ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อเจ้าตัวเล็กหัวโน: คู่มือปฐมพยาบาลบาดเจ็บเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

เสียง "โครม" ตามมาด้วยเสียงร้องไห้จ้า คือฝันร้ายที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในบ้านที่มีเด็กวัยกำลังซน การที่ลูกน้อยวิ่งเล่นแล้วชนขอบโต๊ะ มุมตู้ หรือหกล้มศีรษะกระแทกจนเกิดอาการหัวโนปูดขึ้นมา เป็นอุบัติเหตุยอดฮิตที่สร้างความตกใจและกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้เสมอ ในฐานะแพทย์ สิ่งแรกที่อยากแนะนำคือการตั้งสติให้มั่น เพราะการรับมือและปฐมพยาบาลบาดเจ็บเด็กอย่างถูกวิธีในช่วงนาทีแรกหลังเกิดอุบัติเหตุ จะช่วยลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บและช่วยให้ลูกน้อยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอย่างมาก

หลักการปฐมพยาบาลบาดเจ็บเด็กเบื้องต้นเมื่อศีรษะกระแทกและหัวโน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุศีรษะกระแทกจนเกิดอาการโนปูด หรือมีบาดแผลเล็กน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามขั้นตอนการปฐมพยาบาลดังต่อไปนี้

1. ประคบเย็นทันทีเพื่อลดอาการบวม

เมื่อศีรษะได้รับการกระแทก เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังจะแตกทำให้มีเลือดคั่งกระจายอยู่ใต้ผิวหนังจนเกิดอาการโนปูดขึ้นมา การปฐมพยาบาลบาดเจ็บเด็กที่ถูกต้องและเห็นผลดีที่สุดคือการ ประคบเย็นทันที โดยใช้เจลประคบเย็น (Cool Pack) หรือน้ำแข็งห่อด้วยผ้าขนหนูสะอาด ประคบบริเวณที่กระแทกเบาๆ นานประมาณ 15 ถึง 20 นาที ความเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดการรั่วไหลของเลือดและน้ำเหลือง ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดขนาดของรอยโนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามใช้น้ำมันร้อน ยาหม่องสูตรร้อน หรือการนวดคลึงบริเวณที่หัวโนเด็ดขาดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะความร้อนและการนวดจะยิ่งกระตุ้นให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้เลือดคั่งและบวมเป่งมากขึ้นกว่าเดิม

2. การทำความสะอาดบาดแผลและห้ามเลือด

หากมีบาดแผลถลอกหรือแผลฉีกขาดเล็กน้อยร่วมด้วย ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกออก จากนั้นใช้ผ้าสะอาดกดซับแผลเบาๆ เพื่อห้ามเลือด เมื่อเลือดหยุดไหลแล้วจึงทายาฆ่าเชื้อชนิดครีมสำหรับทาแผลสด และปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการหัวโนส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ แต่เนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะอาจส่งผลกระทบต่อสมองที่อยู่ภายในได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเฝ้าสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก หากพบอาการผิดปกติหรือสัญญาณเตือนเหล่านี้เพียงข้อเดียว ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์กุมารเวชศาสตร์หรือห้องฉุกเฉินทันที

  • มีอาการซึมลง: ลูกดูง่วงนอนผิดปกติ ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมเล่นตามปกติ
  • อาเจียน: มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนพุ่งมากกว่า 1 ครั้งขึ้นไป
  • ร้องไห้ไม่หยุด: ลูกร้องไห้โยเยตลอดเวลา ปลอบอย่างไรก็ไม่เงียบ คล้ายมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • การทรงตัวผิดปกติ: เดินเซ แขนขาอ่อนแรง หยิบจับสิ่งของไม่ได้ หรือมีอาการตาเหล่
  • มีของเหลวไหลออกจากหูหรือจมูก: มีน้ำใสๆ หรือเลือดไหลออกมาโดยไม่มีน้ำมูก
  • มีอาการชักเกร็ง: มีอาการชัก ตาค้าง หรือหมดสติไปชั่วขณะหลังเกิดอุบัติเหตุ

สิ่งของจำเป็นที่ควรมีติดไว้ในชุดปฐมพยาบาลประจำบ้าน

การเตรียมความพร้อมเป็นหัวใจสำคัญของการรับมือกับอุบัติเหตุ ชุดปฐมพยาบาลประจำบ้านควรได้รับการตรวจสอบและจัดเตรียมสิ่งของเหล่านี้ไว้ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

  • เจลประคบเย็น (Cold Pack): แช่เตรียมไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นตลอดเวลา
  • น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline): สำหรับล้างแผลโดยไม่แสบผิว
  • น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดแผล: เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-Iodine) สำหรับใส่แผลสด
  • อุปกรณ์ปิดแผล: สำลี ผ้าก๊อซ และพลาสเตอร์ยาขนาดต่างๆ
  • ยาลดไข้บรรเทาปวดสำหรับเด็ก (Paracetamol): สำหรับบรรเทาอาการปวดศีรษะ โดยต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัวของเด็ก

สอนลูกน้อยอย่างไรให้กล้าบอกความจริงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

บ่อยครั้งที่เด็กๆ มักปิดบังอุบัติเหตุหรืออาการบาดเจ็บเพราะกลัวการถูกดุหรือถูกทำโทษ ซึ่งอาจส่งผลเสียร้ายแรงหากการบาดเจ็บนั้นต้องการการรักษาที่เร่งด่วน การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการบอกความจริงจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อลูกวิ่งชนขอบโต๊ะหรือบาดเจ็บ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการโอบกอดและปลอบโยนเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย หลีกเลี่ยงการพูดซ้ำเติม เช่น "บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่ง" แต่ให้เปลี่ยนเป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจและชื่นชมที่ลูกกล้าเดินมาบอก เช่น "ขอบคุณมากที่เดินมาบอกแม่ทันทีที่เจ็บตัว ต่อไปถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกให้รีบบอกทันทีเลยนะ แม่จะได้ช่วยให้หายเจ็บเร็วขึ้น" วิธีนี้จะช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ทำให้ลูกกล้าบอกเล่าทุกอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่มีความหวาดกลัว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down