ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้สูงหนาวสั่น ปวดเกร็งชายโครงขวา: สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ป่วยหลายรายมักเดินทางมาพบแพทย์ด้วยอาการไข้สูงขึ้นทันทีทันใด หนาวสั่นจนสะท้านไปทั้งตัว ร่วมกับความรู้สึกปวดตึงหรือปวดเกร็งบริเวณช่องท้องด้านขวาบน หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่อย่างแรงหรือลำไส้อักเสบธรรมดา แต่ในทางคลินิก อาการกลุ่มนี้คือสัญญาณเตือนสำคัญของโรคในระบบทางเดินอาหารและตับที่รุนแรง โดยเฉพาะ ภาวะฝีในตับจากเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน (Pyogenic Liver Abscess) ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อในเนื้อตับที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

กลไกการเกิดโรค: จากทางเดินน้ำดีอุดตันสู่การติดเชื้อย้อนกลับเข้าเนื้อตับ

ตับและระบบทางเดินน้ำดีมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ทำหน้าที่ผลิตและส่งผ่านน้ำดีไปช่วยย่อยอาหารในลำไส้เล็ก แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดการอุดตันในระบบทางเดินน้ำดี เช่น มีนิ่วในท่อน้ำดี นิ่วในถุงน้ำดี หรือมีก้อนเนื้องอกมาทับกดทับสายทางเดินน้ำดี ผลที่ตามมาคือการไหลเวียนของน้ำดีหยุดชะงักเกิดการหมักหมม (Biliary Stasis)

น้ำดีที่ค้างคั่งอยู่นั้นเปรียบเสมือนอาหารชั้นดีของเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ เชื้อโรคเหล่านี้จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเพิ่มจำนวนมหาศาล ก่อนจะเกิดการติดเชื้อย้อนสายน้ำดีขึ้นไป (Ascending Cholangitis) เล็ดลอดผ่านท่อน้ำดีขนาดเล็กเข้าสู่เนื้อตับ ร่างกายจะพยายามส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้จนเกิดกระบวนการอักเสบรุนแรง เนื้อตับบางส่วนเกิดการตายและถูกย่อยสลายกลายเป็นก้อนหนองสะสมอยู่ภายในเนื้อตับในที่สุด

การก่อตัวของถุงหนองและการวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสี

เมื่อแบคทีเรียลุกลามเข้าสู่เนื้อตับ ร่างกายจะสร้างขอบเขตล้อมรอบเพื่อกั้นไม่ให้เชื้อกระจายไปทั่ว ส่งผลให้เกิดเป็นก้อนฝีหรือถุงหนองซึ่งอาจมีเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ เชื้อก่อโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่ Escherichia coli และ Klebsiella pneumoniae ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน หรือมีความผิดปกติของทางเดินน้ำดีเดิม

ในการตรวจวินิจฉัย แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการเจาะเลือดตรวจหาภาวะการติดเชื้อและการทำงานของตับ แต่ขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันตำแหน่งและขนาดของฝีได้อย่างแม่นยำคือ การตรวจทางรังสีวิทยา:

  • การอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound): เป็นการตรวจแรกรับที่รวดเร็ว ช่วยให้เห็นโพรงหนองในเนื้อตับ ลักษณะของผนังฝี และประเมินการอุดตันของท่อน้ำดีหรือนิ่วในถุงน้ำดีได้อย่างชัดเจน
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): ให้รายละเอียดที่ละเอียดสูง ช่วยระบุตำแหน่ง จำนวน และขอบเขตของฝีในตับได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นหากฝีในตับแตก

ฝีในตับไม่ใช่ก้อนหนองที่หยุดอยู่กับที่ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา แรงดันภายในถุงหนองจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเกิดการแตกรั่วหรือระเบิดออก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต

การแตกรั่วของฝีในตับสามารถกระจายไปได้สองทิศทางหลัก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนฝี หากฝีแตกเข้าสู่ช่องท้อง จะทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องรุนแรงทั่วทั้งท้อง ท้องเกร็งแข็ง และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic Shock) แต่หากฝีแตกทะลุกระบังลมขึ้นสู่ช่องอก จะทำให้เกิดภาวะหนองในช่องอก (Empyema Thoracis) ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง แน่นหน้าอก และหายใจล้มเหลวได้

แนวทางการรักษา: การผสานพลังระหว่างยาปฏิชีวนะและการเจาะระบายหนอง

การรักษา ภาวะฝีในตับจากเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ในยุคปัจจุบัน มีความก้าวหน้าอย่างมาก ช่วยลดอัตราการผ่าตัดเปิดหน้าอกหรือเปิดท้องลงได้มาก โดยหลักการรักษาจะใช้สองวิธีควบคู่กัน:

1. การให้ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้างทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Antibiotics)

ผู้ป่วยจะต้องได้รับการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอย่างเร่งด่วนด้วยยาปฏิชีวนะครอบคลุมเชื้อหลายชนิดทางหลอดเลือดดำ จากนั้นแพทย์จะปรับชนิดของยาตามผลเพาะเชื้อจากเลือดหรือหนองที่เจาะออกมาได้ โดยทั่วไปต้องได้รับยาต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์เพื่อกำจัดเชื้อให้หมดสิ้น

2. การเจาะระบายหนองภายใต้เครื่องอัลตราซาวนด์ (Percutaneous Drainage)

สำหรับฝีที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เซนติเมตรขึ้นไป ยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวอาจซึมเข้าสู่ใจกลางก้อนหนองได้ยาก แพทย์รังสีร่วมรักษาจะใช้เครื่องอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เป็นตัวนำทาง นำเข็มและสายระบายขนาดเล็กแทงผ่านผิวหนังเข้าสู่โพรงฝีโดยตรงเพื่อดูดและใส่สายระบายหนองออกสู่ภายนอก วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดแรงดันและขนาดของฝีได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังมีความปลอดภัยสูง เจ็บตัวน้อย และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไวยิ่งขึ้น

หากมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับปวดตึงบริเวณชายโครงขวา โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ท่อน้ำดีอักเสบ หรือเป็นโรคเบาหวาน ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือซื้อยาทานเอง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ก่อนที่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจะมาเยือน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down