ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกมีไข้สูง ปวดข้อรุนแรง: คุณแม่สงสัยไหมว่าอาจเป็นโรคชิคุนกุนยา?

เมื่อลูกน้อยเริ่มมีไข้ขึ้นสูง ตัวร้อนจี๋ บางครั้งอาจมาพร้อมกับอาการงอแง ปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่จะพานึกถึงไข้หวัดหรืออาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ถ้าอาการไข้นั้นรุนแรงต่อเนื่อง และที่น่ากังวลคือลูกเริ่มบ่นปวดตามข้ออย่างมาก ชนิดที่บางครั้งเดินไม่ได้หรือไม่ยอมเคลื่อนไหวแขนขาตามปกติ คุณแม่หลายท่านอาจเริ่มเอะใจว่านี่ไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา แล้วอาจตั้งคำถามในใจว่า “ลูกเป็นอะไรกันแน่?” อาการเหล่านี้อาจนำเราไปสู่โรคที่หลายคนรู้จักดีแต่บางครั้งก็ถูกมองข้ามไป นั่นคือ โรคชิคุนกุนยา

โรคชิคุนกุนยาคืออะไร และพบได้บ่อยแค่ไหนในประเทศไทยและภูมิภาคของเรา

โรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะ จัดอยู่ในกลุ่มของ Alphavirus ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศแทนซาเนียและชื่อ ‘ชิคุนกุนยา’ นั้นมีความหมายในภาษา Makonde ว่า ‘ตัวงอ’ หรือ ‘เดินตัวงอ’ ซึ่งสื่อถึงลักษณะอาการปวดข้ออย่างรุนแรงจนผู้ป่วยมีท่าทางงอตัว โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่สำหรับประเทศไทยหรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา การระบาดของโรคชิคุนกุนยาเกิดขึ้นเป็นระยะ และยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรและมีการเพาะพันธุ์ของยุงลายได้ง่าย

ยุงลาย พาหะตัวร้ายที่ทำให้เราป่วย: กลไกการติดเชื้อและการแพร่กระจายของไวรัส

หากพูดถึงโรคที่มียุงเป็นพาหะ หลายท่านคงนึกถึงไข้เลือดออกเป็นอันดับแรก แต่ยุงลายตัวเดียวกันนี้เอง โดยเฉพาะ ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และ ยุงลายสวน (Aedes albopictus) ก็เป็นพาหะสำคัญของโรคชิคุนกุนยาเช่นกัน กลไกการติดเชื้อก็คล้ายกับโรคติดเชื้อยุงลายอื่นๆ คือ

  • ยุงลายตัวเมียที่ติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาจะกัดคนเพื่อดูดเลือด
  • เมื่อยุงกัด ไวรัสก็จะถูกถ่ายทอดเข้าสู่กระแสเลือดของคนที่ถูกกัด
  • หลังจากนั้น ยุงลายตัวดังกล่าวก็สามารถไปกัดคนอื่นต่อและแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปยังผู้อื่นได้ เป็นวงจรการระบาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหากไม่มีการควบคุมพาหะ

การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคกลุ่มนี้

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย: สังเกตอาการเริ่มต้นอย่างไร ทั้งไข้สูง ปวดข้อ และผื่นแดงที่อาจพบได้

เมื่อเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาเข้าสู่ร่างกายแล้ว ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อไปประมาณ 3-7 วัน (ระยะฟักตัว) ซึ่งอาการที่เด่นชัดและเป็นเอกลักษณ์ของโรคนี้ที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิดคือ:

  • ไข้สูงฉับพลัน: มักมีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นที่พบได้บ่อย
  • ปวดข้อรุนแรง: นี่คืออาการสำคัญที่ทำให้โรคชิคุนกุนยามีความโดดเด่นและแตกต่างจากโรคไข้หวัดทั่วไป อาการปวดมักเกิดขึ้นพร้อมไข้หรือตามมาในไม่ช้า โดยเฉพาะข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อเท้า และข้อมือ ซึ่งอาจรุนแรงมากจนผู้ป่วยไม่อยากขยับ หรือเดินได้ลำบาก อาจปวดได้หลายข้อพร้อมกัน และอาจคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน
  • ผื่นแดง: อาจพบผื่นแดงขนาดเล็กหรือผื่น maculopapular ทั่วร่างกาย มักเริ่มจากลำตัวก่อน แล้วลามไปที่แขนขา ผื่นมักไม่คันและจะหายไปเองภายใน 3-7 วัน
  • อาการอื่นๆ: อาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือต่อมน้ำเหลืองโตได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญคือ หากลูกมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดข้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มียุงลายชุกชุม ไม่ควรรอช้า ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลรักษาที่ถูกต้อง เพราะถึงแม้โรคชิคุนกุนยาจะไม่ใช่โรคที่มีความรุนแรงถึงชีวิตเหมือนไข้เลือดออกในผู้ใหญ่ แต่ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาการปวดข้อที่เรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