ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เสียงร้องจ๊ากขณะถ่ายและรอยเลือดสดบนอุจจาระ: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ภาพที่คุณพ่อคุณแม่อาจเคยพบและสร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก คือการที่ลูกน้อยส่งเสียงร้องไห้จ๊ากด้วยความทรมานขณะกำลังพยายามเบ่งอุจจาระ และเมื่อสังเกตดูที่ก้อนอุจจาระ กลับพบว่ามีลักษณะแห้ง แข็ง ปนรอยเลือดสดติดอยู่ภายนอก อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนสำคัญของภาวะ แผลปริขอบทวารหนักในทารก ซึ่งเป็นปัญหาทางระบบขับถ่ายที่พบได้บ่อยในเด็กวัยทารกและเด็กเล็ก

กลไกการเกิดแผลปริขอบทวารหนักในทารกและวงจรอุจจาระตกค้าง

เยื่อบุผิวบริเวณทวารหนักของทารกมีความบอบบางและยืดหยุ่นได้จำกัด เมื่อทารกมีอาการท้องผูกหรืออุจจาระเริ่มจับตัวเป็นก้อนแห้งแข็ง การเคลื่อนตัวผ่านของก้อนอุจจาระขนาดใหญ่และแข็งจะส่งผลให้เกิดการแรงครูดและดึงรั้งเยื่อบุผิวจนฉีกขาด กลายเป็นแผลปริขนาดเล็กบริเวณขอบทวารหนัก เลือดที่เห็นจึงมักเป็นเลือดสดที่ฉาบอยู่บนผิวอุจจาระ ไม่ใช่เลือดที่ผสมเป็นเนื้อเดียวกับอุจจาระ

ความน่ากลัวของภาวะนี้ไม่ใช่เพียงแค่บาดแผลภายนอก แต่คือ "วงจรอุจจาระตกค้างและความเจ็บปวด" เมื่อทารกเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงขณะขับถ่าย สมองจะเรียนรู้และจดจำความรู้สึกนั้น ส่งผลให้เด็กเกิดพฤติกรรมกลั้นอุจจาระโดยไม่ตั้งใจ ยิ่งกลั้นไว้นาน ลำไส้ใหญ่ก็จะยิ่งดูดน้ำกลับ ทำให้อุจจาระก้อนใหญ่ขึ้นและแห้งแข็งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาถ่ายครั้งถัดไป แผลเดิมจึงถูกบาดซ้ำ ร่างกายจะยิ่งกระตุ้นการกลั้นอุจจาระวนเป็นวงจรร้ายแรงขึ้น ทำให้ลูกน้อยมีอาการงอแง กระสับกระส่าย งดกินนม และร้องไห้เสียงดังทุกครั้งที่รู้สึกปวดท้องถ่าย

เทคนิคนวดท้องและกายบริหารกระตุ้นลำไส้ด้วยวิธีธรรมชาติ

การช่วยเหลือทารกในระยะแรกเพื่อบรรเทาอาการท้องอืดและช่วยให้ลำไส้บีบตัวขับอุจจาระได้ดีขึ้น สามารถทำได้ด้วยการนวดท้องอย่างถูกวิธีและการทำกายบริหารขาง่ายๆ ดังนี้

1. เทคนิคนวดท้องตามแนวลำไส้ใหญ่ (Clockwise Massage)

ใช้น้ำมันออยล์หรือเบบี้ออยล์ชโลมฝ่ามืออุ่นๆ วางมือบนหน้าท้องทารกบริเวณฝั่งขวาล่าง นวดลากขึ้นไปด้านบน ข้ามมาทางซ้าย และลากลงมาทางขวาล่าง เป็นรูปวงกลมตามเข็มนาฬิกา (หรือนวดตามทิศทางอักษร I-L-U) การนวดทิศทางนี้เป็นการนวดตามแนวการเคลื่อนตัวของอุจจาระในลำไส้ใหญ่ ทำอย่างเบามือครั้งละ 5-10 นาที ช่วยลดอาการท้องอืด ไล่ลมในท้อง และกระสุ้นการเคลื่อนตัวของอุจจาระ

2. ท่าถีบจักรยานอากาศ (Bicycle Leg Exercise)

จับขาและเข่าทั้งสองข้างของทารกงอเข้าหาหน้าท้องเบาๆ จากนั้นหมุนขาขยับสลับซ้าย-ขวาคล้ายการถีบจักรยาน ท่านี้จะช่วยเพิ่มแรงดันในช่องท้องอย่างเป็นธรรมชาติ กระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัว และช่วยระบายแก๊สที่ค้างอยู่ในลำไส้ออกมาได้ดียิ่งขึ้น

