ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขความลับฮอร์โมนแห่งชีวิต การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด Beta-hCG คืออะไร

การตรวจการตั้งครรภ์ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในชีวิตของผู้หญิงหลายคนที่กำลังรอคอยสมาชิกใหม่ หรือต้องการความชัดเจนเพื่อวางแผนสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม ในทางการแพทย์การตรวจหาการตั้งครรภ์ไม่ได้มีเพียงแค่การใช้ชุดตรวจปัสสาวะด้วยตนเองที่วางขายทั่วไปตามร้านขายยาเท่านั้น แต่ยังมีวิธีที่มีความแม่นยำสูงและสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้ดีกว่า นั่นคือการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด Beta-hCG (Beta-Human Chorionic Gonadotropin)

ฮอร์โมน Beta-hCG เป็นฮอร์โมนไกลโคโปรตีน (Glycoprotein Hormone) ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์ที่จะเจริญไปเป็นรก (Trophoblast cells) หลังจากที่ตัวอ่อนมีการฝังตัวที่ผนังมดลูกเรียบร้อยแล้ว ฮอร์โมนชนิดนี้จะเริ่มเข้าสู่กระแสเลือดและขับออกทางปัสสาวะ การตรวจวัดระดับฮอร์โมนตัวนี้ในเลือดจึงเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณเตือนภัยแรกจากตัวอ่อนว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นอย่างแน่นอนแล้ว แม้ว่าปริมาณฮอร์โมนในร่างกายจะยังมีน้อยมากจนชุดตรวจปัสสาวะทั่วไปยังตรวจไม่พบก็ตาม

กลไกการสร้างฮอร์โมนและการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของการตั้งครรภ์

ทันทีที่มีการปฏิสนธิระหว่างไข่และอสุจิ ตัวอ่อนจะเดินทางผ่านท่อนำไข่มายังโพรงมดลูกและฝังตัวลงบนเยื่อบุโพรงมดลูก (Implantation) ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณหกถึงสิบสองวันหลังการตกไข่ เมื่อฝังตัวสำเร็จ รกจะเริ่มผลิตฮอร์โมน hCG ออกมาทันทีเพื่อส่งสัญญาณไปยังรังไข่ โดยเฉพาะที่คอร์ปัสลูเทียม (Corpus Luteum) ให้ผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ต่อไป เพื่อรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาตัวและเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ พร้อมทั้งยับยั้งไม่ให้มีประจำเดือนรอบใหม่เกิดขึ้น

ระดับของฮอร์โมน Beta-hCG ในกระแสเลือดจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปความเข้มข้นของฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า (Doubling time) ทุกๆ สี่สิบแปดถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมงในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังจากนั้นระดับฮอร์โมนจะพุ่งสูงขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่แปดถึงสัปดาห์ที่สิบเอ็ดของการตั้งครรภ์ ก่อนที่จะค่อยๆ ลดระดับลงและคงที่ในช่วงไตรมาสที่สองและสาม

ประเภทของการตรวจเลือด Beta-hCG และความแตกต่างที่สำคัญ

ในทางการแพทย์ การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมนการตั้งครรภ์แบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามข้อบ่งชี้ทางคลินิกและความจำเป็นของผู้รับบริการ ดังนี้ครับ

  • การตรวจแบบ qualitative Beta-hCG (การตรวจแบบ qualitative): เป็นการตรวจเพื่อดูว่ามีฮอร์โมน Beta-hCG อยู่ในเลือดหรือไม่ โดยจะให้ผลลัพธ์เป็นบวก (พบการตั้งครรภ์) หรือลบ (ไม่พบการตั้งครรภ์) เทียบเคียงได้กับการใช้ชุดตรวจปัสสาวะ แต่มีความไวสูงกว่าเล็กน้อย
  • การตรวจแบบ quantitative Beta-hCG (การตรวจระดับปริมาณฮอร์โมน): เป็นการตรวจที่บอกค่าความเข้มข้นของฮอร์โมนออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน (หน่วยเป็น mIU/mL) ซึ่งการตรวจวิธีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามความก้าวหน้าของการตั้งครรภ์ การประเมินอายุครรภ์เบื้องต้น และการวินิจฉัยความผิดปกติ เช่น ภาวะแท้ง หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด Beta-hCG บอกอายุครรภ์ได้จริงหรือ

คำถามที่พบบ่อยคือ ค่าของ Beta-hCG สามารถบอกอายุครรภ์ได้อย่างแม่นยำหรือไม่ คำตอบในทางการแพทย์คือ สามารถบอกช่วงเวลาหรือเกณฑ์อายุครรภ์เบื้องต้นได้ แต่ไม่สามารถระบุอายุครรภ์ที่แน่นอนเป็นรายวันได้เหมือนกับการอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound)

เนื่องจากช่วงค่าปกติของฮอร์โมน Beta-hCG ในแต่ละสัปดาห์ของการตั้งครรภ์มีความกว้างมาก เช่น ในสัปดาห์ที่สี่ของการตั้งครรภ์ ค่าฮอร์โมนอาจอยู่ระหว่าง 5 ถึง 426 mIU/mL และในสัปดาห์ที่ห้า ค่าอาจขยับไปไกลถึง 18 ถึง 7,340 mIU/mL ความเหลื่อมล้ำนี้ทำให้เราไม่สามารถนำตัวเลขครั้งเดียวมาฟันธงอายุครรภ์ที่เป๊ะได้ อย่างไรก็ตาม แพทย์สามารถใช้ระดับฮอร์โมนนี้ร่วมกับการคำนวณวันประจำเดือนครั้งสุดท้ายเพื่อประเมินคร่าวๆ และนัดตรวจอัลตร้าซาวด์ยืนยันต่อไปเมื่อระดับฮอร์โมนสูงพอที่จะมองเห็นถุงการตั้งครรภ์ในมดลูก (โดยทั่วไปเมื่อค่า Beta-hCG สูงเกิน 1,500 ถึง 2,000 mIU/mL จะต้องมองเห็นถุงการตั้งครรภ์ผ่านการอัลตร้าซาวด์ทางช่องคลอด)

