ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการป้องกันไวรัสตับอักเสบ B ตั้งแต่แรกเกิด

โรคไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มทารกที่ได้รับเชื้อจากมารดาในระหว่างกระบวนการคลอด หากทารกติดเชื้อตั้งแต่อายุยังน้อยมีความเสี่ยงสูงมากที่จะกลายเป็นพาหะเรื้อรัง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับในอนาคต การทำความเข้าใจกลไกการส่งผ่านเชื้อและการวางแผนป้องกันอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องใส่ใจตั้งแต่วางแผนตั้งครรภ์จนถึงวันที่ลูกลืมตาดูโลก

สาเหตุและกลไกการติดต่อจากแม่สู่ลูก

ไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B Virus - HBV) ติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่ง สำหรับกรณีแม่สู่ลูก เชื้อไวรัสไม่ได้ส่งผ่านทางรกในระหว่างตั้งครรภ์เป็นหลัก แต่เชื้อจะติดต่อสู่ทารกในช่วงที่ทารกเดินทางผ่านช่องคลอดขณะคลอด ซึ่งทารกอาจสัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสของมารดา หรืออาจเกิดจากการได้รับเลือดมารดาเข้าสู่กระแสเลือดของทารกผ่านทางแผลหรือรอยถลอกเล็กน้อยขณะคลอด

วิธีตรวจเช็กความเสี่ยงและแนวทางการตรวจวินิจฉัย

ในระหว่างการฝากครรภ์ คุณแม่ทุกคนจะได้รับการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg) หากผลการตรวจเป็นบวก แพทย์จะทำการประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น การตรวจระดับไวรัสในเลือด (HBV DNA) หรือการตรวจหาเชื้อ HBeAg เพื่อประเมินความสามารถในการแพร่เชื้อ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นแนวทางให้แพทย์วางแผนการดูแลทารกแรกเกิดได้อย่างแม่นยำที่สุด

วิธีป้องกันลูกน้อยให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส

หัวใจสำคัญของการป้องกันการ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B จากแม่สู่ลูก คือการให้การป้องกันแบบผสมผสาน (Combined Immunoprophylaxis) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้:

  • การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B Vaccine): เข็มแรกควรฉีดให้ทารกทันทีภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด
  • การให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Hepatitis B Immunoglobulin - HBIG): ในกรณีที่มารดามีผลการตรวจเชื้อเป็นบวก ทารกต้องได้รับ HBIG ภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังคลอด เพื่อช่วยยับยั้งเชื้อที่อาจได้รับขณะคลอดทันที
  • การติดตามผล: ทารกที่เกิดจากมารดาที่เป็นพาหะ จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด และนัดติดตามการตรวจเลือดเพื่อดูภูมิคุ้มกัน (Anti-HBs) และเชื้อไวรัส (HBsAg) เมื่อทารกอายุครบ 9-12 เดือน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การได้รับวัคซีนและ HBIG อย่างรวดเร็วหลังคลอด สามารถป้องกันการติดเชื้อในทารกได้มากกว่าร้อยละ 90-95 ดังนั้นมารดาที่เป็นพาหะไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป ขอเพียงปฏิบัติตามคำแนะนำของสูติแพทย์และกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัด

สัญญาณอันตรายและอาการที่ต้องสังเกต

โดยทั่วไปทารกที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี มักไม่มีอาการแสดงเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินสุขภาพตับทันที:

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) ซึ่งกินเวลานานเกินปกติหลังคลอด
  • ทารกดูซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือมีอาการอาเจียนบ่อย
  • อุจจาระมีสีซีดผิดปกติ
  • ท้องโตผิดปกติ หรือมีอาการบวมน้ำ

การดูแลทารกและการป้องกันในระยะยาว

ทารกที่คลอดจากมารดาที่เป็นพาหะสามารถกินนมแม่ได้ตามปกติ เนื่องจากเชื้อไวรัสไม่ได้ติดต่อผ่านทางน้ำนม และนมแม่ยังเป็นแหล่งภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับทารก สิ่งสำคัญคือการดูแลสุขอนามัยในครอบครัว ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวที่อาจสัมผัสเลือดร่วมกัน เช่น แปรงสีฟัน หรือมีดโกน และพาสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ไปรับการตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี ให้ครบถ้วน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามละเลยการนัดฉีดวัคซีนตามตารางเด็ดขาด เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ต้องอาศัยวัคซีนครบทั้ง 3-4 เข็มตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข และการตรวจเลือดซ้ำเมื่อครบกำหนดเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยืนยันว่าลูกน้อยไม่มีเชื้อและมีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอ

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับพ่อแม่

  • แจ้งประวัติการติดเชื้อของมารดาให้แพทย์และพยาบาลห้องคลอดทราบตั้งแต่แรกรับ
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกได้รับวัคซีนและ HBIG ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด
  • จดบันทึกวันนัดฉีดวัคซีนเข็มถัดไปให้ครบถ้วน
  • สังเกตอาการตัวเหลืองและพัฒนาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด
  • พาบุตรไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจเลือดตามนัดเมื่ออายุครบ 9-12 เดือนเสมอ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down