ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่ทันตั้งตัว

นั่งทำงานอยู่เงียบๆ หรือกำลังจะเคลิ้มหลับ แต่จู่ๆ หัวใจกลับเต้นรัวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ ราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอน ทั้งที่ไม่ได้กำลังตื่นเต้น กังวล หรือออกแรงใดๆ ความรู้สึกนี้มักสร้างความหวาดกลัวและทำให้เกิดคำถามในใจว่า ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรอยู่หรือไม่

แม้ว่าความเครียดหรือภาวะวิตกกังวลจะเป็นปัจจัยยอดฮิตที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว แต่ในทางการแพทย์ยังมี สาเหตุหัวใจเต้นเร็ว อีกหลายประการที่แฝงอยู่อย่างเงียบๆ โดยเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการทำงานของร่างกาย ยาประจำตัวที่รับประทานอยู่ ตลอดจนสารกระตุ้นรอบตัวที่คุณอาจมองข้ามไป

ปัจจัยแฝงจากโรคและความผิดปกติของระบบร่างกาย

เมื่อระบบภายในร่างกายเกิดความผิดสมดุล ระบบประสาทอัตโนมัติและหัวใจมักจะเป็นอวัยวะแรกๆ ที่แสดงอาการตอบสนอง โรคทางกายที่มักเป็นชนวนเหตุ ได้แก่:

  • ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism): ฮอร์โมนไทรอยด์มีหน้าที่ควบคุมกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย หากต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ฮอร์โมนที่ล้นเกินจะไปกระตุ้นตัวรับสัญญาณที่หัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็วและแรง ร่างกายเผาผลาญสูง มีอาการเหงื่อออกง่าย ขี้ร้อน และน้ำหนักลดร่วมด้วย
  • ภาวะโลหิตจางรุนแรง (Severe Anemia): เมื่อเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบินในเลือดลดต่ำลง ร่างกายจะขาดพาหะนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้นด้วยการสูบฉีดเลือดให้เร็วและถี่ขึ้นเพื่อชดเชยออกซิเจนที่ขาดหายไป ส่งผลให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว หน้ามืด และเหนื่อยง่าย
  • ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ไม่สมดุล (Dehydration and Electrolyte Imbalance): การเสียน้ำจากท้องเสีย เหงื่อออกมาก หรือดื่มน้ำน้อย จะทำให้ปริมาตรเลือดในร่างกายลดลง ความดันโลหิตตก ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ การสูญเสียเกลือแร่สำคัญ โดยเฉพาะโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบกระแสไฟฟ้าหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
  • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): เมื่อเกิดการติดเชื้อรุนแรง ร่างกายจะหลั่งสารอักเสบจำนวนมาก ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตลดลง ร่วมกับมีไข้สูง ปัจจัยเหล่านี้จะเร่งให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันที
  • ภาวะเนื้องอกต่อมหมวกไตชนิดฟีโอโครโมไซโตมา (Pheochromocytoma): แม้จะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่เนื้องอกชนิดนี้จะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและนอร์อะดรีนาลีนออกมาเป็นระยะๆ หรือตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหัวใจเต้นรัว ปวดศีรษะรุนแรง เหงื่อออกมาก และความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

ผลกระทบจากยา สารกระตุ้น และภาวะถอนยา

นอกเหนือจากโรคทางกายแล้ว สารเคมีหรือยาที่เข้าสู่ร่างกายในชีวิตประจำวันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

  • ยากลุ่มขยายหลอดลม (Bronchodilators): ยาที่ใช้รักษาโรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เช่น ซัลบูทามอล (Salbutamol) มีกลไกกระตุ้น ตัวรับเบต้า (Beta-receptors) ซึ่งนอกจากจะช่วยขยายหลอดลมแล้ว ยังมีผลข้างเคียงกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและมีอาการมือสั่น
  • ยาลดมูกและยาแก้หวัด (Decongestants): ยาลดมูกที่มีส่วนผสมของ Pseudoephedrine หรือ Phenylephrine มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งสามารถกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและหัวใจเต้นเร็วขึ้นได้
  • สารคาเฟอีนและสารกระตุ้น (Caffeine and Stimulants): การดื่มกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง หรือการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดที่มีสารกระตุ้น จะไปยับยั้งตัวรับอะดิโนซีน (Adenosine receptors) ในสมองและกระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีน ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีความไวต่อคาเฟอีน
  • ภาวะถอนสุราหรือสารเสพติดเฉียบพลัน (Acute Withdrawal Syndrome): เมื่อร่างกายที่เคยชินกับสารกดระบบประสาท เช่น แอลกอฮอล์ หยุดรับสารดังกล่าวอย่างฉับพลัน ระบบประสาทอัตโนมัติจะเกิดภาวะรีบาวด์ (Rebound effect) ส่งผลให้ระบบประสาทตื่นตัวเกินขนาด หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง และมีอาการสั่นหรือกระสับกระส่ายอย่างรุนแรง

แนวทางการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

การสืบค้น สาเหตุหัวใจเต้นเร็ว ที่ถูกต้อง จำเป็นต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์อย่างละเอียด ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือคิดไปเองว่าเป็นเพียงความเครียดชั่วคราว

หากมีอาการหัวใจเต้นเร็วร่วมกับสัญญาณเตือนอันตราย เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจขัด วูบ หน้ามืด หรือหมดสติ ควรรีบไปพบแพทย์ ณ ห้องฉุกเฉินทันที

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างถี่ถ้วน ทั้งประวัติการใช้ยา อาหารเสริม พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่ม คาเฟอีน และประวัติโรคประจำตัว จากนั้นจะดำเนินการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น:

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG): เพื่อประเมินจังหวะการเต้นของหัวใจและตรวจหาความผิดปกติของระบบกระแสไฟฟ้าหัวใจขณะมีอาการ
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid panel) ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อหาภาวะโลหิตจาง และตรวจระดับเกลือแร่ในเลือด (Electrolytes)
  • การติดเครื่องติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitoring): ในกรณีที่อาการหัวใจเต้นเร็วเกิดขึ้นเป็นๆ หายๆ เพื่อบันทึกจังหวะหัวใจตลอดการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram): เพื่อประเมินโครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจ

หัวใจที่เต้นเร็วโดยไม่มีสาเหตุชัดเจนเปรียบเสมือนสัญญาณสัญญาณเตือนภัยที่ร่างกายส่งออกมา การสังเกตตัวเอง และการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างตรงจุดจากแพทย์ จะช่วยให้พบสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย ป้องกันคอมพลิเคชันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