คำแนะนำจากคุณหมอ: ประโยชน์สูงสุดของการตรวจเลือดเชิงปริมาณ (Quantitative) ไม่ใช่การดูอายุครรภ์จากตัวเลขเดี่ยวๆ แต่เป็นการเจาะเลือดซ้ำห่างกัน 48 ชั่วโมง เพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน หากฮอร์โมนเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ แสดงว่าตัวอ่อนกำลังเติบโตในมดลูกด้วยดีครับ

การตรวจเลือด Beta-hCG กับการวินิจฉัยภาวะแท้งและภาวะแทรกซ้อน

หนึ่งในบทบาทที่สำคัญที่สุดของการตรวจ Beta-hCG ซ้ำคือการวินิจฉัยความผิดปกติของการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะแท้ง (Miscarriage) หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ซึ่งหากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายถึงชีวิตมารดาได้

ในกรณีที่เกิดภาวะแท้ง หรือตัวอ่อนไม่เจริญเติบโต ระดับของฮอร์โมน Beta-hCG จะไม่เพิ่มขึ้นตามรอบเวลาที่ควรจะเป็น หรืออาจมีค่าลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจาะเลือดตรวจซ้ำหลังจากผ่านไป 48 ถึง 72 ชั่วโมง นอกจากนี้ หากระดับฮอร์โมนสูงขึ้นช้ากว่าปกติร่วมกับอาการปวดท้องน้อยและมีเลือดออกทางช่องคลอด แพทย์จะนามและสงสัยว่าอาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกทันที

สัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน

สำหรับคุณแม่ที่ทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว หรือกำลังอยู่ในระหว่างการรอผลตรวจเลือด หากมีอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด:

  • มีอาการปวดท้องน้อยหรือปวดเกร็งบริเวณอุ้งเชิงกรานอย่างรุนแรง โดยเฉพาะปวดแปลบลงไปที่หัวไหล่
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นเลือดสดหรือลิ่มเลือด (Spotting or Bleeding)
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด เป็นลม หรือมีความดันโลหิตต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากการตกเลือดภายในช่องท้องจากภาวะท้องนอกมดลูกแตก
  • มีไข้สูงหนาวสั่นร่วมด้วย
  • มีอาการแพ้ท้องรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้เลย ปัสสาวะมีสีเข้มจัด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผลตรวจ Beta-hCG มีค่าสูงขึ้น แต่ตรวจอัลตร้าซาวด์ทางหน้าท้องแล้วไม่พบถุงการตั้งครรภ์ในมดลูก ห้ามชะล่าใจเด็ดขาด เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องตรวจอัลตร้าซาวด์ทางช่องคลอดหรือติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ข้อดีและข้อจำกัดของการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด Beta-hCG

การตรวจเลือดมีความโดดเด่นเหนือกว่าการตรวจปัสสาวะในหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

  • ข้อดี: มีความไวและความแม่นยำสูงมาก สามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ก่อนกำหนดประจำเดือนมา 6 ถึง 8 วัน สามารถบอกปริมาณฮอร์โมนเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของการฝังตัวได้ และช่วยวินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ ได้รวดเร็ว
  • ข้อจำกัด: มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าชุดตรวจปัสสาวะ ไม่สามารถทำเองที่บ้านได้ต้องเจาะเลือดโดยบุคลากรทางการแพทย์ และค่าฮอร์โมนอาจได้รับผลกระทบจากบางโรคหรือยาบางชนิด เช่น โรคเนื้องอกโทรโบลาสท์ (Trophoblastic disease) หรือการใช้ยาฮอร์โมนบางประเภทในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

วิธีปฏิบัติตัวและการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ

การเข้ารับการตรวจเลือด Beta-hCG ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน ผู้รับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำพื้นฐานดังนี้ได้เลยครับ:

  • ไม่ต้องงดน้ำและงดอาหาร สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้ตามปกติก่อนการเจาะเลือด
  • ไม่ต้องกลั้นปัสสาวะ เนื่องจากเป็นการเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำ ไม่ใช่การเก็บปัสสาวะ
  • ควรแจ้งประวัติวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP) ให้แพทย์หรือพยาบาลทราบอย่างแม่นยำ เพื่อประโยชน์ในการแปลผลค่าฮอร์โมน
  • หากกำลังรับประทานยาฮอร์โมนรักษาภาวะมีบุตรยาก ควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาให้ทราบก่อนทุกครั้ง

การป้องกันและความใส่ใจสุขภาพครรภ์ในระยะเริ่มต้น

การดูแลสุขภาพตั้งแต่ทราบผลตรวจครรภ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน:

  • รับประทานวิตามินโฟลิก (Folic Acid) ขนาด 400 ไมโครกรัมต่อวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของระบบประสาททารก
  • งดการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสารเสพติดทุกชนิดอย่างเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เนื่องจากยาบางชนิดอาจมีผลกระทบต่อตัวอ่อนในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
  • ไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์และรับการตรวจอัลตร้าซาวด์ตามนัดหมายอย่างเคร่งครัด
สรุปจากคุณหมอ: การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด Beta-hCG เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการยืนยันการตั้งครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมทั้งช่วยประเมินความสมบูรณ์และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะแท้งและการตั้งครรภ์นอกมดลูก หากคุณแม่ตรวจพบผลบวกหรือมีข้อสงสัย ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการดูแลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ต่อไปครับ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down