ข้อควรระวังและอันตรายจากการสวนอุจจาระหรือใช้ยาเหน็บโดยไม่ได้รับคำสั่งแพทย์

เมื่อเห็นลูกน้อยถ่ายไม่ออกและร้องไห้อย่างรุนแรง คุณพ่อคุณแม่อาจรู้สึกสงสารและต้องการหาวิธีช่วยให้ถ่ายเร็วที่สุดด้วยการซื้อยาสวนหรือยาเหน็บทวารหนักมาใช้เอง อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวมีความเสี่ยงและอันตรายต่อทารกอย่างยิ่งด้วยเหตุผลทางการแพทย์ดังต่อไปนี้

  • เสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลรุนแรง: ปลายแท่งยาเหน็บหรือหัวอุปกรณ์สวนอุจจาระอาจไปสะกิดโดนบาดแผลเดิม หรือทำให้เยื่อบุทวารหนักฉีกขาดเพิ่มขึ้น และในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจทำให้ผนังลำไส้ใหญ่ส่วนล่างทะลุได้
  • การระคายเคืองและสารเคมีตกค้าง: ยาเหน็บและยาสวนบางชนิดมีตัวยาหรือสารดึงน้ำที่รุนแรงเกินไปสำหรับทารก ทำให้เกิดการระคายเคือง แสบ ร้อน และส่งผลให้สมดุลเกลือแร่ในร่างกายเด็กเสียไป
  • เสียกลไกการขับถ่ายตามธรรมชาติ: การกระตุ้นทวารหนักด้วยวัตถุภายนอกบ่อยครั้ง จะทำให้ลำไส้ใหญ่และกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักสูญเสียการตอบสนองต่อกลไกการถ่ายตามธรรมชาติ เด็กจะไม่ยอมเบ่งถ่ายเองหากไม่ได้รับการสวนยา

ข้อเตือนใจทางการแพทย์: ห้ามใช้อุปกรณ์แข็ง สวนน้ำ หรือใช้ยาเหน็บทวารหนักในทารกด้วยตนเองโดยเด็ดขาด หากทารกถ่ายไม่ออกติดต่อกันหลายวันหรือมีเลือดออกมาก ควรเข้าพบกุมารแพทย์เพื่อทำการประเมินและสั่งจ่ายยาที่เหมาะสมเท่านั้น

การดูแลสุขอนามัยและการปฐมพยาบาลบรรเทาความเจ็บปวดอย่างปลอดภัย

เพื่อช่วยให้แผลบริเวณทวารหนักสมานตัวได้เร็วขึ้น และบรรเทาความเจ็บปวดให้ลูกน้อย สามารถปฏิบัติตามแนวทางการดูแลดังนี้

1. การแช่ก้นในน้ำอุ่น (Warm Sitz Bath)

จัดเตรียมน้ำสะอาดอุ่นพอเหมาะ (ทดสอบอุณหภูมิที่หลังมือให้รู้สึกอุ่นสบาย ไม่ร้อน) ใส่ในกะละมังสะอาด ให้ทารกนั่งแช่ก้นลงในน้ำอุ่นประมาณ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง น้ำอุ่นจะช่วยผ่อนคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก บรรเทาอาการเจ็บปวด และช่วยทำความสะอาดบาดแผลอย่างนุ่มนวล

2. การทำความสะอาดอย่างเบามือ

หลังการขับถ่าย หลีกเลี่ยงการใช้ทิชชู่แห้งหรือผ้าเย็นที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอมเช็ดถูบริเวณทวารหนัก ให้ใช้น้ำอุ่นล้างทำความสะอาด แล้วใช้ผ้าอ้อมนุ่มๆ ซับเบาๆ ให้แห้งสนิท ห้ามเช็ดถูแรงๆ

3. การปกป้องผิวด้วยเวชสำอางกลุ่มปิโตรเลียมเจลลี่หรือซิงก์ออกไซด์

ทาปิโตรเลียมเจลลี่บริสุทธิ์ หรือครีมที่มีส่วนผสมของ Zinc Oxide หนาๆ บริเวณรอบขอบทวารหนักและรอยแผล เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้อุจจาระหรือความชื้นระคายเคืองบาดแผล และช่วยลดแรงเสียดสีขณะขับถ่าย

4. ปรับเปลี่ยนโภชนาการตามคำแนะนำของแพทย์

หากเป็นทารกที่ทานนมแม่ ควรส่งเสริมให้ทานนมแม่ต่อไปเนื่องจากมีสารอาหารที่ช่วยให้อุจจาระนุ่ม หากทารกทานนมผง อาจต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการปรับสูตรนม หรือหากทารกเริ่มทานอาหารตามวัย (Solid Foods) ควรเพิ่มปริมาณผัก ผลไม้ที่มีกากใย และให้ดื่มน้ำสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม

หากพบว่าทารกมีเลือดสดไหลออกมาไม่หยุด อุจจาระมีสีดำสนิท มีไข้ ท้องอืดตึงมาก หรือร้องไห้งอแงไม่ยอมกินนมอย่างต่อเนื่อง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