ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกรักมีไข้สูง... คุณหมอจะตรวจหาอะไร? ทำไมไข้ในทารกแรกเกิดถึงน่ากังวลเป็นพิเศษ?

เมื่อลูกน้อยตัวร้อนจี๋ อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้น พ่อแม่ทุกคนย่อมเกิดความกังวลใจเป็นธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นไข้สูงในทารกตัวเล็กๆ ความรู้สึกนี้ยิ่งทวีคูณมากขึ้นในใจของพ่อแม่ เราในฐานะกุมารแพทย์เข้าใจดีถึงความรู้สึกนั้น และมักจะได้รับคำถามจากคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า “คุณหมอคะ/ครับ ลูกมีไข้สูงแบบนี้ คุณหมอจะตรวจหาอะไรบ้าง” หรือ “ทำไมไข้ในทารกแรกเกิดถึงน่ากังวลเป็นพิเศษคะ/ครับ” บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ แนวทางการวินิจฉัย และข้อควรปฏิบัติเมื่อลูกรักมีไข้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกแรกเกิดซึ่งมีความเปราะบางเป็นพิเศษ

สาเหตุหลักของไข้สูงในทารก: จากเชื้อไวรัสสู่การติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงที่ต้องระวัง

ไข้คือสัญญาณที่ร่างกายบ่งบอกว่ากำลังต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการติดเชื้อต่างๆ ในทารกและเด็กเล็ก สาเหตุของไข้สามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของไข้ในเด็ก ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ อาร์เอสวี (RSV) โรคมือเท้าปาก หรือโรคหัดเยอรมัน อาการมักไม่รุนแรงมากนัก และสามารถดูแลตามอาการได้
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: นี่คือกลุ่มที่กุมารแพทย์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในทารกอายุน้อย เพราะการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดอาจรุนแรงและลุกลามได้อย่างรวดเร็ว เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หรือปอดอักเสบ (Pneumonia)
  • การฉีดวัคซีน: บางครั้งไข้ก็เกิดขึ้นหลังจากการฉีดวัคซีน ซึ่งมักเป็นไข้ต่ำๆ และหายได้เองภายใน 1-2 วัน ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อวัคซีน
  • การได้รับความร้อนเกินไป: ในบางกรณี การห่อหุ้มร่างกายทารกแน่นหนาเกินไป หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนอบอ้าว ก็อาจทำให้ทารกมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นได้

โรคเฉพาะที่มักมาพร้อมไข้สูงลอยในวัยทารก และการวินิจฉัยเบื้องต้น

เมื่อทารกมีไข้สูง กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการคลอด ประวัติการได้รับวัคซีน และลักษณะอาการอื่นๆ ที่พบร่วมกับไข้ เช่น มีผื่น ถ่ายเหลว อาเจียน ไอ หายใจลำบาก งอแงผิดปกติ หรือซึมลง จากนั้นจะตามด้วยการตรวจร่างกายอย่างพิถีพิถันเพื่อค้นหาสาเหตุเฉพาะ

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection - UTI): เป็นสาเหตุของไข้ที่ไม่ใช่หวัดที่พบบ่อยในทารก หากทารกมีไข้สูงลอยโดยไม่มีอาการหวัดชัดเจน อาจมีอาการงอแง กินนมน้อยลง การวินิจฉัยจะยืนยันได้จากการตรวจปัสสาวะ
  • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): ภาวะนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุดในทารกเล็กๆ โดยเฉพาะทารกแรกเกิดหรือทารกที่อายุน้อยกว่า 3 เดือน ทารกอาจมีไข้สูง ตัวเย็น ซึมลง ดูดนมน้อยลง หายใจเร็ว หรือมีอาการชัก การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และบางครั้งอาจต้องเจาะน้ำไขสันหลัง
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis): เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง ซึ่งรุนแรงมากในทารก ทารกจะมีไข้สูง ซึม งอแง ไม่ยอมดูดนม หรือมีอาการเกร็ง คอแข็งในเด็กโต แต่ในทารกแรกเกิดอาการมักไม่จำเพาะเจาะจง การเจาะน้ำไขสันหลังเป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัย
  • โรคไวรัสบางชนิดที่ทำให้ไข้สูงลอย: เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดเชื้ออาร์เอสวี ซึ่งอาจทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบในทารก การตรวจวินิจฉัยทำได้โดยการเก็บสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก

ภาวะไข้ไม่ทราบสาเหตุ (FUO) ในทารก: แนวทางการสืบค้นและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ในบางกรณี ทารกมีไข้สูงติดต่อกันหลายวัน แต่เมื่อตรวจร่างกายเบื้องต้นและซักประวัติแล้วยังไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน เราจะเรียกว่า ภาวะไข้ไม่ทราบสาเหตุ (Fever of Unknown Origin - FUO) โดยเฉพาะในทารกที่อายุน้อยกว่า 3 เดือน แม้ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ยังต้องเฝ้าระวังและสืบค้นอย่างใกล้ชิด

แนวทางการสืบค้นจะขึ้นอยู่กับอายุของทารกและความรุนแรงของอาการ

  • ทารกแรกเกิด (0-28 วัน) และทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน: ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง (Serious Bacterial Infection - SBI) แม้จะมีอาการไม่มากก็ตาม กุมารแพทย์มักจะแนะนำให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและทำการตรวจอย่างครอบคลุม ได้แก่
    • ตรวจเลือด: เพื่อดูจำนวนเม็ดเลือดขาว (CBC) และค่าการอักเสบ (CRP, Procalcitonin) ซึ่งจะช่วยบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ และอาจมีการเพาะเชื้อในเลือด (Blood Culture)
    • ตรวจปัสสาวะ: เพื่อหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งจะมีการเพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture) ด้วย
    • เจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture): เป็นการตรวจที่สำคัญมากเพื่อตัดประเด็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบออกไป แม้ทารกจะไม่มีอาการทางระบบประสาทที่ชัดเจน
    • เอกซเรย์ปอด: หากมีอาการไอ หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก เพื่อดูภาวะปอดอักเสบ
  • ทารกอายุ 3-36 เดือน: ในกลุ่มนี้ ความเสี่ยงต่อ SBI จะลดลง หากทารกดูร่าเริงดี ไม่มีอาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรงชัดเจน อาจพิจารณาการตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นลำดับแรก และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด

ข้อควรปฏิบัติและการดูแลทารกแรกเกิดที่มีไข้สูง ซึ่งแตกต่างจากทารกโต

นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ไข้ในทารกแรกเกิดน่ากังวลเป็นพิเศษ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และอาการของโรคมักไม่ชัดเจนเหมือนในเด็กโต อีกทั้งการติดเชื้ออาจลุกลามอย่างรวดเร็วเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

  • ห้ามเด็ดขาดที่จะรอสังเกตอาการเองที่บ้าน: หากทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส (ทางทวารหนัก) ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์ทันที ไม่ควรรอสังเกตอาการเองที่บ้าน หรือให้ยาลดไข้แล้วรอดูอาการ เพราะการวินิจฉัยและรักษาที่ล่าช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจส่งผลรุนแรงได้
  • แจ้งประวัติอย่างละเอียด: เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิดของทารกอย่างชัดเจน ประวัติการคลอด โรคประจำตัวของแม่ การได้รับวัคซีน และอาการอื่นๆ ที่พบ
  • การให้ยาลดไข้: ในโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะพิจารณาให้ยาลดไข้ที่เหมาะสมกับทารก (เช่น พาราเซตามอลสำหรับทารก) แต่สิ่งสำคัญกว่าการลดไข้คือการค้นหาสาเหตุ
  • การเช็ดตัวลดไข้: สามารถช่วยลดอุณหภูมิร่างกายลงได้ชั่วคราว แต่ต้องเช็ดด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ใช่น้ำเย็นจัด และควรเช็ดตามแนวหลอดเลือดใหญ่
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: ระหว่างรอผลตรวจหรือระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล พ่อแม่ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของทารก เช่น ดูดนมได้ดีขึ้นหรือไม่ งอแงน้อยลงหรือไม่ ผิวหนังมีผื่นขึ้นหรือไม่ และแจ้งพยาบาลหรือแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ
  • การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ: ในทารกแรกเกิดหรือทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงและสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง กุมารแพทย์มักจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำทันที แม้จะยังไม่ทราบผลการเพาะเชื้อ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลุกลามของโรค และเมื่อผลเพาะเชื้อออกแล้วจึงจะปรับยาให้เหมาะสม

ความกังวลใจของพ่อแม่เมื่อลูกรักไม่สบายเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและพาไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกแรกเกิดที่มีไข้สูง การดูแลเอาใจใส่ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัยและกลับมาแข็งแรงได้โดยเร็ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down