ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

“หมอครับ ผมไม่เคยดื่มเหล้าเลยแม้แต่อึกเดียว ทำไมผลตรวจถึงบอกว่าผมเป็นมะเร็งตับ?” นี่คือหนึ่งในคำถามที่เต็มไปด้วยความสับสนและคราบน้ำตาที่หมอมักจะได้ยินบ่อยครั้งในห้องตรวจโรคมะเร็ง หลายคนยังคงมีความเชื่อแบบเดิมๆ ว่ามะเร็งตับเป็นโรคเฉพาะกลุ่มคนที่ดื่มสุราอย่างหนักเท่านั้น ทว่าในความเป็นจริงทางการแพทย์ ตับของเราเผชิญกับภัยคุกคามรอบตัวที่ก่อการอักเสบเรื้อรังได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอลกอฮอล์เลยแม้แต่หยดเดียว

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุมะเร็งตับที่แท้จริง จะช่วยให้เราสามารถประเมินความเสี่ยงและป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง ก่อนที่โรคนี้จะลุกลามจนยากเกินเยียวยา

ทำความรู้จัก “เนื้อร้ายที่ตับ” แต่ละชนิดไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด

ก่อนจะไปถึงต้นตอของโรค สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ มะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณตับนั้นไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แพทย์จะจำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามจุดกำเนิดของเซลล์มะเร็ง ดังนี้

  • มะเร็งเซลล์ตับชนิดเฮปาโตเซลลูลาร์ (Hepatocellular Carcinoma - HCC): เป็นมะเร็งตับชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของเซลล์เนื้อตับโดยตรง มักมีจุดเริ่มต้นจากการอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นพังผืดและตับแข็งในที่สุด
  • มะเร็งท่อน้ำดีในตับ (Intrahepatic Cholangiocarcinoma - ICC): เกิดขึ้นที่เซลล์บุผิวของท่อน้ำดีที่อยู่ภายในเนื้อตับ มะเร็งชนิดนี้มีพฤติกรรมของโรคและการรักษาที่แตกต่างจากมะเร็งเซลล์ตับอย่างสิ้นเชิง และมีความชุกอย่างมากในบางภูมิภาคของประเทศไทย
  • มะเร็งตับชนิดแพร่กระจายจากอวัยวะอื่น (Metastatic Liver Cancer): ไม่ใช่ตัวมะเร็งที่เริ่มต้นจากตับเอง แต่เป็นมะเร็งจากอวัยวะอื่น เช่น ลำไส้ใหญ่ เต้านม หรือปอด ที่แพร่กระจายผ่านกระแสเลือดมาฝังตัวและเติบโตที่ตับ

ไวรัสตับอักเสบบีและซี: ตัวการเงียบที่ก่อตัวเป็นตับแข็งและมะเร็งตับ

หากจะพูดถึงสาเหตุมะเร็งตับในกลุ่มคนที่ไม่ดื่มสุรา ปัจจัยอันดับต้นๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซีเรื้อรัง

เมื่อร่างกายได้รับไวรัสเหล่านี้เข้าไป ไวรัสจะเข้าไปอาศัยและแบ่งตัวในเซลล์ตับ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายพยายามเข้าไปทำลายเซลล์ตับที่มีไวรัสอยู่ เกิดเป็นภาวะตับอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เซลล์ตับที่ถูกทำลายจะถูกทดแทนด้วยพังผืด นำไปสู่ภาวะตับแข็ง และกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีบางราย สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นมะเร็งตับได้โดยตรง แม้ว่าสภาพตับจะยังไม่เกิดภาวะตับแข็งก็ตาม เนื่องจากการที่สารพันธุกรรมของไวรัสเข้าไปแทรกแซงและปรับเปลี่ยน DNA ของเซลล์ตับโดยตรง

ภาวะไขมันพอกตับ (NAFLD/NASH): ภัยเงียบจากไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

ในยุคที่อาหารการกินอุดมไปด้วยแป้ง น้ำตาล และไขมันทรานส์ ภาวะไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease หรือ NAFLD) ได้กลายมาเป็นภัยเงียบอันดับหนึ่งที่คุกคามสุขภาพตับของคนเมือง

