ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่อาจต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องไห้งอแงอย่างไม่มีสาเหตุของลูกน้อย เมื่อสัมผัสตัวก็พบว่ามีไข้รุมๆ ซ้ำร้ายเมื่อถึงเวลาเช้า ลูกกลับปฏิเสธการดื่มนมอย่างสิ้นเชิง และมีน้ำลายไหลยืดตลอดเวลา เมื่อลองอ้าปากสังเกตดูก็พบแผลแดงๆ เล็กๆ หลายจุดกระจายอยู่ด้านใน พร้อมกับเริ่มมีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสผุดขึ้นตามฝ่ามือฝ่าเท้า อาการเหล่านี้มักสร้างความสับสนและวิตกกังวลใจอย่างมาก ว่าแท้จริงแล้วลูกน้อยกำลังเผชิญกับโรคมือเท้าปาก หรือโรคเฮอร์แปงไจนาที่มีอาการคล้ายคลึงกันแน่

ทำความเข้าใจสาเหตุโรคมือเท้าปากและเฮอร์แปงไจนา: ศัตรูตัวร้ายจากตระกูลเดียวกัน

แม้ว่าทั้งสองโรคนี้จะมีอาการแสดงที่คล้ายกันจนบางครั้งแยกได้ยากในระยะเริ่มต้น แต่หากสืบสาวไปถึงต้นตอจะพบว่ามีจุดร่วมที่สำคัญ นั่นคือเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกัน

สาเหตุโรคมือเท้าปาก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ คอกซากีไวรัส เอ16 (Coxsackievirus A16) และ เอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งสายพันธุ์ EV71 นี้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางระบบประสาทและหัวใจได้

ในขณะที่ เฮอร์แปงไจนา (Herpangina) ก็เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัสเช่นกัน โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อคอกซากีไวรัสกลุ่มเอ (Coxsackievirus Group A สายพันธุ์ 1 ถึง 10, 16 และ 22)

กลไกการติดเชื้อของไวรัสกลุ่มนี้ในทารกและเด็กเล็กเกิดขึ้นได้ง่ายมากผ่านระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ (Fecal-Oral and Respiratory Route) ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง น้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มน้ำใส หรืออุจจาระของผู้ป่วย แล้วนำมือเข้าปาก ซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติของทารกที่ชอบหยิบจับสิ่งของรอบตัวและอมของเล่น จึงทำให้ โรคมือเท้าปากในทารก แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่

สัญญาณเตือนแรกเริ่มและระยะฟักตัวที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง

หลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเข้าไป จะมีระยะฟักตัว (Incubation Period) ประมาณ 3 ถึง 6 วัน ก่อนที่จะเริ่มแสดงอาการแสดงทางคลินิกออกมาให้เห็น

อาการเริ่มต้นของโรคมือเท้าปากในทารกมักเริ่มจากอาการที่ไม่มีความเฉพาะเจาะจงคล้ายไข้หวัดทั่วไป ได้แก่:

  • มีไข้ต่ำๆ ถึงไข้สูง (โดยเฉพาะในรายที่ติดเชื้อ EV71 หรือในโรคเฮอร์แปงไจนา ไข้มักจะสูงเฉียบพลัน)
  • ลูกมีอาการงอแง อ่อนเพลีย และดูซึมลงกว่าปกติ
  • ความอยากอาหารลดลง ปฏิเสธการกลืนนมหรืออาหารเนื่องจากเริ่มมีความรู้สึกระคายเคืองในลำคอ
  • เริ่มมีอาการน้ำลายไหลมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเริ่มมีแผลในช่องปากเกิดขึ้นแล้ว

ความแตกต่างสำคัญ: โรคมือเท้าปาก กับ เฮอร์แปงไจนา สังเกตอย่างไร?

