้นเลือดฝอยเปราะบางมากขึ้น การสั่งน้ำมูกแรงๆ ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เลือดออกได้
  • สิ่งแปลกปลอมในจมูก: เด็กเล็กอาจจะเผลอเอาของเล่นชิ้นเล็กๆ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ยัดเข้าไปในจมูก ทำให้เกิดการระคายเคืองและบาดเจ็บจนเลือดออกได้
  • การบาดเจ็บเล็กน้อย: เช่น การถูกกระแทกที่จมูกขณะเล่นกีฬา หรือหกล้ม

เมื่อเลือดกำเดาไหล...ปฐมพยาบาลอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย

หัวใจสำคัญคือ "ตั้งสติ" เมื่อเห็นลูกมีเลือดกำเดาไหล อย่าเพิ่งตกใจจนทำอะไรไม่ถูกนะครับ การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องมีขั้นตอนดังนี้

  1. ตั้งสติ: คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นๆ ก่อน ลูกจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นเราสงบ
  2. จัดท่าทางที่ถูกต้อง: ให้ลูกนั่งตัวตรง หรือยืนตัวตรง แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย อย่าให้เงยหน้าขึ้น เพราะจะทำให้เลือดไหลลงคอ และอาจทำให้สำลักหรือกลืนเลือดลงไป ซึ่งอาจทำให้คลื่นไส้อาเจียนตามมาได้
  3. บีบจมูกให้ถูกวิธี: ใช้มือบีบปีกจมูกส่วนที่นิ่มทั้งสองข้างให้แน่น โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้ง บีบติดกันนานประมาณ 5-10 นาที โดยไม่ปล่อยมือบีบเลยตลอดระยะเวลาดังกล่าว การบีบในส่วนที่นิ่มนี้จะไปกดทับบริเวณ Kiesselbach's plexus ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เลือดออกบ่อยที่สุด ให้ลูกหายใจทางปากแทน
  4. ประคบเย็น: ใช้ผ้าเย็นหรือน้ำแข็งประคบบริเวณสันจมูกหรือหน้าผาก จะช่วยให้เส้นเลือดหดตัวและเลือดหยุดไหลเร็วขึ้น
  5. หลังเลือดหยุด: เมื่อครบ 5-10 นาที ให้ค่อยๆ ปล่อยมือออก ตรวจดูว่าเลือดหยุดไหลแล้วหรือยัง หากยังไม่หยุด ให้บีบซ้ำอีกครั้งนาน 5-10 นาที หากเลือดหยุดแล้ว ให้หลีกเลี่ยงการแคะจมูก สั่งน้ำมูกแรงๆ หรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก เพื่อไม่ให้เลือดกำเดาไหลซ้ำ

เมื่อไหร่ที่ควรรีบพบแพทย์?

แม้ว่าเลือดกำเดาไหลในเด็กส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม:

  • เลือดไหลไม่หยุด: หากบีบจมูกตามวิธีที่กล่าวมาแล้วนานเกิน 15-20 นาที เลือดก็ยังไม่หยุดไหล
  • ปริมาณเลือดมากผิดปกติ: เลือดไหลออกมากจนน่าตกใจ หรือมีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนหน้ามืดร่วมด้วย
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย: เช่น มีเลือดออกง่ายตามผิวหนัง มีจ้ำเลือดผิดปกติ มีไข้สูง หรือน้ำหนักลด
  • เลือดกำเดาไหลบ่อยผิดปกติ: เลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งในแต่ละสัปดาห์ หรือไหลโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

คำแนะนำเพิ่มเติม: ดูแลสุขอนามัย ลดโอกาสเกิดซ้ำ

เพื่อลดโอกาสที่ลูกจะเกิดเลือดกำเดาไหลซ้ำ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยดูแลได้ดังนี้:

  • ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ: เล็บที่ยาวและแหลมคม เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการแคะจมูก
  • เพิ่มความชุ่มชื้นในโพรงจมูก: หากอยู่ในสภาพอากาศแห้ง สามารถใช้น้ำเกลือพ่นจมูก หรือป้ายวาสลีนบางๆ บริเวณรูจมูกด้านหน้าวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันเยื่อบุจมูกแห้ง
  • ระมัดระวังการเล่น: สอนลูกให้ระมัดระวัง ไม่เล่นรุนแรงที่อาจทำให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือน

ในฐานะแพทย์ ผมเข้าใจดีว่าการเห็นลูกน้อยมีเลือดกำเดาไหลอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ตกใจและกังวลใจได้มาก แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าด้วยความรู้และวิธีการรับมือที่ถูกต้อง เราจะสามารถดูแลเจ้าตัวเล็กของเราได้อย่างปลอดภัย และคลายความกังวลใจลงได้มากทีเดียวครับ หากยังคงกังวลหรือไม่แน่ใจในอาการของลูก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