เมื่อร่างกายได้รับพลังงานส่วนเกิน ไขมันจะเริ่มไปสะสมอยู่ที่เซลล์ตับ ในระยะแรกอาจไม่มีอาการใดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันสะสมเหล่านี้จะเหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการอักเสบภายในตับ เรียกว่า Non-Alcoholic Steatohepatitis (NASH) ซึ่งส่งผลเสียต่อตับในลักษณะเดียวกับการดื่มแอลกอฮอล์ทุกประการ เซลล์ตับจะค่อยๆ ตายลง เกิดพังผืด ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับในท้ายที่สุด ปัจจุบันภาวะนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ต้องเผชิญกับเนื้อร้ายที่ตับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

พยาธิใบไม้ตับกับการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี: ภัยร้ายจากวิถีการกินที่ฝังรากลึก

สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สาเหตุมะเร็งตับชนิดมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) มีความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับพฤติกรรมการรับปรุงอาหารประเภทปลาน้ำจืดแบบดิบหรือกึ่งดิบกึ่งสุก เช่น ก้อยปลา ปลาส้ม หรือปลาจ่อม

ปลาน้ำจืดเหล่านี้มักเป็นแหล่งอาศัยของตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) เมื่อคนเรากินเข้าไป พยาธิจะเข้าไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี เจริญเติบโต และคืบคลานทำลายผนังท่อน้ำดี การระคายเคืองและสารคัดหลั่งจากตัวพยาธิ ประกอบกับปฏิกิริยาการอักเสบของร่างกายที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นเวลาหลายสิบปี จะกระตุ้นให้เซลล์ท่อน้ำดีเกิดการกลายพันธุ์และแปรสภาพเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่รุนแรงและตรวจพบได้ยากในระยะแรก

สารพิษอะฟลาท็อกซิน: มลพิษใกล้ตัวในตู้กับข้าวที่หลายคนมองข้าม

นอกเหนือจากปัจจัยภายในร่างกายและพฤติกรรมการกินสัตว์น้ำจืดดิบแล้ว ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอย่างสารพิษ “อะฟลาท็อกซิน” (Aflatoxin) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาที่น่ากลัว สารพิษชนิดนี้สร้างขึ้นจากเชื้อราตระกูล Aspergillus ซึ่งมักปนเปื้อนอยู่ในวัตถุดิบแห้งที่เก็บรักษาไม่ดีพอ เช่น ถั่วลิสงป่น พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง และข้าวสาร

อะฟลาท็อกซินเป็นสารก่อมะเร็งที่มีความทนทานต่อความร้อนสูงมาก การปรุงอาหารด้วยความร้อนทั่วไปไม่สามารถทำลายสารพิษนี้ได้ เมื่อร่างกายได้รับสารพิษนี้สะสมเป็นเวลานาน สารพิษจะเข้าไปทำลายยีนควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ตับ ยิ่งหากผู้ป่วยรายนั้นมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ก่อนแล้ว อะฟลาท็อกซินจะเข้าไปเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ

แนวทางการป้องกันและการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยง

แม้ว่ามะเร็งตับจะเป็นโรคที่ร้ายแรงและมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น แต่เราสามารถลดความเสี่ยงลงได้อย่างมีนัยสำคัญด้วยการปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้:

  • ตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีน: ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี หากยังไม่มีภูมิคุ้มกันควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสบี และหากพบว่ามีการติดเชื้อควรรีบเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางทันทีเพื่อควบคุมการอักเสบ
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค: หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดแบบดิบ เลือกซื้อวัตถุดิบแห้งที่สะอาด ไม่มีกลิ่นอับหรือร่องรอยของเชื้อรา และหลีกเลี่ยงการเก็บวัตถุดิบแห้งไว้นานเกินไป
  • ควบคุมน้ำหนักตัวและรักษาเมตาบอลิซึม: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดการรับประทานอาหารประเภทแป้งขัดสี น้ำตาล และไขมันอิ่มตัว เพื่อป้องกันการเกิดภาวะไขมันพอกตับ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี: สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ มีภาวะตับแข็ง หรือเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบ ควรเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ตับและตรวจระดับสารบ่งชี้มะเร็งตับ (Alpha-fetoprotein) ทุกๆ 6 เดือน

การดูแลสุขภาพตับไม่ใช่เรื่องที่รอได้ และไม่ใช่เรื่องเฉพาะของผู้ที่ดื่มสุราเท่านั้น การตระหนักรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงรอบตัวและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยรักษาตับของคุณให้แข็งแรงและปลอดภัยจากเนื้อร้ายได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down