การแยกโรคทั้งสองนี้ออกจากกันมีความสำคัญในการประเมินแนวทางการดูแลรักษาและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน แม้จะเกิดจากไวรัสกลุ่มเดียวกัน แต่จุดแตกต่างสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งของรอยโรค ดังนี้

1. ตำแหน่งของแผลในช่องปาก

ในโรคเฮอร์แปงไจนา แผลในปากมักจะจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณส่วนหลังของช่องปากเท่านั้น เช่น บริเวณเพดานอ่อน (Soft Palate) ลิ้นไก่ (Uvula) ทอนซิล (Tonsils) และผนังคอหอยด้านหลัง โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มแดงแล้วแตกออกเป็นแผลขนาดเล็กจำนวนหลายแผล

ส่วนโรคมือเท้าปาก แผลในช่องปากสามารถกระจายตัวได้ทั่วทุกบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม เพดานปาก เหงือก หรือแม้กระทั่งบริเวณริมฝีปากด้านใน

2. การปรากฏของผื่นและตุ่มน้ำตามร่างกาย

นี่คือจุดจำแนกที่ชัดเจนที่สุด หากเป็นโรคเฮอร์แปงไจนา ผู้ป่วยเด็กจะมีแผลเฉพาะในปากเท่านั้น โดยจะไม่มีผื่นหรือตุ่มน้ำใสขึ้นตามส่วนอื่นๆ ของร่างกายเลย

แต่สำหรับโรคมือเท้าปาก ตามชื่อของโรค จะต้องพบรอยโรคผิวหนังร่วมด้วยเสมอ โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบๆ ก้น เข่า และข้อศอก

ลักษณะพยาธิสภาพของผื่น ตุ่มน้ำใส และความทรมานจากการกลืนลำบาก

พยาธิสภาพของผิวหนังในโรคมือเท้าปากจะมีลักษณะเฉพาะตัว รอยโรคจะเริ่มจากการเป็นจุดแดงแบนๆ (Macules) จากนั้นจะพัฒนาเป็นตุ่มนูนแดง (Papules) และกลายเป็นตุ่มน้ำใส (Vesicles) ขนาดประมาณ 2 ถึง 5 มิลลิเมตร ล้อมรอบด้วยขอบแดง ตุ่มน้ำเหล่านี้มักไม่ค่อยมีอาการคัน แต่เมื่อกดลงไปอาจรู้สึกเจ็บได้

ตำแหน่งที่พบบ่อยและสร้างความอึดอัดให้ลูกน้อยคือบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ซึ่งอาจทำให้ทารกงอแงเวลาต้องหยิบจับของหรือหัดเดิน นอกจากนี้ รอยโรคบริเวณรอบทวารหนักและก้นก็พบได้บ่อยในทารกเนื่องจากการอับชื้นจากผ้าอ้อม

สำหรับแผลในปาก (Oral Ulcers) ทั้งในโรคมือเท้าปากและเฮอร์แปงไจนา เมื่อตุ่มน้ำใสในปากแตกออกจะกลายเป็นแผลตื้นๆ ที่มีฐานสีเทาหรือสีเหลือง ล้อมรอบด้วยวงสีแดง แผลเหล่านี้มีความเจ็บปวดสูงมาก (Painful Lesions) เมื่อทารกต้องกลืนน้ำลาย นม หรือน้ำ จะกระตุ้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ส่งผลให้เด็กไม่ยอมกลืนอะไรเลย

ภาวะที่น่ากังวลที่สุดในโรคมือเท้าปากในทารกคือ ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เนื่องจากการเจ็บแผลในปากจนไม่สามารถดื่มนมได้ คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นให้ดื่มน้ำหรือนมทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งขึ้น โดยการป้อนนมหรือน้ำที่แช่เย็นจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดในช่องปากได้ดีกว่าเครื่องดื่มอุณหภูมิปกติ

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วน?

แม้ว่าทั้งสองโรคนี้ส่วนใหญ่จะหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 7 ถึง 10 วัน จากการรักษาตามอาการ แต่การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและระบบหัวใจร่วมหลอดเลือดเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย หากลูกน้อยมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที:

  • มีไข้สูงลอยเกิน 39 องศาเซลเซียส และไม่ยอมลดลงแม้จะกินยาลดไข้แล้ว
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เล่นน้อยลง หรือนอนหลับปลุกตื่นยาก
  • มีอาการสะดุ้งผวาบ่อยครั้ง (Myoclonic Jerks) มือสั่น เท้าสั่น หรือเดินเซ
  • อาเจียนบ่อยและรุนแรง ไม่สามารถเก็บกักอาหารหรือน้ำไว้ได้
  • หายใจหอบเหนื่อย ตัวเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ

ความเข้าใจในความแตกต่างของรอยโรคและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down