ไขข้อข้องใจ: ทำไมทารกแรกเกิดจึงร้องไห้โยเยทุกครั้งก่อนการขับถ่าย
คุณแม่มือใหม่หลายคนมักเผชิญกับสถานการณ์ที่ชวนให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อเห็นลูกน้อยวัยแรกเกิดหน้าดำหน้าแดง ร้องไห้งอแงกระสับกระส่าย คล้ายกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสทุกครั้งที่พยายามจะขับถ่าย แต่เมื่อถ่ายออกมาสำเร็จกลับพบว่าอุจจาระมีลักษณะนิ่มเหลวเป็นปกติ ไม่ได้แห้งแข็งเป็นก้อนแต่อย่างใด อาการที่ชวนสับสนนี้มักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลว่าลูกกำลังเจ็บป่วยรุนแรง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว นี่อาจเป็นเพียงช่วงเวลาของการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานของร่างกายที่เรียกว่า ภาวะกล้ามเนื้ออุจจาระทำงานไม่ประสานกัน หรือ Infant Dyschezia
พัฒนาการของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและหูรูดทวารหนัก: บทเรียนแรกของร่างกาย
สาเหตุหลักที่ทำให้ทารกวัยแรกเกิดร้องไห้ก่อนการขับถ่ายอุจจาระ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร แต่เป็นเพราะระบบประสาทและกล้ามเนื้อของลูกน้อยยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ การขับถ่ายอุจจาระที่ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ใหญ่ แท้จริงแล้วต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันอย่างซับซ้อนของกล้ามเนื้อสองกลุ่ม คือ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ต้องออกแรงเกร็งเพื่อเพิ่มความดันในช่องท้อง และกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานรวมถึงหูรูดทวารหนักที่ต้องคลายตัวออกเพื่อเปิดทางให้อุจจาระเคลื่อนผ่านออกไป
ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของชีวิต ทารกยังไม่รู้วิธีการควบคุมกล้ามเนื้อทั้งสองกลุ่มนี้ให้ประสานกัน เมื่อรู้สึกถึงแรงดันของอุจจาระในทวารหนัก ทารกจะพยายามเบ่งโดยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง แต่ในขณะเดียวกันกลับเผลอเกร็งหูรูดทวารหนักปิดเอาไว้ด้วยเนื่องจากระบบประสาทสั่งการยังทำงานไม่ประสานกัน ส่งผลให้อุจจาระไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านออกมาได้ การร้องไห้โวยวายของทารกจึงเป็นกลไกตามธรรมชาติในการเพิ่มความดันในช่องท้องเพื่อช่วยแรงเบ่ง ควบคู่ไปกับการแสดงออกถึงความอึดอัดขัดใจที่ยังไม่สามารถระบายอุจจาระออกไปได้สำเร็จ
การแยกแยะระหว่าง ทารกเบ่งอุจจาระลำบาก กับ อาการท้องผูกจริง
การสังเกตความแตกต่างเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อการดูแลที่ถูกต้อง เนื่องจากกรณีที่ ทารกเบ่งอุจจาระลำบาก จากภาวะกล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกันนั้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาระบายหรือการสวนทวาร โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตความแตกต่างได้ดังนี้
- ภาวะกล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน (Dyschezia): ทารกจะร้องไห้ หน้าแดง และเบ่งอยู่นานประมาณ 10-20 นาที แต่เมื่อถ่ายออกมา อุจจาระจะมีลักษณะนิ่ม เหลว หรือเป็นมัสตาร์ดตามปกติ หลังขับถ่ายเสร็จทารกจะกลับมาร่าเริงแจ่มใสและกินนมได้ตามปกติ
- อาการท้องผูกจริง (Constipation): ทารกจะเบ่งถ่ายด้วยความยากลำบาก อุจจาระที่ออกมาจะมีลักษณะแห้ง แข็ง เป็นเม็ดเล็กๆ หรืออาจมีเลือดปนเนื่องจากหัวอุจจาระที่แข็งไปครูดกับผนังทวารหนัก ทารกอาจมีอาการท้องอืด และเบ่งลำบากตลอดเวลาไม่ว่าจะถ่ายเมื่อใด
วิธีช่วยปลอบโยนให้ลูกผ่อนคลายกล้ามเนื้อขณะเบ่งถ่าย
แม้ว่าภาวะกล้ามเนื้ออุจจาระทำงานไม่ประสานกันจะสามารถหายได้เองตามธรรมชาติเมื่อทารกอายุประมาณ 3-4 เดือน เนื่องจากระบบประสาทและกล้ามเนื้อพัฒนาสมบูรณ์ขึ้น แต่ในระหว่างนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาความอึดอัดและช่วยฝึกให้ลูกผ่อนคลายได้ด้วยวิธีเหล่านี้
1. ท่าปั่นจักรยานอากาศและการบริหารขา
จับขาของลูกน้อยเบาๆ แล้วดันเข่าทั้งสองข้างเข้าหาหน้าอกอย่างช้าๆ ท่านี้จะช่วยเพิ่มแรงดันในช่องท้องอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยเปิดมุมของทวารหนักให้กว้างขึ้น ทำให้อุจจาระผ่านออกมาได้ง่ายขึ้นโดยที่ทารกไม่ต้องออกแรงเกร็งต้าน
2. การนวดท้องเบาๆ
ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ บริเวณหน้าท้องของทารก โดยวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา หรือใช้วิธีลากนิ้วเป็นรูปตัวอักษรไอ เลิฟ ยู (I Love You) เพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้และช่วยให้ทารกรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวขึ้น
3. การแช่น้ำอุ่น
การพาความอบอุ่นมาสู่ร่างกายทารกด้วยการลงแช่น้ำอุ่นในอ่างจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักที่กำลังเกร็งอยู่ด้วย ทารกหลายคนมักจะขับถ่ายออกมาได้ง่ายและสบายตัวขึ้นทันทีหลังการอาบน้ำอุ่น
ข้อควรระวังสำคัญ: หลีกเลี่ยงการใช้คอตตอนบัดชุบน้ำมันพืชหรือยาสวนทวารไปกระตุ้นบริเวณก้นของทารกบ่อยเกินไป เนื่องจากจะทำให้ทารกเสียโอกาสในการเรียนรู้วิธีเบ่งถ่ายด้วยตนเอง และอาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาการควบคุมระบบขับถ่ายในระยะยาว อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลที่หูรูดทวารหนักอีกด้วย
สัญญาณเตือนที่บ่งชี้ว่าอาการร้องไห้เกิดจากความเจ็บปวดจริง
แม้ว่าการเบ่งและร้องไห้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรละเลยสัญญาณเตือนที่อาจบ่งชี้ถึงความเจ็บป่วยทางกายหรือความผิดปกติของโครงสร้างระบบทางเดินอาหาร หากพบอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรรีบพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์โดยเร็ว
- อุจจาระมีลักษณะแข็ง แห้ง เป็นก้อน หรือมีเลือดสีแดงสดปนออกมา
- ทารกมีอาการท้องอืดตึงอย่างรุนแรง ตลอดเวลา และเคาะท้องแล้วมีเสียงโปร่งของลมมากผิดปกติ
- มีอาการอาเจียนร่วมด้วย โดยเฉพาะหากอาเจียนมีสีเขียวหรือสีเหลืองเข้มของน้ำดี
- ทารกมีไข้ ซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือร้องไห้โยเยตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องโดยไม่สามารถปลอบให้สงบลงได้เลย แม้ว่าจะขับถ่ายเสร็จสิ้นแล้ว
- น้ำหนักตัวของทารกไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีแนวโน้มลดลง
การเข้าใจว่าอาการร้องไห้ก่อนถ่ายของทารกเกิดจากขั้นตอนการเรียนรู้ของระบบประสาท จะช่วยลดความวิตกกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ลงได้มาก สิ่งที่ดีที่สุดคือการมอบความอบอุ่น ปลอบโยนอย่างใจเย็น และเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกน้อยผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้นี้ไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย