ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักพาลูกมาพบหมอด้วยความกังวลว่า ทำไมลูกนอนดึกมาก มีอาการตาค้าง ตาปรือในช่วงกลางวัน และเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง แถมยังมีพฤติกรรมติดหน้าจออย่างหนัก โดยเฉพาะเวลาทานข้าวที่ต้องเปิดแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือไว้ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมทานข้าวเลย อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของพฤติกรรมดื้อรั้นตามวัย หากแต่เป็นสัญญาณเตือนของการเสียสมดุลในร่างกายที่เกิดจากสิ่งเร้าภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งระบบประสาทและระบบเผาผลาญของเด็ก

แสงสีฟ้าจากหน้าจอ: ตัวการร้ายขัดขวางฮอร์โมนแห่งการนอนหลับ

ความเชื่อมโยงระหว่าง แสงสีฟ้ากับการนอนหลับของเด็ก เป็นหัวข้อที่กุมารแพทย์ทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากดวงตาของเด็กมีเลนส์ตาที่ใสกว่าผู้ใหญ่ ทำให้แสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอเครื่องมือสื่อสาร เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโทรทัศน์ สามารถผ่านเข้าไปกระตุ้นจอประสาทตาได้มากกว่าและลึกกว่า

เมื่อแสงสีฟ้าผ่านเข้าสู่ดวงตาในช่วงเย็นหรือก่อนนอน สมองจะเข้าใจผิดว่ายังเป็นเวลากลางวัน ส่งผลให้ยับยั้งการหลั่ง เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น เมื่อเมลาโทนินลดลง วงจรการนอนหลับของเด็กจึงแปรปรวนอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะหลับยาก นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท และส่งผลให้เด็กมีอาการตาค้างในช่วงหัวค่ำ แต่กลับตาปรือและอ่อนเพลียในวันรุ่งขึ้นเนื่องจากขาดชั่วโมงการนอนที่มีคุณภาพ

พฤติกรรมกินไปดูไป: เส้นทางสู่โรคอ้วนและภาวะโภชนาการเกินในเด็ก

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่เป็นห่วงอย่างมากคือการปล่อยให้ลูกดูหน้าจอขณะรับประทานอาหาร การกระทำนี้ส่งผลเสียต่อระบบการรับรู้รสชาติและการส่งสัญญาณความอิ่มของร่างกาย เมื่อเด็กเพ่งความสนใจไปที่หน้าจอ สมองจะถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากการเคี้ยวและการกลืน ทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตนเองอิ่มแล้ว ส่งผลให้เด็กรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็น (Overeating) โดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ การใช้เวลาอยู่หน้าจอเป็นเวลานานยังนำไปสู่ภาวะขาดกิจกรรมทางกาย (Physical Inactivity) เด็กๆ มักจะนั่งหรือนอนนิ่งๆ แทนที่จะได้วิ่งเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน พลังงานส่วนเกินที่ได้รับจากการกินไปดูไปจึงสะสมในรูปแบบของไขมัน ก่อให้เกิดภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนในเด็ก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรังเมื่อเติบโตขึ้น เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคไขมันพอกตับ

สร้าง Bedtime Routine ปราศจากหน้าจอ เพื่อค่ำคืนแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนนอนเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูวงจรการนอนหลับของเด็ก หมอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้:

  • งดหน้าจอก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง: หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดก่อนเวลาเจริญเติบโตของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายได้เริ่มหลั่งเมลาโทนินตามธรรมชาติอย่างเต็มที่
  • สร้างกิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน: เช่น การอ่านนิทานจากหนังสือเล่มจริง การฟังดนตรีจังหวะเบาๆ หรือการทำงานฝีมือง่ายๆ ที่ช่วยเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการพักผ่อน
  • ปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอน: รักษาอุณหภูมิห้องให้อุ่นพอดี เงียบสงบ ไม่มีหน้าจอหรือแสงไฟรบกวน และปิดไฟให้มืดสนิทเพื่อเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ

การจัดการโภชนาการและการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก

นอกจากการปรับเวลาการนอนแล้ว การดูแลรักษาสุขภาพทางกายและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • กฎเหล็ก โต๊ะอาหารปลอดหน้าจอ: กำหนดให้พื้นที่รับประทานอาหารเป็นพื้นที่ปลอดหน้าจออย่างเด็ดขาดสำหรับทุกคนในครอบครัว เพื่อให้เด็กได้ฝึกประสาทสัมผัสในการรับประทานอาหารและตระหนักรู้ความอิ่มของตนเอง
  • เลือกโภชนาการที่สมดุล: จัดสรรอาหารประเภทโปรตีนคุณภาพดี ใยอาหารสูงจากผักและผลไม้สด ลดสัดส่วนอาหารแปรรูป ของทอด และจำกัดปริมาณเครื่องดื่มรสหวานหรือขนมคบเคี้ยวอย่างเข้มงวด
  • ส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ: สนับสนุนให้เด็กได้ออกกำลังกายและขยับร่างกายอย่างสนุกสนานตามวัย อย่างน้อยวันละ 60 นาที เช่น การวิ่งเล่นในสนาม การขี่จักรยาน หรือการว่ายน้ำ เพื่อช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานและสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
"การสร้างวินัยในการนอนหลับและการรับประทานอาหารที่ดีตั้งแต่ยังเล็ก คือการวางรากฐานทางสุขภาพที่ล้ำค่าที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่สามารถมอบให้แก่ลูกรัก เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์และแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน"
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down